นักธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญการลงทุนชื่อดังเปิดบันทึก ‘9 ดัชนีเตือนความจำ’ ชำแหละรอยร้าวประเทศไทยที่สะสมมานานกว่า 20 ปี ชี้ชัดไทยกำลังติดหล่มเศรษฐกิจ-การศึกษาถดถอย-เหลื่อมล้ำอันดับ 1 โลก พร้อมวอนพลังคนไทยออกไปเลือกตั้งเพื่อหยุดวงจร ‘แช่แข็งประเทศ’ และพลิกฟื้นอนาคตให้กลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง
เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Worachate Ariyasubkamol" นักธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ได้ออกมาโพสต์ข้อความ "บันทึกเตือนความจำสถานการณ์ประเทศไทย" เพื่อเปรียบเทียบความก้าวหน้าหรือถดถอยในรอบ 20 ปี ผ่านตัวชี้วัดหลัก 9 ด้าน โดยเจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
"ไม่ว่าใครจะได้เป็นรัฐบาลบริหารประเทศไทย ขอบันทึกไว้แจ้งเตือนในอีก 1 ปีข้างหน้า เพื่อกลับมาดูค่าต่างๆ เหล่านี้ ว่าประเทศไทยเดินไปข้างหน้า หรือจะถอยหลังลงคลองไปยิ่งกว่าเดิม
20 ปีกับการที่ถูกฟรีซประเทศไม่ให้ก้าวหน้า
1. GDP Growth
เราเคยโตปีละ 5-7% มาก่อนที่จะวูบลงเหลือแค่ 2.5% ได้ก็ดีใจลั่นกันแล้ว ตอนนี้เราเป็นประเทศที่ GDP Growth รั้งท้ายในอาเซียนเลยก็ว่าได้ เราโดนเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และมาเลเซียแซงไปหมดแล้ว
2. ความสามารถแข่งขัน (IMD Competitiveness)
เราทรงๆ มานานมาก แทบจะถดถอยลงไปด้วยซ้ำ ในขณะที่สิงคโปร์อยู่อันดับ 1 โลกในด้านนี้ และมาเลเซียที่เคยตามหลังเรา ก็แซงเราไปยืนที่อันดับ 27 เรียบร้อย (ตอนนี้ไทยเราอยู่อันดับที่ 35 ของโลก)
3. คุณภาพการศึกษา
ถ้าวัดจากสิ่งที่จับต้องได้ เช่น คะแนน PISA คะแนนทักษะเด็กไทย (คณิต-วิทย์-อ่าน) ต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี เด็กไทยกว่า 60% อ่านจับใจความไม่ได้ สะท้อนความล้มเหลวของหลักสูตรท่องจำ ในขณะที่สิงคโปร์รั้งอันดับ 1 ของโลก และเด็กเวียดนามก็แซงหน้าเด็กไทยเราไปเรียบร้อยอีกเช่นกัน
4. ดัชนีความสามารถภาษาอังกฤษ (EF EPI)
ไทยอยู่อันดับรั้งท้ายในอาเซียน เราอยู่ในระดับ "ต่ำมาก" (Very Low Proficiency) อันดับที่ 101 จาก 113 แพ้แม้กระทั่งเวียดนามและฟิลิปปินส์ ทำให้เด็กไทยเสียโอกาสในตลาดงานโลก
5. ดัชนีคอร์รัปชัน (CPI)
ผ่านมา 20 ปี อันดับไทยร่วงจากที่ 60 กว่าๆ ลงมาอยู่ที่ 100 กว่าของโลก ระบบส่วยและตั๋วช้างกัดกินโครงสร้างราชการจนอ่อนแอ ประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างสิงคโปร์ยึดอันดับ Top5 โลกไว้อย่างเหนียวแน่น และมาเลเซียก็แซงเราไปไกลมากในเรื่องนี้แล้ว ส่วนเวียดนามก็จี้เข้ามาแบบจะแซงเราอยู่รอมร่อ
6. หนี้ครัวเรือน (% ต่อ GDP)
พุ่งทะลุ 90% ต่อ GDP สูงเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชียกันเลย คนไทยแก่ก่อนรวย และติดกับดักหนี้ตั้งแต่เริ่มทำงาน
7. ความเหลื่อมล้ำ
เราติด Top 5 ของโลกในด้านประเทศเหลื่อมล้ำทางทรัพย์สินสูงสุดซึ่งไม่น่าภาคภูมิใจอะไรเลย รายงาน Credit Suisse Global Wealth Databook 2018 สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก เพราะระบุว่าประเทศไทยเป็น "อันดับ 1 ของโลก" ในแง่ความเหลื่อมล้ำทางทรัพย์สิน
คนรวยที่สุด 1% ของไทย ถือครองความมั่งคั่ง (Wealth) สูงถึง 66.9% ของทั้งประเทศ (เราแซงหน้าแชมป์เก่าอย่างรัสเซียและอินเดียในขณะนั้น) แปลว่าปัญหาสังคม เศรษฐกิจของเรา ไม่เคยแก้ถูกจุด คนรวยอยู่แล้วรวยมากยิ่งขึ้น ส่วนคนที่จนอยู่แล้วก็ยิ่งจนลงไปเรื่อยๆ
8. ภัยพิบัติ (Climate Risk Index)
เราติด Top10 ของโลก และจัดเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงระยะยาว เราเสียงบเยียวยาน้ำท่วมและภัยแล้งปีละแสนล้านบาทซ้ำซากมา 20 ปี โดยไม่มีโครงสร้างจัดการน้ำที่ยั่งยืนเหมือนเนเธอร์แลนด์
9. บุคลากรสาย Tech และ AI
เราขาดแคลนแบบรุนแรง เราผลิตบุคลากรด้าน STEM ได้ 2 หมื่น/ปี (ต้องการ 1 แสน) ส่วนเวียดนามผลิตวิศวกร/Coder ได้ปีละ 5-6 แสนคน จนเขากลายเป็นฐานผลิต Software ของโลกในปัจจุบัน
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่สะสมมาจากการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพและการเมืองที่ติดหล่มมา 20 ปี
พรุ่งนี้ ออกไปเลือกตั้งกันครับ... แล้วเรามาพลิกฟื้นประเทศไทยไปด้วยกันครับ"


