"สันติสุข มะโรงศรี" เปิดแผลใหญ่คดีจัดซื้อ ATK บุกกรุง ซัดแรง "ทำไมต้องโกหกขนาดนี้?" งัดหลักฐานสยบอ้าง "ไม่เคยถูกเรียกสอบ" พบเจ้าตัวรับทราบข้อกล่าวหา-ยื่นหนังสือชี้แจงเองกับมือ แฉพฤติกรรม "ซอยบิล" 5 สัญญาจัดซื้อย้อนหลังหวังเลี่ยงอำนาจอนุมัติ พร้อมกางตัวเลขส่วนต่างงบประมาณกว่า 7.6 ล้านบาท จี้ประชาชนตาสว่าง อย่าหลงเชื่อการปั่นกระแสขอคะแนนสงสารบนคำลวง
วันนี้ (31 ม.ค.) นายสันติสุข มะโรงศรี ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ออกมาโพสต์ข้อความเกี่ยวกับกรณีมติไล่ออกอดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลชื่อดังปมจัดซื้อ ATK โดยเรียกร้องให้ประชาชนพิจารณา "ข้อเท็จจริง" มากกว่า "กระแสหาเสียงหรือการปั่นความสงสาร" พร้อมทิ้งท้ายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องพูดความจริงกับประชาชนให้หมดหากมีความจริงใจต่อประชาชนจริง ทั้งนี้ ผู้โพสต์ได้ระบุข้อความว่า
"เป็นใคร ทำไมต้องโกหกขนาดนี้? ...
อ้างว่า จัดซื้อ ATK ยี่ห้อ Standard Q จากบริษัทรายเดียว หลายครั้ง เป็นการบริหารสต๊อกตามความไม่แน่นอนในภาวะฉุกเฉิน... ฟังไม่ขึ้นเลย เพราะอะไร
ความจริง เข้าร่วมปฏิบัติการเชิงรุกในกรุงเทพฯ 3 ครั้ง ช่วง ก.ค.-ส.ค. 2564 เสร็จสิ้นไปแล้ว หลังจากนั้นช่วงเดือนต.ค.-ธ.ค. 2564 จึงจัดทำเอกสารและดำเนินการ “จัดซื้อย้อนหลัง” แบ่งเป็น 5 ครั้ง รวม 42,854 ชุด ราคาชุดละ 230 บาท รวมเป็นเงิน 9,856,420 บาท
การจัดซื้อไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการบริหารสต๊อกในภาวะฉุกเฉิน ตามที่อ้างแล้วนะครับ ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในสำนวนวินิจฉัยว่า “วัตถุประสงค์ที่แท้จริง” ของการจัดซื้อดังกล่าวเป็นการซื้อย้อนหลังของพัสดุชนิดเดียวกัน จากผู้ขายรายเดียวกัน และสมควรต้องจัดซื้อ “ครั้งเดียว” เพื่อเสนอผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไป เนื่องจากวงเงินรวมเกินอำนาจผู้อำนวยการโรงพยาบาล
การแยกเป็น 5 รายการให้แต่ละครั้งต่ำกว่า 2 ล้านบาท เป็นการ “ลดวงเงินเพื่อให้อำนาจสั่งซื้อเปลี่ยนแปลงไป” โดยไม่ปรากฏเหตุจำเป็นหรือประโยชน์/ความคุ้มค่าเพิ่มเติม (ได้ราคาต่อชุด 230 บาทเท่ากันทุกครั้ง) เข้าลักษณะการแบ่งซื้อที่ระเบียบกระทรวงการคลังฯ พ.ศ. 2560 ข้อ 20 ห้ามกระทำ คำชี้แจง “รับฟังไม่ได้”
สรุปว่า ลักษณะเป็นการแบ่งซื้อ-แบ่งจ้าง
แถมการตรวจรับมีช่องโหว่ เพราะเป็นการซื้อย้อนหลังภายหลังใช้พัสดุไปแล้ว และไม่รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อเป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม จึงนับว่ามีข้อพิรุธถึงจำนวนชุดตรวจ Antigen test Kit (ATK) ที่ใช้จริงในช่วงเวลานั้น
หลังจากนั้น โรงพยาบาลต้นสังกัดยังเบิกเงินค่าตรวจไป 17,515,750 บาท (สปสช.โอนเงินดังกล่าวผ่านระบบคอมพิวเตอร์โปรแกรม E-Budget บัญชีเงินฝากเลขที่ 01…….ธนาคาร ธ.ก.ส.) ถ้าหักค่า ATK 9,856,420 บาท ก็จะเหลือประมาณ 7,600,610 บาท นะครับ
ทั้งหมดนี้ รู้ว่าถูกสอบสวนวินัยร้ายแรงอยู่ก่อนจะลาออกมาลง ส.ส.นะครับ (พรรคก็ยังส่งลง ส.ส.เนาะ) พอโดนมติผิดวินัยร้ายแรง ให้ออกจากราชการ ก็อ้างอีกว่า “ไม่เคยถูกเรียกมาให้ปากคำเลย” แต่ในรายงานการสอบสวนมีหลักฐานว่าได้มารับทราบข้อกล่าวหา และปฏิเสธข้อกล่าวหา รวมถึงภายหลังได้ยื่นหนังสือชี้แจงเป็นเอกสารแก่คณะกรรมการสอบสวนด้วย
นี่คือข้อมูลความจริงครับ
มันต่างกับที่ไปปั่นหาเสียง ป่าวร้องขอคะแนนสงสารจากประชาชนในวันนี้นะครับ ใครจะผิด-จะถูก ยังมีโอกาสต่อสู้ชี้แจงตามขั้นตอนกระบวนการกฎหมายต่อไปนะครับ แต่ประชาชนที่หลงเชื่อ หลงเชียร์ เห็นใจ สงสาร หลงใหลไปกับคำหาเสียงและการปั่นกระแส ได้พิจารณาความจริงเหล่านี้หรือยังครับ บอกความจริงแก่ประชาชนให้หมดเถอะครับ ถ้าจริงใจกับประชาชนจริงๆ ไม่ใช่เห็นแก่ตัว สันติสุข มะโรงศรี พิธีกรรายการรู้ทันคดีโกง Top News"


