คุณแม่บัวและคุณพ่อตั้มออกมาเคลื่อนไหวแล้ว ยอมรับว่า "โกรธมาก" จนคิดแจ้งความ แต่สุดท้ายเลือกใช้วิธีสอนลูกให้เรียนรู้จากความผิดพลาด และทำความเข้าใจความเป็นมนุษย์
จากกรณี “บัว สโรชา วิริยะเมตตากุล” น้องสาว “บีม กวี ตันจรารักษ์” และ “ตั้ม พิพัทธ์” สามี หลังอัดคลิปพาครอบครัวไปทริปญี่ปุ่น ขณะเดินเล่นในย่านดังเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หลัง “น้องวายุ” ลูกชายฝาแฝดวัย 7 ขวบ ไปยืนดูการแสดงหุ่นนิ่ง ริมถนนคนเดินยอดนิยม ซึ่งเด็กๆ ต่างก็นำเหรียญหยอดใส่กระปุกที่วางอยู่ข้างหน้านักแสดงหุ่นนิ่ง และยืนรอดูโชว์ต่อ
จากนั้นเป็นจังหวะที่ น้องวายุ ลูกชายแฝดของ บัว สโรชา ก้มลงไปแตะกระปุกใส่เงินของนักแสดงหุ่นนิ่ง ปรากฏว่านักแสดงหุ่นนิ่งกลับใช้มือตบที่ศีรษะของน้องวายุอย่างแรงจนทำให้น้องวายุหน้าเสีย ทำทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ถึงขั้นเหวอ ก่อนรีบพูดขอโทษ และพากันเดินออกจากจุดนั้นทันที
ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 ม.ค. บัว สโรชา ได้ออกมาโพสต์ร่ายยาวผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว "Updobybuablink" พ่อแม่เลือกที่จะไม่ถือโทษโกรธเคือง แต่ใช้เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนล้ำค่าในการสอนลูก ปัจจุบันน้องวายุเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นและมีความสุขดี พร้อมขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
"จะเริ่มยังไงดีกับไวรัลวันนี้ คนส่งมาเพราะเป็นห่วงเยอะมาก..
อย่างแรกเลย.. ไม่มีพ่อแม่คนไหนไม่โกรธหรอกครับ ที่เห็นลูกเราโดนตีต่อหน้าแบบนี้.. คืนนั้นทั้งคืน เราก็นั่งคิด นอนคิด คุยกันทั้งคืนว่าจะไปแจ้งความดีไหม จริงๆตั้งแต่เกิดเรื่องจะเดินไปส่งลูกก่อน แล้วเดินกลับไปเคลียร์ด้วยซ้ำ แต่วายุบอกว่าไม่อยากให้ไปยุ่งกับคนแบบนั้น ตอนกลางคืนเลยมาประเมินตัวเองว่า จากสิ่งที่เกิดขึ้นเราเสียหายขนาดไหน และเราจะทำอะไรได้บ้างจากสถานการณ์นี้
เรื่องบาดเจ็บ.. เจ็บกายอาจจะไม่มาก ไม่กี่นาทีก็หาย แต่เจ็บทางใจอาจจะพอสมควร แต่เรื่องนี้เราแก้ไขได้ ค่อยๆ คุย ค่อยๆ อธิบายกับลูก เขาจะได้เข้าใจและผ่านเรื่องนี้ไปอย่างเข้มแข็ง สมัยเด็กเราก็ซนโดนครูตีด้วยไม้เรียวเจ็บกว่านี้เยอะ แล้วเราก็เรียนรู้มาได้ด้วยดี
สิ่งสำคัญจากเหตุการณ์นี้ที่อยากให้ลูกเรียนรู้คือ แม้เราจะอยู่ข้างลูกเสมอ แต่ผิดก็คือผิด และทุกการกระทำมีผลของมันเสมอ เวลาจะทำอะไรแม้จะไม่มีเจตนาที่ไม่ดี มันก็อาจจะมีผลตามมาได้ เรื่องนี้วายุไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดี แค่ให้เงินแล้วสงสัยเพราะเหรียญมันมีหลายแบบหลายสี ด้วยความเป็นเด็กก็เลยจะดูเฉยๆ แต่ลงท้ายก็ยังโดนทำร้ายร่างกาย เพราะความเข้าใจผิด.. โลกไม่ได้สวยงามอย่างที่เด็กมอง โดยเฉพาะครอบครัวเรา เพราะเราโชคดีมากที่ได้อยู่ในสังคมที่ดี เพื่อนๆ น่ารัก แฟนคลับน่ารัก การเจอเรื่องแบบนี้ก็ทำให้เราได้สอนลูกว่าโลกเป็นยังไง โดยเฉพาะพอเป็นเรื่องของเงิน
ตอนกลางคืนยังนั่งเล่าให้ลูกฟังว่าสมัยเรายังไม่มีลูก เราก็จะมองเด็กแบบหนึ่ง ตอนนี้ก็มองเด็กอีกแบบหนึ่ง บางทีลุงคนนั้นอาจจะไม่มีลูก เลยไม่เข้าใจธรรมชาติของเด็ก หรือบางทีอาจจะต้องยืนแสดงทั้งวันแบบนั้นเพื่อหาเงินประทังชีวิต บางทีอาจจะเจอคนเมา คนไม่ดีแกล้งบ่อย เลยมีการตอบโต้ที่ไวแบบนั้น หลังจากเกิดเรื่องแล้วเขาอาจจะมานึกเสียใจที่ตีวายุก็ได้ วายุไม่ต้องไปโกรธเขาหรอกลูก
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วแก้ไขอะไรไม่ได้ ที่ทำได้คือเรียนรู้จากมัน บทเรียนนี้จะทำให้ลูกโตขึ้น และเรื่องของแผลใจที่หลายคนส่งมาเพราะกังวล ขอขอบคุณสำหรับความเอ็นดูเป็นห่วงลูก ทุกวันนี้ลูกเข้าใจดีและแฮปปี้มากๆ ครับ
เขียน By ปะป๊า และหม่ามี้ รักหนูที่สุดในโลก ดวงใจของแม่🩷🩷"


