นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง เผยนับถอยหลังสู่ “วันพิพากษา” ทางการเมือง เกมอำนาจยังไม่จบที่คูหาเลือกตั้ง แต่ถูกกำหนดจากโต๊ะเจรจาลับ ขณะที่กระแสพรรคส้มถูกตั้งคำถามหนักว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน ท่ามกลางการเมืองที่กระสุนยังทำงานได้ดีเสมอ
วันนี้ (6 ก.พ.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์ระบุข้อความว่า “บรรยากาศการเมืองเข้าสู่โค้งสุดท้ายอย่างเข้มข้น หลังเหลือเวลาเพียง 48 ชั่วโมงก่อนถึงสิ่งที่หลายฝ่ายเรียกว่า “วันพิพากษา” ซึ่งจะชี้ชะตาว่าใครจะสอบตก ใครจะได้ก้าวเท้าเข้าสู่สภา และใครอาจสร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยการ “ล้มช้าง” ในสนามการเมือง
อย่างไรก็ตาม ในทุกห้วงเวลาสำคัญของการเมืองไทย แนวโน้มการจัดตั้งรัฐบาลมักไม่ได้ถูกตัดสินจากผลเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว หากแต่เกิดจากการเจรจาหลังฉากในที่ลับตาสื่อ ซึ่งเป็นกลไกที่ดำรงอยู่มาอย่างต่อเนื่อง
ในอดีต การเจรจาเหล่านี้มักมี “ผู้จัดการรัฐบาล” ที่มีบารมี ความน่าเชื่อถือ และคำพูดเป็นสัญญา แต่ในยุคปัจจุบัน บทบาทดังกล่าวกลับเลือนหายไป ขณะที่การประเมินสถานการณ์ทางการเมืองถูกตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า กระแสของพรรคส้มอาจถูกปั่นขึ้นมาได้เพียงเท่าที่เห็นในปัจจุบัน
ขณะเดียวกัน ตัวแปรทางการเมืองที่เคยถูกหยิบยกมาวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ว่าจะเป็น “เทา” หรือ “ลุง” กลับเงียบหายไปจากวาทกรรมสาธารณะ รวมถึงกลุ่มที่ถูกเรียกว่า The Professionals ที่แทบไม่ปรากฏบทบาทในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้
ภาพที่ปรากฏชัดคือ ตัวละครหลักที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือ “ไอซ์” ซึ่งถูกมองว่าใช้ยุทธศาสตร์ “การตลาดนำการเมือง” มากกว่าการนำเสนอนโยบายพรรคอย่างเป็นรูปธรรม จนทำให้เกิดคำถามถึงทิศทางและความชัดเจนในระยะยาว
ท่ามกลางกระแสที่เริ่มแผ่วลง กระสุนทางการเมืองกลับยังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนหนึ่งที่ยังไม่มั่นใจกับท่าทีของพรรคส้ม รวมถึงการประเมินอนาคตที่ถูกมองว่าคลาดเคลื่อนจากถ้อยคำและจุดยืนทางการเมืองในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
หลายคำพูดในอดีต โดยเฉพาะท่าทีเกี่ยวกับกองทัพและความมั่นคง ถูกหยิบกลับมาประเมินใหม่ในบริบทปัจจุบัน ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่า การ “เห่อดารา” อาจไม่สร้างผลเสีย แต่การ “เห่อนักการเมือง” อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของประเทศ
แม้จะมี “นิวโหวตเตอร์” เพิ่มขึ้นจำนวนมาก แต่กระแสการเมืองในปีนี้ถูกมองว่ายังไม่แรงเท่าปี 2566 ทำให้แนวโน้มของพรรคส้มอาจจบลงด้วยอันดับ 2 หรือ 3 มากกว่าการแลนด์สไลด์
นักวิเคราะห์การเมืองบางส่วนชี้ว่า หากพรรคส้มไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ไม่อาจโทษปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องย้อนกลับมาทบทวนการตัดสินใจและท่าทีของพรรคเอง
ทั้งหมดนี้จะได้คำตอบในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ว่าการเมืองไทยจะเห็นภาพ “ช้างล้ม” หรือเป็นเพียงอีกครั้งที่กระแสไม่อาจเอาชนะกระสุนได้


