xs
xsm
sm
md
lg

ศึกเลือกตั้งเดือด ปมบุหรี่ไฟฟ้า! ผู้สมัคร ส.ส.ยังเห็นต่าง ชนวนจุดยืน แบน-ปลดล็อก ปกป้องเยาวชน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



การแพร่ระบาด และกระแสของ “บุหรี่ไฟฟ้า-บุหรี่เถื่อน” กลายเป็นประเด็นร้อนที่พาดผ่านทั้งมิติสุขภาพของเยาวชน ไปจนถึง “รายได้รัฐ” ส่วย การคอร์รัปชัน และประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย” จนทำให้ผู้สมัคร ส.ส.จากหลายพรรคการเมืองหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาเพื่อแสดงจุดยืนของตนเองต่อสาธารณะ ย้ำเป้าหมายหลักในการปกป้องเยาวชนและสุขภาพของส่วนรวม 

แม้ทุกฝ่ายจะเห็นร่วมกันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกระทบประชาชนโดยตรง แต่แนวทางแก้กลับแตกต่าง ตั้งแต่ “ดันเป็นวาระแห่งชาติ” เน้นปราบปรามและตรวจสอบเจ้าหน้าที่ ไปจนถึง “จัดการเชิงโครงสร้าง” ปิดช่องโหว่คุ้มครองเยาวชน ไปจนถึง “ยกขึ้นบนดินภายใต้กฎหมาย” และนำภาษีไปอุดงบสาธารณสุข ขณะที่บางเสียงชี้มิติที่มักถูกละเลยคือผลกระทบต่อเศรษฐกิจชุมชนและเกษตรกร


“ดร.เอ้” ดันวาระแห่งชาติต้านบุหรี่ไฟฟ้าปกป้องลูกหลาน


 


ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวถึงแนวทางการบริหารจัดการและแก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าว่า “ทุกคนเริ่มให้ความสำคัญ เห็นความสำคัญกับเรื่องบุหรี่เถื่อน-บุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้นเพราะว่ามันส่งผลอันตรายต่อเรื่องของสุขภาพ แต่บางคนก็มองว่าถ้ามันถูกกฎหมายจะสามารถเก็บเงินเข้ารัฐได้มากขึ้นนั้น

ถ้ารัฐจะคิดอย่างนั้น อย่างน้อยต้องทราบก่อนว่าเงินไม่ได้ซื้อสุขภาพและชีวิตมันสำคัญที่สุด ซึ่งจุดยืนของผมและพรรคไทยก้าวใหม่ไม่สนับสนุนเรื่องบุหรี่โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้า ยิ่งเป็นบุหรี่เถื่อนไม่ได้เลย มันเป็นการสะท้อนการทุจริตคอร์รัปชันโดยที่ไม่ได้จ่ายภาษีสรรพสามิตและอื่นๆ ยิ่งเลวร้ายเป็นทวีคูณเลย”

“แนวทางของเราคือ จะร่วมมือกับพรรคการเมืองอื่นๆ ต่อสู้ในเรื่องนี้ จะไปตรวจสอบเลยว่าใครไม่ทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ผนึกกำลังแล้วก็ทำให้เป็นวาระแห่งชาติให้ได้ เพราะว่ามันทำร้ายชีวิตลูกหลานคนไทย มันเสพติดครับ และมันไม่ได้มีประโยชน์ มันเกิดการสูญเสียเรื่องสุขภาพ” 

ศ.ดร.สุชัชวีร์ทิ้งท้ายว่า “การที่คนรุ่นใหม่บางกลุ่มมองว่าทำไมสูบบุหรี่ไฟฟ้าแล้วผิด แต่คนสูบบุหรี่ธรรมดาไม่เห็นผิด ความจริงแล้วมันก็ผิดทั้งนั้นเพราะบุหรี่เป็นโทษต่อเยาวชน มีการรณรงค์กันมานานแล้ว ดังนั้นอยากให้น้องๆ รู้ว่ายังไงผู้ใหญ่เขาเป็นห่วงนะ และเอาจริงเอาจังเรื่องนี้มาก ส่วนใครขายบุหรี่พวกนี้ให้เยาวชนยังไงก็มีโทษทั้งจำทั้งปรับด้วย”

