"หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง ววน. (วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม) รุ่นที่ 1" โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ซึ่งเป็นหลักสูตรเสริมสร้างศักยภาพผู้นำ เพื่อขับเคลื่อนระบบ ววน.ของประเทศ โดยเน้นการบูรณาการทฤษฎีและปฏิบัติ ผ่านการอบรมเข้มข้น 3 เดือน เพื่อสร้างเครือข่ายผู้นำและพัฒนาประเทศด้วยนวัตกรรม สกสว.นำ “Thailand Open Science for ALL เปิดโลกนวัตกรรม เปิดรับวิทยาการ ร่วมสร้างอนาคตไทย โดยมี ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) และ ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว.เป็นเรือธงสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ
การดูงานในหลักสูตร รศ.ดร.นพพร ลีปรีชานนท์ และ ศ.ดร.คมกฤต เล็กสกุล รองผู้อำนวยการ สกสว. ซึ่งทั้ง 2 รองฯ ได้นำคณะไปศึกษาดูงานที่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) หรือ NARIT ตั้งอยู่ที่ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีดร.วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการ NARIT ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นพัฒนาดาราศาสตร์ไทยในทุกด้าน วางโครงสร้างพื้นฐานทางดาราศาสตร์ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้นักดาราศาสตร์ไทยสามารถผลิตผลงานวิจัยได้ในระดับนานาชาติ สร้างเครือข่ายหอดูดาวภูมิภาคสำหรับบริการประชาชน ทั้งยังสามารถใช้ “ดาราศาสตร์” สร้างแรงบันดาลใจให้สังคมไทยหันมาสนใจวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านการสื่อสาร และการจัดกิจกรรมดาราศาสตร์ในหลากหลายรูปแบบ
ปัจจุบัน NARIT มุ่งใช้โจทย์ที่ท้าทายทางดาราศาสตร์ ผลักดันนวัตกรรมล้ำหน้า ผลักดันเทคโนโลยีที่ต้องคิดค้นขึ้นเพื่อใช้ในงานวิจัย ก่อให้เกิดการสร้างกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และวิศวกรรรมขั้นสูง เป็นแหล่งบ่มเพาะและยกระดับขีดความสามารถของกำลังคนในทุกสาขา
คณะยังได้ชมห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีดาราศาสตร์และวิศวกรรมสุดล้ำ “ห้องควบคุมสถานีภาคพื้นดิน” สำหรับภารกิจดาวเทียมไทย ภารกิจฉางเอ๋อ กับ “อุปกรณ์ Payload ไทย ที่จะไปโคจรรอบดวงจันทร์” ด้วยฝีมือคนไทย และอีกมากมาย
ขณะเดียวกัน พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ยังได้นำ ววน.1 ชมพระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ซึ่งกองทัพอากาศเป็นผู้ดูแล มีความงดงามมาก ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตำบลบ้านหลวง ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดในประเทศไทย มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 2,142 เมตร พระมหาธาตุทั้งสององค์สร้างอยู่คู่กัน และมีรูปทรงที่คล้ายคลึงกัน เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปบูชา
พระมหาธาตุนภเมทนีดล เป็นเจดีย์ทรงระฆัง 8 เหลี่ยม ประดับด้วยโมเสกสีน้ำตาล ส่วนยอดเป็นฉัตรโลหะสีเงิน 9 ชั้น ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ สร้างถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อปี พ.ศ. 2530 ส่วนพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ เป็นเจดีย์ทรงระฆัง 12 เหลี่ยม ประดับโมเสกแก้วสีม่วงอมชมพู ส่วนยอดเป็นฉัตรโลหะสีเงิน 9 ชั้น ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางรำพึง แกะสลักด้วยหินหยกขาว สร้างถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อปี พ.ศ. 2535
บริเวณโดยรอบของพระมหาธาตุทั้งสอง ตกแต่งด้วยสวนดอกไม้เมืองหนาวอย่างสวยงาม เป็นช่วงที่กุหลาบพันปีหรือ "กุหลาบแดง" ราชินีแห่งดอกไม้บนดอยอินทนนท์ บานสะพรั่งอย่างสวยงาม รวมถึงชมการแสดงของชาติพันธุ์บนดอยที่แสนน่ารัก
ณ บริเวณเดียวกันยังมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประดิษฐานด้านข้างพระมหาธาตุฯ พระอิริยาบถของพระรูปทรงยืน ทรงฉลองพระองค์ชุดสูททรงงาน คล้องกล้องไว้ที่พระศอ พระหัตถ์ขวาถือดินสอ พระหัตถ์ซ้ายถือแผนที่ นับเป็นอนุสรณ์สถานเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย และกองทัพอากาศ
รวมถึงยังมีการเตรียมการก่อสร้างพระสถูปเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ (องค์ที่ 3) ซึ่งจะเคียงคู่กับ 2 พระมหาธาตุบนดอยอินทนนท์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และเป็นที่เคารพสักการะของประชาชน โดยคาดว่าใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 3 ปี พร้อมทั้งเปิดให้มีผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสมทบทุนก่อสร้าง
เมื่อสร้างเสร็จจะทำการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ ประกอบด้วย พระบรมสารีริกธาตุสมเด็จองค์ปฐม ที่ได้รับจากวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร พระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้รับประทานจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร พระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้รับจาก วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ประเทศอินเดีย พระบรมสารีริกธาตุพระพุทธโคดม ที่ได้รับจากวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร รวมถึงพระอรหันตธาตุ อีกมากกว่า 30 องค์ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นที่สักการะบูชาของปวงชนชาวไทยต่อไป
ขณะเดียวกันยังได้เยี่ยมชมสถานีรายงานดอยอินทนนท์ของกองทัพอากาศ สร้างการรับรู้ภารกิจป้องกันประเทศ ถือเป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของกองทัพอากาศ ตั้งอยู่บนยอดดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของประเทศไทยด้วยระดับ 2,565 เมตร จากระดับน้ำทะเล ถือเป็นสถานีเรดาร์ที่สำคัญในเครือข่ายเรดาร์ของกองทัพอากาศ ที่ปฏิบัติภารกิจตลอด 24 ชั่วโมง มีภารกิจเฝ้าตรวจจับเป้าหมายทางอากาศเพื่อสนับสนุนการควบคุมป้องกันภัยทางอากาศ
NARIT ยังได้นำกล้องโทรทรรศน์ให้ผู้เข้าร่วมหลักสูตรววน.1 ได้ชมดวงดาวต่างๆ ยามค่ำคืนบนท้องฟ้า ณ ยอดดอยอินทนนท์ อันเป็นจุดสูงสุดของประเทศ ศึกษาท้องฟ้า ดวงจันทร์ และดวงดาวได้แจ่มชัด นับว่าหลักสูตร ววน.1 ได้สร้างการรับรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศอย่างเข้มข้น


