จากกรณีความสูญเสีย “พลายสีดอหูพับ” ที่ล้มลงระหว่างปฏิบัติการเคลื่อนย้ายคืนสู่ป่าภูหลวงจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ล่าสุด “ลุงเกรียง หมีแบกกล้อง” ช่างภาพสัตว์ป่าชื่อดัง ออกโรงวอนขอให้ประชาชนใช้สติเหนืออารมณ์และหยุดส่งต่อความเกลียดชังไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เผยเบื้องหลังน้ำตาและความเสียใจของคนทำงานที่ใกล้ชิดช้างมากที่สุด ย้ำเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่เต็มกำลังและเสียใจไม่แพ้กันแม้ไม่ได้ออกมาแก้ตัว พร้อมชวนสังคมเปลี่ยนความเศร้าเป็นพลังในการสนับสนุนการอนุรักษ์ผืนป่าและสัตว์ป่าที่ยังเหลืออยู่ต่อไป
จากกรณีกรมอุทยานฯ ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อการสูญเสีย พลายสีดอหูพับ ระหว่างปฏิบัติการเคลื่อนย้ายจาก จ.ขอนแก่นคืนสู่ป่าภูหลวง "พลายสีดอหูพับ" เกิดอาการชักและล้ม กรมอุทยานฯ ยืนยันปฏิบัติตามมาตรฐานสากล เตรียมผ่าชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แท้จริงอย่างละเอียด ตามที่ได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก "ลุงเกรียง หมีแบกกล้อง" ช่างภาพสัตว์ป่าและนักเล่าเรื่องธรรมชาติที่มีชื่อเสียงจากการติดตามถ่ายทอดชีวิตของ "ช้างป่าภูเวียง" ในจังหวัดขอนแก่น ได้ออกมาโพสต์ข้อความเกี่ยวกับประเด็นการตายของ "พลายสีดอหูพับ" โดยขอให้ประชาชนใช้สติเหนืออารมณ์ และหยุดส่งต่อความเกลียดชังไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน แม้เหตุการณ์ที่ "สีดอหูพับ" ล้มจะสร้างความเสียใจอย่างมาก แต่เจ้าหน้าที่ทุกคนได้ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังแล้ว ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
"ผมเข้าใจดีว่าทุกคนมีความโกรธ ความเศร้า และความทุกข์ใจจากเหตุการณ์ที่สีดอหูพับล้มลงไป แต่ขอร้องให้เราทุกคนใช้สติให้มากกว่าอารมณ์นะครับ อย่าเอาความรู้สึกเกลียดชังเหล่านั้นไปปาใส่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในอุทยานแห่งชาติหรือในพื้นที่อื่นๆ
เจ้าหน้าที่ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่และดีที่สุดแล้ว การที่พวกเขาไม่ออกมาพูดหรือแสดงออก ไม่ใช่เพราะไม่รู้สึกอะไร แต่เพราะพวกเขาเป็น “เจ้าหน้าที่” ที่ต้องทำงานกับเหตุการณ์เหล่านี้โดยตรง หลายคนอาจไม่รู้ว่า เบื้องหลังแล้วเจ้าหน้าที่จำนวนไม่น้อยต้องหลบไปร้องไห้ ต้องเสียใจอย่างหนัก เพราะพวกเขาเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดกับช้างมากที่สุด ดูแลช้างมาตลอด และหลายๆ นายอาจมากกว่าผม ความเศร้าและความเสียใจไม่ได้เกิดขึ้นกับประชาชนเท่านั้น แต่เกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ทุกคน และเมื่อการปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามแผน ไม่มีใครเสียใจไปมากกว่าเขา
เพียงแต่พวกเขาไม่ได้มีหน้าที่ต้องออกมาแก้ตัวหรืออธิบายให้ใครเข้าใจ เสียงร้องไห้ในใจของพวกเขา #อาจจะดังกว่าเสียงที่เราร้องกันอยู่ตอนนี้ก็ได้ ขอให้เราเห็นใจ และส่งกำลังใจให้กันเถอะครับ เพราะไม่ใช่แค่ช้างป่าที่พวกเขาต้องดูแล แต่ยังมีผืนป่าและสัตว์ป่าอีกจำนวนมากที่ยังต้องฝากชีวิตไว้กับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติในทุกพื้นที่ของประเทศไทย อยากให้เรากลับมาถามตัวเราเองด้วยว่า ในตอนนี้เหตุการณ์นี้ จะช่วยให้เรามีส่วนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าที่เหลืออยู่ได้อย่างไรและด้วยวิธีใดบ้าง ขอบพระคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ครับ"


