'ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์' กูรูไอที ออกโรงโพสต์ชื่นชม 'ศุภจี สุธรรมพันธุ์' และ 'เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ' สองขุนพลเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย ชี้เป็นแบบอย่างการหาเสียงที่สุภาพ-มีวิชาการ และไร้ความก้าวร้าว ประทับใจวาทะเด็ด 'อนาคตอยู่ในมือประชาชน' หลังเลือกตั้งต้องเดินหน้าด้วยความหวัง ไม่ใช่ความโกรธแค้น ย้ำบ้านเมืองต้องการ 'คนทำเป็น' มากกว่านักพูดประชานิยม
เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Thanachart Numnonda" หรือ ดร. ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความชื่นชมต่อการปราศรัยของ คุณแต๋ม-ศุภจี สุธรรมพันธุ์ (ทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย) โดยมีใจความว่า
"ปกติไม่เคยฟังปราศรัยนักการเมืองเท่าไร แต่เปิด YouTube มาเจอคุณศุภจีพอดี ฟังแล้ว อยากเห็นนักการเมืองหาเสียงอย่างนี้ พูดในเชิงนโยบาย บอกตัวเลขว่า เราไม่มีเงินเยอะ บอกถึงเงินที่ควรทำ บอกการลงทุน หาตลาด ชื่นชมคำพูดของเธอครับ สุภาพ ไม่ก้าวร้าว ไม่สร้างความขัดแย้ง พูดดีมากๆครับ เช่น “เพราะฉะนั้นเรามาตัดสินใจกัน แต๋มอาจไม่พูดเหมือนคนอื่น ว่าให้เลือกภูมิใจไทย แต่ขอให้พิจารณา อนาคตของเรา ชีวิตหลังเลือกตั้ง อยู่ในมือของท่าน ท่านต้องการให้ประเทศเดินไปแบบไหน หลังเลือกตั้ง ท่านต้องการให้ประเทศเต็มไปด้วยความขัดแย้ง เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ชิงชัง หรือท่านต้องการให้ประเทศเดินหน้าอย่างมีความหวัง”
ชอบที่คุณศุภจีทิ้งท้ายอย่างดี “เราจะตัดสินใจให้เราเดินหน้าประเทศเราไปอย่างไร อนาคตของท่านอยู่ในมือท่าน ชีวิตหลังเลือกตั้งอยู่ในมือท่าน ตัดสินใจให้ดี ตัดสินใจให้แน่ใจ ว่าคนที่จะนำพาให้ ก้าวข้ามผ่านความท้าทาย และมีชีวิต มีปากท้องที่มีความมั่นคง คือใคร ก็ให้ท่านเลือกเบอร์นั้นละคะ“
จริงๆผมไม่ได้คิดจะเลือกพรรคภูมิใจไทยครับ เพราะผมเลือกโดยดูตัวบุคคลทั้ง สส เขตและปาร์ตี้ลิสต์ และเธอไม่ได้ลงเลือกตั้ง แต่ผมค่อนข้างมั่นใจว่าที่นั่งของพรรคนี้มากพอแล้วที่จะกลับมาเป็นรัฐบาลอีก และอยากเห็นเธอและทีมงานบางท่าน กลับเข้ามาเป็นรัฐมนตรี เป็นกำลังใจให้ครับ"
นอกจากนี้ ยังได้โพสต์ข้อความถึง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หลังประทับใจต่อการปราศรัยและเผยประสบการณ์การทำงานที่เคยร่วมกับ คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ โดยมีใจความว่า
