กลายเป็นประเด็นร้อนหลัง "สารวัตรต้น" โพสต์อาลัยภรรยา "ครูพอลล่า" เรียกร้องความเป็นธรรมอ้างถูกบีบบังคับทำงานการเงินจนจบชีวิต ด้าน ผอ.ร.ร.สันกำแพงเปิดหลักฐานสวนกลับ พบพิรุธย่องเข้าห้องการเงินยามวิกาล-ใช้ผ้าคลุมกล้องวงจรปิด แฉตรวจสอบย้อนหลัง 3 ปี พบเงินบำรุงการศึกษาหายวับกว่า 5 ล้านบาท
จากกรณีความสูญเสียของ "ครูปอ" หรือครูพอลล่า เจ้าหน้าที่การเงินโรงเรียนสันกำแพง ที่ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองจนนำไปสู่โพสต์เรียกร้องความเป็นธรรมจาก "สารวัตรต้น" ผู้เป็นสามี ที่ระบุว่าภรรยาไม่ใช่ผู้ป่วยซึมเศร้าแต่ถูกกดดันจาก "พวกบ้าอำนาจ" ในที่ทำงานนั้น
ล่าสุด (6 ก.พ. 69) มีรายงานการเปิดเผยหลักฐานจากกล้องวงจรปิดภายในห้องการเงินของโรงเรียน เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 69 เวลาประมาณ 19.00 น. พบภาพครูปอเข้าไปในห้องก่อนนำผ้ามาคลุมปิดบังกล้องวงจรปิดไว้ ซึ่งจากการตรวจสอบภายหลังพบว่าเอกสารต้นขั้วทะเบียนใบเสร็จรับเงินสำคัญได้สูญหายไป
ทางด้าน ผอ.โรงเรียนสันกำแพง ซึ่งเพิ่งมารับตำแหน่งได้เพียง 1 ปี เปิดเผยว่า มูลเหตุเริ่มต้นมาจากการที่ผู้ปกครองร้องเรียนว่าจ่ายค่าเทอมแล้วแต่ไม่ได้รับใบเสร็จ เมื่อตรวจสอบพบว่ามีการโอนเงินเข้า "บัญชีส่วนตัว" ของครูปอ แทนที่จะเข้าบัญชีโรงเรียน
จากการขยายผลตรวจสอบย้อนหลัง 3 ปีการศึกษา พบความผิดปกติร้ายแรงในระบบบัญชี เช่น
1. การเก็บเงินสดไว้กับตัว ไม่นำฝากธนาคารหรือเข้าเซฟตามระเบียบ
2. มีการใช้ใบเสร็จข้ามเล่ม ลงวันที่ในฉบับจริงและสำเนาไม่ตรงกัน
3. ยอดเงินบำรุงการศึกษาหายไปรวมแล้วกว่า 5 ล้านบาท
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 69 ผอ.ได้เรียกครูปอมาแจ้งคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวเพื่อตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่ามีการเชิญบุคคลภายนอกร่วมสังเกตการณ์เพื่อให้ความเป็นธรรม และไม่ได้มีการข่มขู่ แต่หลังจากนั้นครูปอได้หายตัวไปจนพบว่าเสียชีวิตในเช้าวันที่ 27 ม.ค. 69
ขณะนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด ส่วน ผอ.โรงเรียนได้ใช้สิทธิลาพักเพื่อให้กระบวนการสอบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใส
นอกจากนี้ ทางโรงเรียนยังได้ชี้แจงกรณีโซเชียลแชร์ภาพข้าวของของครูปอถูกนำมาทิ้งหน้าป้อมยามว่า ไม่เป็นความจริง แต่เป็นความต้องการของสารวัตรต้นเองที่ขอให้ทางโรงเรียนช่วยขนย้ายทรัพย์สินขนาดใหญ่มาวางไว้ตรงจุดดังกล่าวเพื่อให้สะดวกต่อการมารับกลับในภายหลัง


