'สันติสุข' ซัดขบวนการส้มต้มคน ปมปั่นกระแสช่วยหมอพรรคส้มถูกไล่ออก ย้ำชัดเจ้าตัวรู้ตัวว่าถูกสอบวินัยร้ายแรงมานานแล้วแต่ยังเลือกเสี่ยงลงสมัคร ส.ส. เอง ชี้ความผิดถูกควรวัดกันที่กฎหมายและพฤติกรรมจัดซื้อ ไม่ใช่ใช้เวทีปราศรัยหาเสียงเป็นเครื่องมือตัดสินความบริสุทธิ์
เมื่อวันที่ 28.ค. สันติสุข มะโรงศรี ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงเหตุผลการสอบสวนวินัยร้ายแรงต่อนายแพทย์คนดัง โดยระบุว่าไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง แต่มีประเด็นข้อสงสัยในพฤติกรรมการจัดซื้อ โดยเจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
"ถ้าลอง “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” จะเห็นข้อพิรุธ ว่าทำไมจึงมีการสอบสวนวินัยร้ายแรงครับ ด้วยความเคารพครับ ข้อพิรุธในการทำสัญญาจัดซื้อ เช่น การจัดซื้อโดยวิธีเฉพาะเจาะจง กับบริษัทเดียว การทำสัญญาในวงเงินไม่เกิน 1.999 ล้านบาทเพื่อให้ไม่ชนเพดาน 2 ล้านบาท การทำสัญญาจัดซื้อก่อนประกาศผู้ชนะ 3 ครั้ง และในวันประกาศผู้ชนะ 1 ครั้ง มีการรายงานผู้บังคับบัญชาโดยเร็ว ทำตามระเบียบราชการมั้ย ฯลฯ
นี่คือประเด็นหลักของการสอบสวนทางวินัยครับ หมอที่ช่วยคนในช่วงโควิดมีมากมายหลายพันคนเลยครับ แต่มีใครทำแบบนี้บ้างมั้ย?
วาทกรรมส้มต้มคนในโซเชียล ที่ว่า “คนซื้อ ATK ได้ราคาถูกกว่า และทันท่วงที กลับถูกสอบให้ออกจากราชการ...” เป็นเท็จอย่างไร?
ความจริง...
70 บาท คือราคาซื้อจริงขององค์การเภสัชกรรม (แข่งขันได้หลายบริษัท สเปกเพียงพอใช้งานขณะนั้น ยุโรปก็ใช้ยี่ห้อดังกล่าว)
300 บาท คือค่าตรวจที่ สปสช.จ่าย รพ. (ค่าบริการ ไม่ใช่ค่าเอทีเคที่รัฐจัดซื้อ)
250 บาท คือราคาซื้อของ รพ.จะนะ (จัดซื้อแบบเฉพาะเจาะจง กับบริษัทเดียว สเปก WHO ซึ่งจำเป็นไหมในขณะนั้น)
ความจริง จึงไม่ใช่แบบที่เอาไปปั่นกันเลยนะครับ
ความจริง รู้อยู่แล้ว... ว่าถูกแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงตั้งแต่เดือน พ.ค 2566
รู้แล้ว... ว่ามีความเห็นว่าผิดวินัยร้ายแรง ตั้งแต่เดือน ก.ย. 2568
แต่ยังลงสมัคร ส.ส. พรรคส้มยังส่งลงเลือกตั้ง !!!
เลือกเอาความเสี่ยงของตนเองเข้าสนามเลือกตั้งเอง
หากหน่วยงานรัฐดำเนินการตามขั้นตอน จะอ้างว่าถูกกลั่นแกล้ง สกัดกั้น ได้อย่างไร?
สังคมไทยอย่าตกเป็นเหยื่อขบวนการส้มต้มคนในโซเชียล
ปลุกปั่น-ปั้นกระแส หวังผลทางการเมืองในช่วงเลือกตั้งครับ
ผิด หรือไม่ผิด... ยังต้องพิสูจน์ตามกระบวนการขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป
มิใช่บนเวทีปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งครับ"


