xs
xsm
sm
md
lg

“ครูอ้อย” ลั่นตลอดชีวิตมีแต่ช่วยคน ตั้งคำถามสังคมไทย เหตุใดให้พื้นที่ดรามา มากกว่าสร้างคนคุณภาพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ดร.ฐิตินาถ ณ พัทลุง หรือ “ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต” โพสต์ข้อความยาว เปิดประสบการณ์ช่วยผู้คนมากว่า 20 ปี ทั้งปัญหาชีวิต การเงิน ความรัก และธุรกิจ พร้อมย้ำจุดยืนไม่ใช้ศาสนาแสวงหาประโยชน์ ตอกกลับกระแสใส่ร้าย ลั่น “คนดีเขามองออก”

จากกรณี ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต หรือ ดร.ฐิตินาถ ณ พัทลุง กลับมาด้วยความเซอร์ไพรส์บนภาพลักษณ์ใหม่ จากไลฟ์โค้ชสายบุญ กลายเป็นนักธุรกิจหญิงข้ามชาติในลุคไฮโซสุดหรู ผมสวย ผิวดี แต่งตัวระดับโลก ใช้ชีวิตในประเทศโมนาโก ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่อยู่อาศัยของมหาเศรษฐีระดับโลก ปรากฏตัวในคลิปสัมภาษณ์จากช่องต่างประเทศชื่อดัง "The School of Hard Knocks" บน TikTok และแพลตฟอร์มอื่นๆ สิ่งที่เชื่อมโยงครูอ้อยกับวงการเทคโนโลยีในตอนนี้ คือบทบาทใหม่ของครูในฐานะผู้ก่อตั้งและ CEO ของแอปพลิเคชัน Zoul (ออกเสียงว่า "โซล") ซึ่งเป็นแอปด้านสุขภาพจิต (mental health) ที่ผสมผสานการทำสมาธิ การนอนหลับ และการดูแล wellbeing ทั้งด้านอารมณ์ การเงิน และสังคม คำจำกัดความของแอปนี้คือการไม่ได้เป็นแค่แอปทำสมาธิหรือ meditation ธรรมดา แต่เป็นแพลตฟอร์มที่มุ่งสร้าง "emotional, financial, and social freedom" ให้ผู้ใช้ทั่วโลก ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันนี้ (4 ก.พ.) ดร.ฐิตินาถ ณ พัทลุง ผู้ก่อตั้งแนวคิด “เข็มทิศชีวิต” และเจ้าของเพจ Dr. DDnard Zoul Meditation and Sleep App ได้ออกมาโพสต์ข้อความยาวผ่านโซเชียลมีเดีย แสดงจุดยืนและชี้แจงประเด็นที่ถูกกล่าวหาและโจมตีต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี

โดยระบุว่า ตลอดเกือบสองทศวรรษที่ผ่านมา ผู้ที่เข้ามาขอคำปรึกษาล้วนเป็นผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาหนักในชีวิต ทั้งด้านการเงิน ความสัมพันธ์ สุขภาพใจ และการดำเนินธุรกิจ บางรายเป็นหนี้จำนวนมหาศาลถึงหลักร้อยล้านหรือพันล้าน ก่อนจะสามารถพลิกฟื้นชีวิตได้ ซึ่งมีหลักฐานเป็นไลฟ์และบันทึกย้อนหลังในเพจ “เข็มทิศชีวิต”

ดร.ฐิตินาถระบุว่า หลังจากช่วยเหลือในส่วนที่ควรช่วยแล้ว เธอเลือกถอยออกมาใช้ชีวิตอย่างสงบ เพราะไม่มีใครสามารถแบกรับชีวิตของผู้อื่นได้ตลอดไป พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า บางคนเมื่อเวลาผ่านไปกลับไปใช้วิธีคิดและพฤติกรรมเดิม จนชีวิตถดถอย และออกมากล่าวหาผู้อื่นจนเกิดความเข้าใจผิด

เธอยังเปรียบเทียบสถานการณ์ดังกล่าวว่า คล้ายกับการยืมเงิน เมื่อไม่ได้รับตามต้องการก็กลับกล่าวร้าย พร้อมย้ำว่า “คนที่จิตใจขาดแคลน ต่อให้ได้เงินมาเท่าไร หากยังใช้นิสัยเดิม สุดท้ายก็หมด”

ในโพสต์ดังกล่าว ยังได้ให้มุมมองเรื่องความจนและความรวย โดยระบุว่า ความจนไม่ได้วัดจากจำนวนเงิน แต่เป็นเรื่องของจิตใจ คนที่พอ มีความสุข และพอใจในสิ่งที่มี คือคนรวยที่แท้จริง ขณะที่ผู้ที่คิดลบ ใส่ร้าย และไม่เห็นคุณค่าผู้อื่น ต่อให้มีเงินมากก็ยังเป็น “คนจนในระดับดีเอ็นเอ”

ดร.ฐิตินาถยังปฏิเสธข้อกล่าวหาการนำศาสนามาแสวงหาผลประโยชน์ โดยยืนยันว่าไม่มีใครมาหาเธอเพราะศาสนา หากต้องการศาสนาก็สามารถไปวัดได้ แต่การจัดการชีวิต การเงิน และความคิด ต้องอาศัยความขยัน อดทน การทำงานจริง และการกตัญญูต่อพ่อแม่

ช่วงท้ายของโพสต์ เธอได้ตั้งคำถามต่อสังคมว่า เหตุใดประเทศจึงให้พื้นที่กับดรามา มากกว่าการสร้างคนคุณภาพระดับโลก พร้อมสะท้อนว่า คนดีและคนเก่งจำนวนมากไม่กล้าออกมาทำความสำเร็จ เพราะกลัวคำด่าและการถูกโจมตี

อย่างไรก็ตาม เธอกล่าวขอบคุณทุกบททดสอบที่เข้ามาในชีวิต เพราะทำให้เธอไม่ประมาท ตั้งใจทำงาน และเติบโตอย่างมั่นคง พร้อมให้กำลังใจสังคมไทยให้เลิกทำลายกันเอง และหันมาร่วมกันคิดดี ทำดี และสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้เกิดขึ้น






กำลังโหลดความคิดเห็น