กลายเป็นประเด็นร้อนที่แฟนบอลพรีเมียร์ลีกแห่แชร์! เมื่อเพจดัง ‘กระทู้ดราม่าพันทิป v.2’ ออกมาจวกยับนโยบายการตลาด Monomax หลังพบการ ‘กั๊ก’ ไฮไลต์บน YouTube หวังบีบคนโหลดแอปฯ ชี้เป็นการทำลายความเชื่อใจตั้งแต่ปีแรกจากสัญญาระยะยาว 6 ปี เตือนหากยังเน้น ‘ตัด-กั๊ก-บังคับ’ แทนการพัฒนาคุณภาพ ระวังแฟนบอลจะเลิกสนับสนุนไปอย่างเงียบๆ
จากกรณี Monomax กำลังถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าใช้นโยบายการตลาดที่ผิดพลาด โดยการลดคุณภาพไฮไลต์บน YouTube (เช่น ตัดประตูออก, ตัดต่อไม่รู้เรื่อง) เพื่อบีบให้คนไปโหลดแอปฯ
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 3 ก.พ. เพจ "กระทู้ดราม่าพันทิป v.2" ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 2 แสนคน ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ชี้ นี่คือสัญญาปีแรกจากทั้งหมด 6 ปี หาก Monomax ยังไม่ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จาก "ตัด-กั๊ก-บังคับ" มาเป็น "พัฒนาและเคารพคนดู" สุดท้ายฐานแฟนบอลจะเลิกบ่นและเลิกสนับสนุนไปอย่างเงียบๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับธุรกิจลิขสิทธิ์กีฬาครับ โดยทางเพจได้ระบุข้อความว่า
"ไฮไลต์บอลพรีเมียร์ลีกที่หายไป กับความศรัทธาที่กำลังพัง
ฝากสารนี้ไปให้ถึง Monomax Sports ที
1. MONOMAX กำลังทำลาย YouTube ซึ่งเป็นช่องทางโปรโมตที่ทรงพลังที่สุดของตัวเอง
YouTube ไม่ใช่พื้นที่แจกของฟรีแบบไร้ค่า แต่มันคือหน้าร้านหลักที่ใช้โชว์คุณภาพลิขสิทธิ์ที่ถืออยู่ การเอาไฮไลต์ไปลงแบบตัดประตูออก ยิงไม่ครบ หรือทำให้ดูไม่รู้เรื่อง ไม่ได้ทำให้คนอยากสมัครแพกเกจ แต่ทำให้คนรู้สึกว่าโดนหลอกและเสียเวลา สุดท้ายจากช่องทางที่ควรสร้างแฟน กลายเป็นแหล่งสร้างความไม่พอใจแทน
2. การบีบให้คนจ่ายด้วยการทำของฟรีให้ห่วย คือวิธีคิดการตลาดที่พังตั้งแต่ต้น
แทนที่จะเพิ่มคุณค่าให้แอป กลับเลือกลดคุณค่าของ YouTube เพื่อกดดันผู้ชม วิธีนี้อาจทำให้ยอดดาวน์โหลดแอปขยับในระยะสั้น แต่แลกมาด้วยความเชื่อใจของผู้บริโภค ซึ่งเมื่อพังแล้ว แก้ยากกว่ายอดตัวเลขใดๆ ทั้งหมด
3. คนดูไฮไลต์ไม่ใช่กลุ่มที่จะยอมจ่ายอยู่แล้ว แต่คนจ่ายกลับโดนทำให้เสียประสบการณ์
ความจริงคือคนที่รอดูไฮไลต์กับคนที่ดูสดเป็นคนละกลุ่มกัน การตัดไฮไลต์ไม่ทำให้คนกลุ่มแรกควักเงิน แต่กลับทำให้คนที่ยอมจ่ายอยู่แล้วรู้สึกเสียเปรียบ เพราะดูย้อนหลัง ดูซ้ำ หรือเสพอารมณ์ร่วมกับแฟนบอลใน YouTube ไม่ได้เหมือนเดิม
4. บทเรียนจากค่ายเก่ามีให้เห็นชัด แต่ MONOMAX เลือกเดินซ้ำแบบหนักกว่า
อดีตค่ายที่เคยถือลิขสิทธิ์ก็เคยพยายามบังคับให้ดูผ่านแพลตฟอร์มเดียว และสุดท้ายต้องถอยเพราะกระแสต่อต้าน แต่ MONOMAX กลับไม่เพียงไม่ถอดบทเรียน ยังทำให้สุดทางกว่าเดิม ทั้งที่ผลลัพธ์มันเคยเกิดขึ้นแล้ว
5. แอปยังไม่เสถียร แต่กลับใช้นโยบาย exclusive เหมือนพร้อมแล้วทุกอย่าง
ดูผ่าน PC ไม่ได้ สลับอุปกรณ์ต้องรอ ระบบหมุน ภาพตก ไฮไลต์ลงช้า สิ่งเหล่านี้คือประสบการณ์จริงของผู้ใช้ เมื่อพื้นฐานยังไม่แน่น แต่กลับบังคับให้คนอยู่ในระบบเดียว ความไม่พอใจจึงยิ่งสะสมแทนที่จะลดลง
6. แม้ในแอป ไฮไลต์ก็ยังตัดต่อแบบไม่เคารพคนดูบอล
หลายคลิปตัดข้ามจังหวะสำคัญ ไม่มี replay และไม่เล่า flow เกมให้เข้าใจ นี่ไม่ใช่เรื่องลิขสิทธิ์หรือข้อจำกัดใดๆ แต่คือคุณภาพการทำงานที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่แพลตฟอร์ม แต่อยู่ที่แนวคิด
7. ราคาถูกไม่ใช่ข้ออ้าง หากคุณภาพถูกตามราคาทุกมิติ
ปฏิเสธไม่ได้ว่า MONOMAX ถูกกว่า แต่สิ่งที่ตามมาคือคุณภาพที่ด้อยกว่า ทั้งทีมพากย์ การตัดต่อ และประสบการณ์ใช้งาน หากวันหนึ่งไม่มีโปรโมชันเหลืออยู่ คำถามคืออะไรจะทำให้คนยอมอยู่ต่อ
8. นี่เพิ่งปีแรกของสัญญา 6 ฤดูกาล แต่กำลังเผาความเชื่อใจตั้งแต่ต้น
อันตรายที่สุดไม่ใช่เสียงด่าในวันนี้ แต่คือวันที่คนหยุดบ่น หยุดเถียง และเลือกยกเลิกแบบเงียบๆ หากยังเชื่อว่านโยบายนี้เข้าท่า ฐานแฟนจะค่อยๆ หายไปโดยไม่เหลือเสียงเตือน
สรุป
สิ่งที่ MONOMAX กำลังทำ ไม่ใช่การหวงลิขสิทธิ์ แต่คือการลดคุณค่าคอนเทนต์ของตัวเอง และใช้ YouTube เป็นเครื่องมือกดดันแทนการสร้างความอยากสนับสนุน ฟุตบอลคือคอนเทนท์อารมณ์ร่วม ไม่ใช่สินค้าที่เอามาบีบคอผู้บริโภคให้จ่าย หากยังเลือก “ตัด-กั๊ก-บังคับ” แทนที่จะ “เพิ่ม-พัฒนา-เคารพคนดู” สุดท้ายคนจะไม่เถียง แต่จะเดินออกไปดูที่อื่นอย่างเงียบๆ"


