ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผอ.หลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา นิด้า ออกโรงวิจารณ์เดือดกรณี 'หมอสุภัทร' ถูกเช็กบิลย้อนหลังหลังจบศึกโควิด ชี้เป็นการพิพากษาด้วยข้อหา 'ไม่เชื่อฟัง' มากกว่าความผิดจริง สะท้อนภาพลักษณ์ระบบราชการส่วนกลางที่ใช้อำนาจกดทับคนหน้างาน เผยการเลือกตั้งครั้งนี้คือคำตอบว่าประชาชนจะยอมอยู่ใต้ระบอบอำนาจนิยมต่อไปหรือไม่
เมื่อวันที่ 26 ม.ค. รองศาสตราจารย์ ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์และการพัฒนาสังคม ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) เป็นที่รู้จักในฐานะนักวิชาการที่แสดงความคิดเห็นด้านการเมืองและการเลือกตั้งอย่างกว้างขวาง ออกมาโพสต์ข้อความสื่อถึง "หมอสุภัทร" ในเชิงวิพากษ์วิจารณ์ระบบราชการและอำนาจรัฐ โดยเจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
"“หมอสุภัทรคือกรวดในรองเท้าของกระทรวงสาธารณสุข” ในยุคหนึ่งที่รัฐมนตรีคนหนึ่งผลักดันนโยบาย กัญชาเสรี “เขาคัดค้านกัญชาเสรี เขาท้าทายศูนย์กลาง เขาเลือกประชาชน มากกว่าคำสั่งจากบนลงล่าง” ในประเทศที่ประกาศตัวว่าเป็นประชาธิปไตย บางครั้งสิ่งที่ถูกพิพากษาก่อนศาล ไม่ใช่ความผิด แต่คือ “ความไม่เชื่อฟัง” หมอสุภัทรไม่ได้ถูกตัดสินในห้องพิจารณาคดี เขาถูกตัดสินในห้องประชุมราชการ ด้วยนาฬิกาที่เดินช้าอยู่สี่ปี แล้วเร่งฝีเท้าในสัปดาห์เลือกตั้ง โควิดปี 2564 คือสนามรบ โรงพยาบาลคือแนวหน้า ATK คืออาวุธเดียวของหมอชนบท แต่เมื่อสงครามจบ รัฐกลับหยิบสมุดกฎหมายมาแทนชุดปฐมพยาบาล พวกเขาไม่ถามว่า “คุณช่วยชีวิตคนกี่คน” แต่ถามว่า “คุณเซ็นเอกสารถูกระเบียบหรือไม่” นี่คือประเทศที่ระบบราชการรักกระดาษมากกว่าชีวิตของคนไข้ การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เลือก ส.ส. แต่มันคือประชามติเงียบๆ ว่าประเทศนี้จะอยู่ใต้ราชการที่ใช้กฎหมายเป็นกระบอง หรือจะอยู่กับประชาชนที่ใช้ความยุติธรรมเป็นเข็มทิศ เพราะถ้าหมอรักษาคนผิด
และรัฐใช้คดีรักษาอำนาจ สิ่งที่ป่วยที่สุด คือ “รัฐ” เอง"