ปชป.ชี้รัฐต้องจัดการเชิงโครงสร้างจริงจัง เตือน “บุหรี่ไฟฟ้า” ระบาดเร็ว-เข้าถึงเยาวชนง่าย



ด้าน เนเน่-รัดเกล้า สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ด้านสตรี เยาวชน ความยั่งยืน) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะเกิดขึ้นเร็ว แพร่กระจายง่าย และเข้าถึงเด็กและเยาวชนได้มากกว่าบุหรี่แบบเดิม ทั้งจากการตลาด รูปลักษณ์ กลิ่นรส และช่องทางออนไลน์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว รวมถึงการสร้างพฤติกรรมเสพติดตั้งแต่อายุยังน้อย และมองว่านี่ไม่ใช่แค่ปัญหาพฤติกรรมส่วนบุคคล แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่รัฐต้องเข้ามาจัดการอย่างจริงจัง

“ดิฉันเชื่อว่าการแก้ปัญหาต้องทำควบคู่กันหลายมิติ ได้แก่ การป้องกันเชิงรุกในโรงเรียนและครอบครัว ให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับเยาวชน การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้จำหน่าย โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ การทำงานร่วมกันของกระทรวงสาธารณสุข การศึกษา ดิจิทัล และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งการสื่อสารสาธารณะที่ไม่ทำให้บุหรี่ไฟฟ้าดูเป็นเรื่องเท่หรือปกติในสังคม”

ไม่เห็นด้วยบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย ชี้ระบบคุม-คุ้มครองเด็กยังมีช่องโหว่

เนเน่-รัดเกล้า ยังบอกอีกว่า ตอนนี้ยังไม่เห็นด้วยกับการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย โดยเฉพาะในบริบทของสังคมไทยที่ระบบการควบคุม การบังคับใช้กฎหมาย และการคุ้มครองเยาวชนยังมีช่องโหว่อยู่มาก การเปิดให้ถูกกฎหมายโดยที่ระบบยังไม่พร้อม อาจยิ่งเพิ่มการเข้าถึงของเด็กและเยาวชน และทำให้ปัญหาลุกลามมากกว่าเดิม สิ่งที่ควรทำก่อนคือการปิดช่องโหว่การลักลอบจำหน่ายและควบคุมอย่างจริงจัง

พร้อมย้ำว่าสังคมต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าที่ปัญหาการลักลอบจำหน่ายยังมีอยู่ ส่วนหนึ่งมาจากการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เข้มแข็ง และอาจมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนหรือการทุจริตเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจำเป็นต้องแก้ไข ต้องทำให้ระบบตรวจสอบโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีบทลงโทษที่จริงจังกับทั้งผู้ค้าและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแส
ย้ำสุขภาพและอนาคตเยาวชนต้องมาก่อนรายได้รัฐ

“สำหรับดิฉัน คำตอบชัดเจนค่ะว่า สุขภาพและอนาคตของเยาวชนต้องมาก่อนรายได้ของรัฐเสมอ รายได้สามารถหาได้จากหลายทาง แต่หากเราเสียเด็กและเยาวชนให้กับปัญหาสุขภาพและการเสพติดตั้งแต่อายุยังน้อย ความเสียหายต่อสังคมในระยะยาวจะสูงกว่ามาก และไม่อาจประเมินค่าได้”

ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยึดหลักเสรีภาพในการแสดงออกควบคู่ความรับผิดชอบต่อสังคม และการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม ในขณะเดียวกัน ผู้ที่ถูกละเมิดเกียรติย่อมมีสิทธิใช้กระบวนการตามกฎหมายเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีและความเป็นธรรมของตนเอง ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของรัฐนิติธรรมที่พรรคยึดถือมาโดยตลอด สังคมที่ดีไม่ใช่สังคมที่ใครพูดอะไรก็ได้โดยไม่ต้องรับผิด แต่คือสังคมที่กฎหมายยืนอยู่ข้างความถูกต้อง และประชาชนได้รับการคุ้มครองอย่างเสมอภาค