"เช้านี้ตื่นมาเห็นข่าวคุณเอกนิติ ขึ้นเวทีหาเสียง และพูดนโยบายดีๆหลายอย่าง รวมถึงการเพิ่มทักษะด้าน AI ให้กับคนไทยเก่งขึ้น การทำ Skill-bridge การทำโซลาร์ในชุมชน พูดถึงการประชุม WEF ที่ดาวอส พูดถึงอนาคตโลก และการเจรจาของ Team Thailand ที่นั้น ทำให้ผมต้องมาเปิดคลิปการหาเสียงของคุณเอกนิติใน YouTube มาเปิดดู
การปราศรัยของเอกนิติ เป็นไปอย่างนักวิชาการ ไม่ใช่นักการเมือง พูดด้วยความสุภาพ ไม่ได้สร้างความชิงชัง หรือสร้างความเกลียดชังในสังคม และไม่ได้พูดด้วยนโยบายที่เลื่อนลอย อาจไม่สนุกปลุกระดมแบบนักการเมือง แต่พูดให้คนมีความหวัง
ผมชอบประโยคที่คุณเอกนิติพูดว่า “ความตั้งใจของผม ฝันของผมคือ ผมอยากเห็นรอยยิ้มของคนไทย อยากเห็นคนไทยที่มีความสุข ให้คนไทยยืนได้บนขาของตัวเอง เราถึงไม่ทำนโยบายประชานิยม เราถึงไม่ทำนโยบายแจกเงิน แต่เราต้องการทำให้คนไทยมีทักษะที่ดีขึ้น เราต้องการให้เบ็ด ให้เขาไปตกปลา ไม่ใช่ให้ปลาเขาไปกินแล้วจบ” กับประโยคที่บอกว่า “ใครก็พูดได้ ใครก็พูดเก่งทั้งนั้น คนที่ทำเป็น ทำดี มันมีน้อย”
ใช่ครับมันเหมือนกับที่ผมเคยโพสต์ว่า บ้านเมืองเราต้องการเปลี่ยนแปลง แต่คนที่จะมาเปลี่ยนแปลงได้ต้องเป็นคนที่ทำเป็น ไม่ใช่คนที่พูดเก่ง ผมรู้จักคุณเอกนิติเมื่อ 5-6 ปีก่อน สมัยที่เขายังเป็น อธิบดีกรมสรรพากร ผมจำได้ว่าเข้าไปเจอกันครั้งแรกผมประทับใจมาก หน้าห้องมีกระดานบอร์ดที่มี Post-IT ติดเต็มไปหมด มีการทำ Scrum ระดมสมองในการทำโปรเจ็คต่างๆ คุณเอกนิติชวนมาทำงานเป็นที่ปรึกษาด้าน Big Data ให้กับกรมสรรพากร
ผมทำงานให้กับคุณเอกนิติเกือบ 2 ปีจนเขาครบวาระ ผมเห็นความทุ่มเท มานั่งประชุมเรื่องนี้แทบทุกเดือน มานั่งหัวโต๊ะ พร้อมผู้ใหญ่ในกรมเกือบทั้งหมด ทั้งที่ปรึกษา C10 ทั้งรองอธิบดี คุณเอกนิติไม่ได้มองเป็นงานไอที แต่มองเป็นยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนของกรม ผมทำงานให้โดยไม่ได้ขอตอบแทบใดๆ แต่ทำงานด้วยใจ ก็เพราะเห็นความทุ่มเทของคุณเอกนิติที่จะทำให้กรมสรรพากรเป็น Data Driven Organization อย่างแท้จริง และผมมักเอาประสบการณ์ในการทำงานกับเขาไปพูดในหลายๆเวทีว่า เราจะเปลี่ยนแปลงองค์กรได้ผู้นำต้องเป็นคนขับเคลื่อนด้วยความเข้าใจ
คนตั้งใจทำงานแบบนี้หายากในวงการเมืองไทย ผมเชียร์ครับ สนับสนุนให้คุณเอกนิติได้เป็น รัฐมนตรีกระทรวงการคลังต่อ เราควรต้องเลือกให้คนแบบนี้มีโอกาสมาทำงานให้กับประเทศ
ขอปิดท้ายด้วยคำพูดของคุณศุภจีเมื่อวานนี้ที่ประทับใจผมมาก “ขอให้พิจารณา อนาคตของเรา ชีวิตหลังเลือกตั้ง อยู่ในมือของท่าน ท่านต้องการให้ประเทศเดินไปแบบไหน หลังเลือกตั้ง ท่านต้องการให้ประเทศเต็มไปด้วยความขัดแย้ง เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ชิงชัง หรือท่านต้องการให้ประเทศเดินหน้าอย่างมีความหวัง”"


