'ธารินี วรินทรากุล' ออกโรงโพสต์ฟาดแรงถึง ‘เท้ง ณัฐพงษ์’ หัวหน้าพรรคประชาชน หลังจบรายการคุยนอกจอ ชี้ประโยค ‘ผมมั่นใจว่าทำได้ดีกว่าเขา’ เป็นเพียงความมั่นใจที่ว่างเปล่าหากไร้ผลงานเชิงประจักษ์ ตอกย้ำประสบการณ์จริงไม่ใช่แค่การออกทีวีวิจารณ์คนอื่น แต่คือการลงมือแก้ปัญหาและรับผิดชอบความล้มเหลวที่เกิดขึ้น
เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก "ธารินี วรินทรากุล" นักวิชาการอิสระที่มีบทบาทในแวดวงการเมืองไทย ได้ออกมาโพสต์ภาพการพูดคุยกันของสรยุทธ สุทัศนะจินดา และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในรายการ "คุยนอกจอ" ในบริบทความมั่นใจในการทำงานของหัวหน้าพรรคประชาชน ทั้งนี้ น.ส.ธารินีได้ระบุข้อความว่า
"ประสบการณ์? แล้วทำอะไรมาบ้าง
คำว่า “ผมมั่นใจว่าผมทำได้ดีกว่าเขา” เป็นประโยคที่ฟังแล้วไม่ต้องใช้สมองมากเพราะมันเป็นประโยคที่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย
ในประเทศนี้คนที่ “มั่นใจ” มีเยอะกว่าคนที่ “ทำเป็น” และคนที่พูดว่า รู้ว่าต้องแก้ตรงไหนมักไม่ใช่คนที่เคยลงไปแก้จริง
คำว่า ประสบการณ์ถูกใช้พร่ำเพรื่อจนแทบไม่เหลือความหมาย ทุกคนอ้างประสบการณ์ แต่พอถามว่าทำอะไรมาบ้างกลับได้คำตอบที่จับต้องไม่ได้ ไม่มีตัวเลข ไม่มีผลงาน ไม่มีความล้มเหลวให้ตรวจสอบ
ประสบการณ์ไม่ใช่การไปนั่งฟัง ไม่ใช่การออกทีวี ไม่ใช่การวิจารณ์คนอื่นแบบไม่ต้องรับผล และไม่ใช่การพูดสวยๆ ว่า “ผมเห็นปัญหา”
เพราะการเห็นปัญหาไม่เคยยากเท่าการแก้ปัญหา และการพูดถึงทางออกไม่เคยหนักเท่าการรับผลของการตัดสินใจนั้น
ประสบการณ์จริงคือการต้องเลือกในวันที่ไม่มีทางเลือกที่ดี คือการตัดสินใจที่พลาดแล้วมีคนเดือดร้อน คือการรับแรงกดดันโดยไม่มีคนปรบมือ คือการทำงานในระบบที่ไม่เอื้อแต่ยังต้องพาประเทศเดินต่อไป
ถ้าไม่เคยบริหารคน ไม่เคยรับผิดชอบงบประมาณ ไม่เคยเจอแรงต้านจากระบบจริง ไม่เคยต้องลงนามในเรื่องที่ผิดพลาดไม่ได้ ไม่เคยต้องแบกผลลัพธ์ที่ตามมา
อย่าเรียกมันว่าประสบการณ์ เรียกมันว่า ความคิดเห็น จะตรงกว่า
การบอกว่า “ผมทำได้ดีกว่าเขา” โดยไม่บอกว่าเขาทำอะไร คุณเคยทำอะไรและ ผลลัพธ์ต่างกันตรงไหนไม่ใช่ความกล้า แต่มันคือความว่างเปล่าที่ห่อด้วยความมั่นใจ
ประเทศนี้ไม่ขาดคนพูดเก่ง ไม่ขาดคนมั่นใจ ไม่ขาดคนวิจารณ์ แต่ขาดคนที่เคยทำงานจริงแล้วกล้ายืนอยู่กับทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวของตัวเอง
ถ้าอยากให้คนเชื่อ เลิกพูดว่าเก่งกว่าใคร แล้วตอบคำถามง่ายๆ ให้ได้ก่อน
เคยทำอะไรมาบ้าง พังตรงไหน รับผิดชอบยังไง และแก้ได้จริงหรือเปล่า
เพราะสุดท้ายประเทศไม่ได้ต้องการคนที่ “มั่นใจในตัวเอง” แต่ต้องการคนที่มั่นคงพอจะไม่ทิ้งซากหลังจากตัวเองพูดจบแล้วเดินออกจากเวที"