หมออุ๋ยชี้ “บุหรี่ไฟฟ้า-บุหรี่เถื่อน” ซ้ำเติมเกษตรกรรายได้หดกว่า 50%


ขณะที่ นพ.นิยม วิวรรธนดิฐกุล (หมออุ๋ย) ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดแพร่ เขต 2 พรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นถึงเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่เถื่อนว่า เรื่องนี้นอกจากจะกระทบสุขภาพแล้วยังมีผลกระทบต่อเกษตรกรด้วย โดยชาวแพร่ส่วนใหญ่มีอาชีพเป็นเกษตรกรประมาณ 70% มีรายได้ต่ำราว 90,000 บาทต่อคนต่อปี อยู่ลำดับท้ายๆ ของภาคเหนือ (ลำดับที่ 15)
จุดเปราะบางที่ต่างจากจังหวัดอื่นในภาคเหนือ คือการเกษตรที่พึ่งพาพืชเชิงเดี่ยวเป็นหลัก ได้แก่ ข้าวเหนียว และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีราคาตกต่ำเกือบทุกปี

ขณะที่ด้านการค้า การลงทุน อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว ยังมีน้อย ดังนั้นดัชนีที่บอกว่าคนแพร่มีกินมีใช้ จึงขึ้นอยู่กับราคาพืชผลการเกษตร โดยเฉพาะราคาข้าวเหนียวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอาจรวมถึงมันสำปะหลัง อ้อย ส้มเขียวหวาน ยางพารา (ซึ่งยังปลูกกันน้อย)

ทั้งนี้ ปัญหาบุหรี่เถื่อน บุหรี่ปลอม และบุหรี่ไฟฟ้า ส่งผลกระทบต่อยอดขายของการยาสูบแห่งประเทศไทยที่ลดลง ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกยาสูบถูกลดโควตาลงกว่า 50% รายได้จึงลดลง
แนะรัฐเพิ่มบทลงโทษใช้เทคโนโลยีช่วยจับกุม ฉะนั้นสิ่งที่รัฐควรแก้ไขได้มีหลายวิธี เช่น

 ด้านกฎหมาย: เพิ่มบทลงโทษ และใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ช่วย
• ด้านราคา: ปรับราคาบุหรี่ไทยให้เหมาะสมเพื่อสู้กับราคาบุหรี่ต่างประเทศ รวมถึงบุหรี่เถื่อน
• ด้านช่องทางจำหน่าย: ควบคุมการจำหน่ายผ่านออนไลน์และร้านค้าปลีก
• ด้านสุขภาพ: ให้ความรู้พิษภัยของบุหรี่ปลอมและบุหรี่เถื่อนที่ไม่มีการควบคุมมาตรฐาน

อย่างไรก็ตาม ด้านสาธารณสุขคือผลกระทบต่อสุขภาพ จึงต้องช่วยกันรณรงค์ให้ ลด ละ เลิก การสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันทำ

ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ชี้ “บุหรี่ไฟฟ้า” ระบาดโซเชียลคุมยาก


นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขต 9 พรรคประชาชน บอกถึงเรื่องนี้ว่า ปัจจุบัน “บุหรี่ไฟฟ้า” เข้าไปอยู่ในโซเชียลแล้ว เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องใหญ่มากเราไม่สามารถคอนโทรลมันได้ ดังนั้น เราก็จะทำให้ถูกกฎหมายดีกว่าไหม เพราะทุกวันนี้แม้จะเป็นสินค้าต้องห้ามก็ยังสามารถทะลักเข้ามาในประเทศไทยอยู่

จี้เปิดรับฟังรอบด้านก่อนตัดสินใจ
“ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องทำ “โครงการรับฟังความคิดเห็นประชาชน” แบบรอบด้านจริงๆ ว่าจะเอายังไงกันแน่ ถ้าไม่ให้ถูกกฎหมาย รัฐบาลการันตีได้ไหมว่าสกัดได้จริง แต่ถ้าให้เข้ามาแบบถูกกฎหมาย รัฐก็ต้องตอบสังคมเรื่องปัญหาสุขภาพ ซึ่งงบประมาณด้านสาธารณสุขมันจะโตขึ้นไปอีก จะทำให้ “ภาษีจากบุหรี่ไฟฟ้า” มากพอที่จะชดเชยงบประมาณสาธารณสุขได้หรือไม่”

