อดีต ส.ส.พรรคประชาชนหาเสียงมันปาก ป้ายสีโจมตีหมอ คนรวยซื้อประกัน คนจนรอคิวตี 4 หาหมอเที่ยง วัดความดันบ่าย ตอนเย็นบอกรีบกลับเมียทำกับข้าวไว้ ชาวเน็ตแชร์โพสต์ ซัดคนทำงานจุกอก ย้ำหมอไม่เกี่ยวความเหลื่อมล้ำ ปัญหาคือหมอไม่พอ โรงพยาบาลขาดสภาพคล่อง ชี้การเมืองที่ดี ต้องกล้าวิจารณ์ระบบ แต่ไม่ควรเหยียบย่ำคนทำงาน หาทางออกให้ประเทศ
วันนี้ (29 ม.ค.) จากกรณีที่นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ อดีต ส.ส.และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวบนเวทีปราศรัยฝั่งธนบุรีเกี่ยวกับระบบสาธารณสุขไทยและประกันสังคม ในตอนหนึ่งระบุว่า "คนรวยซื้อประกัน คนชนชั้นกลางใช้เส้น ส่วนคนยากจนหาเช้ากินค่ำ ต้องไปรอคิวตั้งแต่ตี 4 หาหมอตอนเที่ยง วัดความดันตอนบ่าย พอหมอมาตอนเย็นบอกรีบกลับบ้านภรรยาทำกับข้าวไว้" ก่อให้เกิดความไม่พอใจต่อบุคลากรในแวดวงสาธารณสุข
ล่าสุดบนโซเชียลฯ แห่แชร์ข้อความจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Ratcharin Aew ระบุว่า "ปกติเป็นคนไม่ฝักใฝ่การเมือง เปิดรับฟังทุกฝ่าย แต่วาทกรรมหาเสียงแบบที่ทำร้ายจิตใจบุคลากรการแพทย์และศักดิ์ศรีวิชาชีพแบบนี้ คงต้องขอพูดถึงหน่อยค่ะ
ประโยคหนึ่งบนเวทีหาเสียง อาจเรียกเสียงเฮจากผู้ฟังบางกลุ่ม แต่สำหรับคนทำงานในระบบสาธารณสุข มันคือประโยคที่จุก แบบไม่ต้องแปลความ คนรวยซื้อประกัน คนชั้นกลางใช้เส้น คนจนหาเช้ากินค่ำต้องไปรอคิวตั้งแต่ตี 4 วัดความดันตอนบ่าย พอหมอมาตอนเย็นบอกรีบกลับบ้าน เมียทำกับข้าวไว้... วาทะนี้สะท้อนความจริงบางส่วนของระบบ แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อน "ความไม่เป็นธรรม" ต่อบุคลากรการแพทย์อย่างชัดเจน เพราะมันเลือกเล่าเรื่องความล่าช้า โดยตัดคนทำงานทั้งระบบออกจากสมการ
ความเหลื่อมล้ำนั้นมีจริง แต่แพทย์ไม่ใช่ผู้ก่อความเหลื่อมล้ำ! ทุกคนยอมรับว่าระบบสุขภาพไทยมีความเหลื่อมล้ำ กองทุนสุขภาพไม่เท่ากัน คนไข้บัตรทองต้องรอนานกว่าคนมีประกันเอกชน
แต่คำถามคือ... ใครเป็นคนออกแบบระบบนี้?
ไม่ใช่หมอ ไม่ใช่พยาบาล ไม่ใช่เจ้าหน้าที่หน้าห้องตรวจ คนที่มาถึงโรงพยาบาลก่อนฟ้าสางไม่ใช่แค่ผู้ป่วย แต่บุคลากรจำนวนมากก็ต้องมาตั้งแต่เช้า และบางคนก็อยู่เวรมาทั้งคืนยังไม่ได้กลับบ้านเลย ทุกคนมาเพื่อเปิดระบบ เพื่อรอรับคนไข้ เพื่อพยายามทำให้ความไม่พอของระบบยังพอถูไถต่อไปได้
หมอลงตรวจช้า ไม่ใช่เพราะหมอไม่อยากตรวจ แต่เพราะหมอมีไม่พอ แพทย์รัฐหนึ่งคน ดูแลคนไข้วันละหลักร้อยคน ทั้งผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยในที่รับไว้ในโรงพยาบาล ยังมีงานเอกสาร งานประชุม พร้อมนโยบายใหม่ๆ ที่ส่งลงมาจากส่วนกลางแทบทุกเดือน
ระบบบอกให้เพิ่มคุณภาพ แต่แทบไม่เคยเพิ่มคนให้ ระบบบอกให้เร็วขึ้น แต่ไม่ลดภาระ สุดท้าย สิ่งที่ช้าลงไม่ใช่หัวใจหมอ แต่คือขีดความสามารถของระบบ ทุกวันนี้ปัญหาโรงพยาบาลขาดสภาพคล่องไม่ใช่เรื่องเล็ก โรงพยาบาลรัฐจำนวนมากต้องเลือกระหว่างจ่าย OT บุคลากรให้ออกตรวจนอกเวลาราชการ หรือซื้อยา เวชภัณฑ์ให้คนไข้ ... หลายแห่งเลือกอย่างหลัง ผลคือไม่มีเวรนอกเวลา ไม่มีคนอยู่ต่อหลังเวลาราชการ ไม่ใช่เพราะบุคลากรไม่เสียสละ แต่เพราะโรงพยาบาลไม่มีงบให้เสียสละ
การเมืองที่ดี ต้องกล้าวิจารณ์ระบบ แต่ไม่ควรเหยียบย่ำคนทำงาน การสะท้อนปัญหาระบบสาธารณสุขเป็นสิ่งจำเป็น แต่การใช้วาทะที่ทำให้สังคมเข้าใจว่า "หมอไม่ตั้งใจทำงาน" "หมอรีบกลับบ้านเพราะเมียทำกับข้าวรอ" มันง่าย มันแรง มันไวรัล แต่ไม่ยุติธรรม เพราะคนที่รับแรงกดดันจากระบบทุกวันกลับกลายเป็นจำเลยของเวทีหาเสียง ถ้าจะพูดให้แรง ต้องพูดให้ถูกคน ถ้าจะกัด ต้องกัดโครงสร้าง กัดนโยบาย กัดการจัดสรรงบประมาณ กัดความเหลื่อมล้ำของกองทุน แต่หยุดการเหยียบศักดิ์ศรีของคนทำงานที่ยังคงอยู่ในระบบ ทั้งที่ระบบแทบไม่เคยใจดีกับพวกเราเลย
เราเชื่อว่า การเมืองที่ดี ไม่ใช่การหาแพะ แต่คือการหาทางออกให้ประเทศ และสังคมที่ดีควรแยกให้ออกว่า ใครคือปัญหา และใครคือคนที่กำลังแบกปัญหาแทนทุกคนอยู่ทุกวัน"


