สุดสะเพร่า เหตุการณ์บนเที่ยวบินดอนเมือง–หาดใหญ่ เมื่อเครื่องบินเตรียมเทคออฟ ทั้งที่ผู้โดยสารเช็กอินแล้วกว่า 23 ชีวิตยังติดค้างบนรถบัสกลางลานจอด สุดท้ายต้องวนกลับ เสียเวลากว่า 2 ชั่วโมง สะท้อนความล้มเหลวด้านการสื่อสารและมาตรฐานความปลอดภัยการบิน
วันนี้ (28 ม.ค.) ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Nat Natty” ได้โพสต์เล่าประสบการณ์สุดระทึกจากการเดินทางด้วยเที่ยวบิน FD3116 ดอนเมือง–หาดใหญ่ ของสายการบินแอร์เอเชีย เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 ซึ่งมีกำหนดออกเดินทางเวลา 07.10 น. โดยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการขึ้นเครื่องผ่าน Bus Gate กลางลานจอดอากาศยาน ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง
ผู้โพสต์ระบุว่า กลุ่มของตนจำนวน 5 คน เช็กอินออนไลน์และผ่านขั้นตอนตรวจเรียบร้อย ก่อนขึ้นรถบัสและขึ้นเครื่องไปนั่งบริเวณ 10 แถวแรกของเครื่องบิน กระทั่งผู้โดยสารบางส่วนเริ่มหลับ ทั้งที่เครื่องยังไม่ออกเดินทาง
ต่อมาในช่วงที่เครื่องบินเริ่มเคลื่อนตัวออกจากหลุมจอดเพื่อเตรียมรอเทคออฟ ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เมื่อมีผู้โดยสารหญิงสูงวัยรายหนึ่งลุกจากที่นั่งเพื่อแจ้งพนักงานต้อนรับบนเครื่องว่า เพื่อนที่เช็กอินและขึ้นรถบัสมาด้วยกัน ยังไม่ได้ขึ้นเครื่องบิน แต่ได้รับคำตอบจากพนักงานว่าเครื่องกำลังจะออก ไม่สามารถปลดเข็มขัดนิรภัยได้
จากการสนทนาระหว่างผู้โดยสารกับพนักงาน พบว่าพนักงานยืนยันว่าผู้โดยสารลงจากรถบัสครบแล้ว และหากไม่ขึ้นเครื่องถือว่าตกเครื่อง พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าอาจขึ้นรถบัสผิดคัน เนื่องจากมีการเปิด Gate ใกล้กันพร้อมกัน 2 Gate
อย่างไรก็ตาม หลังการโต้แย้งและตรวจสอบอยู่นาน เครื่องบินได้ตัดสินใจ เคลื่อนกลับมาจอดที่เดิมในเวลาประมาณ 07.45 น. ก่อนเปิดประตู และพบว่ามีผู้โดยสาร 23 คน รวมถึงบุคคลที่ถูกกล่าวถึง เดินขึ้นเครื่องจากรถบัสในภายหลัง
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้โดยสารตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยและการจัดการของสายการบินและสนามบิน โดยผู้โพสต์สรุปประเด็นที่น่ากังวลไว้หลายข้อ อาทิ
•การปล่อยให้ผู้โดยสารเช็กอินแล้วตกค้างอยู่บนรถบัส
•การสื่อสารที่ล้มเหลวระหว่างพนักงานต้อนรับ ลูกเรือ และคนขับรถบัส
•การไม่ตรวจนับจำนวนผู้โดยสารก่อนเครื่องออกเดินทาง
•การไม่ติดตามหรือค้นหาผู้โดยสารที่เช็กอินแล้วแต่ยังไม่ขึ้นเครื่อง
ผู้โพสต์ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไฟลท์เช้าหรือพนักงานยังไม่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ พร้อมตั้งคำถามว่า “มาตรฐานการบินภายในประเทศเป็นอย่างไร”
แม้สุดท้ายเครื่องบินจะเดินทางถึงท่าอากาศยานหาดใหญ่อย่างปลอดภัย แต่ต้องเสียเวลาเพิ่มกว่า 2 ชั่วโมง พร้อมความรู้สึกไม่สบายใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยผู้โพสต์ได้ชื่นชมผู้โดยสารหญิงสูงวัยที่ช่วยยืนหยัดทวงสิทธิ์จนทำให้ผู้โดยสารทั้ง 23 คนได้ขึ้นเครื่องครบถ้วน
ทั้งนี้ ผู้โพสต์ย้ำว่าอาจไม่ได้ต้องการบทลงโทษรุนแรงหรือการเอาผิดอย่างเป็นทางการ แต่อย่างน้อยควรมีคำอธิบายและแนวทางป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก พร้อมยกเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้โดยสารทุกคนระมัดระวังในการเดินทางทางอากาศในอนาคต
คลิกชมคลิปวีดีโอ