ตั้งคำถามรัฐ “ห้ามได้จริงไหม-ถ้าปลดล็อกคุมของเถื่อนได้หรือเปล่า”
นายศุภณัฐบอกอีกว่า "เพราะเรื่องนี้คอนโทรลยากมาก ในการที่ผมจะเลือกด้านใดด้านหนึ่ง แน่นอนมีกลุ่มหนึ่งเชียร์ มีกลุ่มหนึ่งค้าน ส่วนถ้าให้ชั่งน้ำหนักระหว่างรายได้ที่จะจัดเก็บกับสุขภาพและการแพร่ระบาดในเยาวชนของบุหรี่ไฟฟ้าในมุมผมเอง แน่นอนภาครัฐควรให้ “เรื่องสุขภาพ” มาเป็นอันดับหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันคุณก็ต้องตอบให้ได้เหมือนกันว่าสุดท้ายแล้วถ้าคุณ “ห้าม” คุณห้ามได้จริงหรือเปล่า

เพราะฉะนั้นจริงๆ แล้วมันคือ “ศักยภาพของรัฐ” ในการจัดการเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า ถ้าคุณจัดการไม่ได้ คุณก็ควรทำให้ถูกกฎหมาย"

ต้องบอกว่าในประเทศไทยมีหลายอย่างที่ผิดกฎหมายแต่ก็ยังอยู่ในประเทศไทยได้ทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นถ้าคุณไม่สามารถแก้ตรงนี้ได้ มันก็กลับไปเหมือนเดิม Legalize หรือทำให้เป็นสินค้าถูกกฎหมาย แล้วมาคอนโทรล หาทางควบคุม ขึ้นทะเบียน อย่างนี้มันจะมีประโยชน์มากกว่าหรือเปล่า เพราะทุกวันนี้เหล้าเถื่อนมีไหม มี บุหรี่ธรรมดาเถื่อนมีไหม มี ธุรกิจสีเทามีไหม มีอยู่ และยังจัดการปัญหาตรงนี้ไม่ได้เลย

ไทยสร้างไทยย้ำ “สุขภาพต้องมาก่อน” บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายต้องพิจารณารอบคอบ



ด้าน นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า ในส่วนของบุหรี่ไฟฟ้า เราเข้าใจว่ามีความพยายามในการผลักดันกฎหมายมาตั้งแต่ช่วงสภาชุดที่ 25 และสภาชุดที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ในปัญหาด้านสาธารณสุข ไทยสร้างไทยยังมองว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวล ดังนั้นหากจะผลักดันให้ถูกกฎหมายแบบเต็มรูปแบบ ก็ต้องขอพิจารณาในรายละเอียด

ส่วย-คอร์รัปชันเป็นต้นตอบุหรี่ไฟฟ้าระบาด
ในขณะเดียวกัน ต้องยอมรับว่าปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าตอนนี้ถูกนำมาใช้ในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันค่อนข้างมาก เพราะมีตลาดมืดนำเข้ามาขาย ไม่ว่าจะเป็นเขตหัวเมืองหรือเขตกรุงเทพมหานครก็ตาม
ดังนั้นหากเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องส่วยได้ เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถทำให้มีการควบคุมได้อย่างเต็มรูปแบบ แต่หากยึดมั่นในหลักด้านสาธารณสุข ไทยสร้างไทยอาจจะไม่ได้ผลักดันแบบเต็มร้อยขนาดนั้น
เปิดช่องทบทวนหากมีหลักฐานแพทย์ชัดเจน

นายปริเยศยังให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า “ผมอาจจะตอบไม่ได้ว่าเราจะผลักดันในรูปแบบไหน มองว่าต้องมีการผลักดันอย่างจริงจัง หากมองว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่สามารถแก้ไขปัญหาคนเลิกบุหรี่ได้ และยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่สำคัญ เราคิดว่าเรื่องการปราบปรามและดูแลอย่างจริงจังเป็นเรื่องจำเป็น หากมีผลวิจัยที่เป็นทางการแพทย์อย่างจริงจัง เราต้องมาพิจารณาในเรื่องสาธารณสุข ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าถึงเวลานั้น ไทยสร้างไทยอาจจะไม่ได้ขวางกั้นกฎหมายตัวนี้

ในสิ่งที่หลายคนมองว่า “เอาขึ้นมาบนดินให้ถูกต้อง เพื่อจะได้จัดเก็บรายได้มากขึ้น” เราอาจจะไม่เห็นด้วย เพราะเราไม่มองว่าการจัดเก็บรายได้ในรูปแบบภาษีควรแลกกับผลกระทบด้านสาธารณสุขหรือสุขภาพของประชาชน ซึ่งอาจเป็นผลเสียมากกว่า แต่หากเป็นเรื่องการแก้ปัญหาเรื่องส่วย ก็จำเป็นต้องไปปรับปรุงเรื่องคอร์รัปชันและการทุจริตของเจ้าหน้าที่เป็นหลักสำคัญ

และในขณะเดียวกันก็ต้องเปิดช่องไว้สำหรับกรณีที่มีผลวิจัยทางการแพทย์ว่าบุหรี่ไฟฟ้าสามารถแก้ปัญหาผู้ที่ติดบุหรี่ได้จริง ก็จะสามารถพิจารณาในรายละเอียดได้อีกครั้ง

ในส่วนของบุหรี่เถื่อนน่าจะมีเข้ามาในสองรูปแบบ อดีตอาจเข้ามาผ่านแนวชายแดนเพียงอย่างเดียว แต่ปัจจุบันต้องยอมรับว่าเรื่องการผลักดันรูปแบบเสมือนบุหรี่ก็เป็นปัญหาเช่นเดียวกัน ซึ่งปัญหาบุหรี่เถื่อนต้องจัดการอย่างเต็มรูปแบบเท่านั้น

ย้ำจุดยืนสุขภาพต้องมาก่อน
นายปริเยศบอกอีกว่า เรื่องนี้ต้องขอย้ำว่า “จุดหลักสำคัญ” เราต้องยึดมั่นด้านสาธารณสุขและสุขภาพเป็นเรื่องหลักก่อน แต่ถ้าการแก้ปัญหานี้ไม่สามารถใช้กฎหมายปัจจุบันในการดูแลด้านคอร์รัปชันหรือส่วยได้ การพิจารณากฎหมายบุหรี่ไฟฟ้าหรือการควบคุมบุหรี่เถื่อนก็อาจเป็นทางออกหนึ่ง แต่เราเชื่อมั่นว่าการแก้ไขกฎหมายปัจจุบันให้มีการควบคุมอย่างจริงจัง น่าจะเป็นการปราบปรามเรื่องส่วยได้ดีกว่า

หลายคนมองถึงเรื่องรัฐบาลใหม่ อยากฝากเรื่องนี้ต่อ ในฐานะที่มองว่ารัฐบาลใหม่จะเข้ามาในอนาคตอันใกล้ อยากให้สะท้อนมุมมองเกี่ยวกับเรื่องนี้
ตอนนี้สภาทั้งสองชุดมีการพิจารณาเรื่องบุหรี่ไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง ผมเข้าใจว่าได้ข้อสรุปในหลักการแล้ว ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้ามีหลายประเภท มีประเภทที่แก้ไขปัญหาเรื่องบุหรี่เถื่อนได้เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง และอีกรูปแบบหนึ่งเป็นบุหรี่ไฟฟ้าที่เสมือนกลิ่น หากรัฐบาลใหม่จะเข้าไปพิจารณาจริงๆ จำเป็นต้องดูมาตรการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางการแพทย์เป็นสำคัญ

“ผมคิดว่าเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องใหญ่มากกว่า หากรัฐบาลตอบโจทย์ได้ว่าสุขภาพไม่ได้รับผลกระทบหรือเป็นไปในทิศทางที่บวก หากต้องปลดล็อกบุหรี่ไฟฟ้าจริง รัฐบาลก็คงผลักดัน แต่หากไม่มีผลวิจัยทางการแพทย์ที่ชัดเจน รัฐบาลใหม่ก็อาจไม่ได้เลือกเรื่องนี้มาเป็นลำดับความสำคัญ (Priority) แรก”

พรรครักชาติชูทางออก ดึงบุหรี่ไฟฟ้าขึ้นบนดินภายใต้กฎหมาย


ด้าน นางสาวชุติกาญจน์ สุวรรณโคตร รองโฆษกพรรครักชาติ บอกถึงเรื่องนี้ว่า ในส่วนของเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า ความจริงแล้วรายละเอียดของเรามีเยอะมาก หลักๆ คือไม่ได้เป็นการทำให้เสรีเลยแต่จะต้องออก พ.ร.บ.ควบคุมนิโคตินให้ถูกต้องตามกฎหมาย ยกตัวอย่างเช่นที่อังกฤษหรือในเกาหลีใต้ที่มีการควบคุม

“ส่วนข้อกังวลของหลายฝ่ายมองว่าถ้าทำให้บุหรี่ไฟฟ้าเสรี เยาวชนจะสามารถเข้าถึงได้มากขึ้นหรือเปล่านั้น ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ สาระสำคัญมันอยู่ที่การนำบุหรี่ไฟฟ้าที่ขายแบบผิดกฎหมายมาอยู่บนดิน แล้วจัดเก็บภาษีให้ถูกต้องพร้อมกับบังคับใช้กฎหมายให้ชัดเจนว่าใครสามารถเข้าถึงบริการตรงนี้ได้บ้าง ยกตัวอย่างเช่น คนอายุ 22 ปีขึ้นไป 24 ปีขึ้นไป ซึ่งตรงนี้เราไม่ได้ถือว่าเป็นการหักดิบซะทีเดียว แต่เป็นการทำให้มันอยู่ภายใต้กฎหมาย ปราบปรามได้จริง แล้วนำส่วยผิดกฎหมายให้กลายมาเป็นภาษี ทั้งหมดนี้เชื่อว่าจะทำให้เยาวชนเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้น้อยลง”

“หลายคนไม่เข้าใจว่าการนำขึ้นมาบนดินมันคือวางขายแบบข้างทางทั่วไปได้เลย มันไม่ใช่แบบนั้น ก็เหมือนกับกัญชาที่จะต้องมีใบจากแพทย์เท่านั้นถึงสามารถเข้าถึงกัญชาได้ เช่นเดียวกันกับบุหรี่ ที่สามารถขายได้ตามร้านสะดวกซื้อ แต่มีการตรวจสอบอายุผู้ซื้อ เราก็จะทำแบบนั้นกับบุหรี่ไฟฟ้าเหมือนกัน แต่ถ้าเราไม่ควบคุมอย่างเช่นปัจจุบีน แน่นอนมันเกลื่อนเมือง คุณไปแถวสีลม ซอยนานาสิ หรือในออนไลน์สิ มีเต็มเลย”


ชี้สาระคือจัดเก็บภาษี-กำหนดอายุเข้าถึง เพื่อลดการระบาดในเยาวชน
นางสาวชุติกาญจน์บอกอีกว่า ถ้าไม่มีการบังคับใช้กฎหมายที่ถูกต้องพร้อมกับการประนีประนอมกับประชาชนด้วย ก็จะไม่สามารถปราบปรามพวกนี้ได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นก็ต้องดูเรื่องของการจัดเก็บภาษีเข้ามาควบคู่กับเรื่องของการดูแลสุขภาพของเยาวชนรุ่นใหม่

“ภาษีที่เราเก็บจะเข้ากระทรวงสาธารณสุขแน่นอน เอาไปดูแลในเรื่องของมะเร็งปอด เรื่องอากาศที่เป็นผลกระทบจาก PM 2.5 หรือการใช้ชีวิตในด้านอื่นๆ พูดภาษาง่ายๆ คือเราหาเงินเข้ามาบริหารประเทศเพิ่ม”

ต่อมาคือความกังวลว่าจะทำให้เกิดนักสูบหน้าใหม่นั้น เชื่อว่าอยู่ที่แต่ละบุคคลมากกว่า เพราะทุกวันนี้บุหรี่ถูกต้อง เหล้าถูกต้อง กัญชาถูกต้อง แต่ก็ไม่ได้ติดกันทุกคน มันอยู่ที่ไลฟ์สไตล์คน แต่ยิ่งไปทำให้มันผิดกฎหมาย ให้มันเป็นใต้ดิน คนก็อยากริอยากลอง ทุกอย่างมันก็อยู่ที่ไลฟ์สไตล์ เพราะฉะนั้นแล้วการที่ทำให้ถูกกฎหมายไม่ได้แปลว่าทุกคนจะเข้าถึงสิ่งนั้น

ยกตัวอย่างเช่น ลอตเตอรี่ถูกกฎหมาย ตนก็เป็นคนหนึ่งไม่เล่นหวยนะคะ ไม่เคยซื้อลอตเตอรี่สักครั้งในชีวิต เพราะฉะนั้นมันก็แล้วแต่คนจริงๆ ครอบครัวต้องช่วยดูแลปลูกฝัง อยู่ที่ว่าพอเราทำให้มันอยู่บนกฎหมายแล้ว กระทรวงสาธารณสุขหรือคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีการโปรโมตมากน้อยแค่ไหนว่านิโคตินหรือบุหรี่ไฟฟ้ามันไม่ดียังไง เราก็ต้องไปปราบปราม มันจะมีแหล่งขายอยู่ตามหมู่บ้าน ตามสถานที่บันเทิง ตำรวจก็ต้องลงไปตรวจ ไปปราบปราม ไปยึดของกลางมาเลย แล้วหลังจากนั้นถ้าใครอยากจะขายบุหรี่ไฟฟ้าก็ต้องมาทำเรื่องขายให้มันถูกต้องภายใต้กฎหมาย

ย้ำต้องบังคับใช้กฎหมายเข้มบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย
นางสาวชุติกาญจน์บอกอีกว่า เรื่องนี้ทางพรรครักชาติคิดลงไปในรายละเอียดด้วยว่าเราต้องมีการควบคุมปริมาณนิโคตินเหมือนเกาหลีใต้ เกาหลีใต้เขาขายในร้านสะดวกซื้อ แต่เขามีปริมาณนิโคตินแค่ 3% ถึง 5% เท่านั้น ให้มันถูกต้อง ให้มันน้อยมากที่สุด

ถ้าเรามีโอกาสเข้าไปในสภาแล้ว เราสื่อสารว่าเราจะมาปราบปรามนิโคติน มาควบคุมนิโคตินให้มันถูกต้อง เอาสิ่งที่มันไปเกี่ยวข้องกับสารอันตรายหรือว่าการคอร์รัปชันของพวกข้าราชการต่างๆ ให้มาอยู่บนดินแล้วมันจะได้ปลอดภัยสำหรับทุกคน ปลอดภัยสำหรับผู้สูบ ปลอดภัยสำหรับประชาชนที่จะต้องการงบประมาณเพิ่มเติมที่จะเอาไปรักษาสุขภาพตัวเอง ทุกอย่างมันสามารถเริ่มต้นได้เลยจากการที่เราต้องยอมรับความจริงแล้วเอาของพวกนี้มาอยู่บนโต๊ะ

ผู้สมัคร ส.ส.รวมไทยสร้างชาติจี้ปราบปรามจริงจัง



น.ส.กานสินี โอภาสรังสรรค์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จ.สุราษฎร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาติ ให้ความเห็นว่า ปัญหาการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในฐานะตัวแทนของผู้ปกครองทุกท่าน การระบาดของแต่ละโรงเรียนเป็นภัยต่อลูกหลานของเราอย่างมากในด้านสุขภาพ และอยากจะให้มีการปราบอย่างจริงจัง แต่ถ้าในฐานะที่อาสาเป็นตัวแทนพ่อแม่พี่น้อง เรื่องนี้ต้องถูกนำไปขับเคลื่อนในสภาเพื่อปรึกษาให้เกิดการแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน เพราะว่ามันเป็นภัยต่อสังคมและต่อลูกหลานของเรา

ท้ายที่สุด ประเด็นนี้จึงไม่ใช่แค่คำถามว่า “จะปลดล็อกหรือไม่ปลดล็อก” แต่คือบททดสอบความสามารถของรัฐในการบังคับใช้กฎหมาย ปิดช่องทางผิดกฎหมาย และคุ้มครองเยาวชนให้ได้จริงในวันที่สินค้านี้ยังผิดกฎหมาย แต่หากล้มเหลวหรือทำไม่ได้อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ก็ต้องกล้าตั้งคำถามว่านโยบายใดจะแก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าได้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันมากที่สุด
กำลังโหลดความคิดเห็น