'กรณ์ จาติกวณิช' ตอกกลับนโยบาย 'สุ่มแจกเงินล้าน' พรรคเพื่อไทย ชี้เป็นแค่การหาเสียงแบบไร้การวิเคราะห์ กางหลักฐานความสำเร็จ 'เช็คช่วยชาติ' ปี 52 ที่ช่วยปั๊มหัวใจเศรษฐกิจไทยจนโต 7.5% ลั่น Big Data จะไร้ค่าถ้าอยู่ในมือคนที่คิดไม่เป็น
วันนี้ (26 ม.ค.) นายกรณ์ จาติกวณิช แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 2 ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความแจงข้อแตกต่างระหว่างนโยบาย เช็คช่วยชาติ (ปี 2552) กับนโยบาย "สุ่มแจกเงินล้าน" ของพรรคเพื่อไทย ที่ครั้งหนึ่งนโยบายเช็คช่วยชาติเคยประสบความสำเร็จจนทำให้นายกรณ์ได้รับรางวัลรัฐมนตรีคลังโลก (Global Finance Minister of the Year) ในขณะที่เขามองว่านโยบายใหม่ของเพื่อไทยขาดการศึกษาที่รอบคอบและทำได้ยากในทางปฏิบัติ เช่นเดียวกับกรณีเงินดิจิทัลในอดีต ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
"เรื่อง ‘เช็คช่วยชาติ‘ ของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเรื่องที่มีข้อสรุปไปนานแล้วในแง่ผลบวกต่อการแก้วิกฤตเศรษฐกิจในปี 2552 เป็นโครงการที่ได้ผลชัดเจนและเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมได้รับรางวัล Global Finance Minister of the Year แต่วันนี้มีคนตั้งคำถามว่า ทำไม ‘เช็คช่วยชาติ‘ เราทำได้ มีอะไรต่างกับที่เพื่อไทยหาเสียงสุ่มแจกเงินล้านทุกวัน เห็นได้ชัดว่าเป็นความพยายามโต้กลับแบบไม่ทำการบ้านมาเลย
เมื่อครั้งที่พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดตั้งรัฐบาล เราเข้ามาพร้อมกับวิกฤตเศรษฐกิจที่ลามมาจากสหรัฐฯ เรียกว่า วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ เราเข้ามารับช่วงต่อจากรัฐบาล “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ด้วยสภาวะเงินคงคลัง “ติดลบ” หน่วยงานราชการรายงานว่าไทยเสี่ยงถึงขั้นต้องถูก Shutdown หรือศัพท์เทคนิคคือ หาเงินปิดหีบเงินคงคลังได้ไม่พอ
ตอนนั้นเราออกหลายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงเช็คมูลค่า 2,000 บาท ให้กับผู้มีรายได้ตํ่ากว่า 15,000/เดือน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในระบบประกันสังคม มีผู้ได้รับเช็คกว่า 10 ล้านคน ส่วนนโยบายสุ่มแจกของเพื่อไทย ผู้ได้เงินล้านอาศัย ‘ดวง’ (หรืออะไรก็แล้วแต่) โดยที่จะมีคนไทยเพียง 3,285 คนที่จะได้รับเงิน หรือคิดเป็น 0.005% ของประชากร ซึ่งในกลุ่มนี้ไม่ได้มีการแยกแยะว่าจะเป็นคนรวยหรือจน ไม่ได้แยกแยะว่าใครเดือดร้อน ใครรวยอยู่แล้ว ยังไม่ต้องพูดถึงความโปร่งใสว่าวิธีการสุ่มจะทำอย่างไร ชาวบ้านตาดำๆ จะมีโอกาสได้รางวัลจริงหรือไม่
#เช็คช่วยชาติ "ไม่เคยเป็นนโยบายที่ประกาศออกมาเพื่อการหาเสียง" เราคิดนโยบายนี้เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า (เช่นเดียวกับ ‘คนละครึ่ง‘ ของรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์) แต่ของพรรคเพื่อไทย เป็นการประกาศออกมาช่วงหาเสียงเพื่อหวังคะแนนนิยมโดยตรง ซึ่งที่ผ่านมาไม่นานก็เคยประกาศแจกเงินดิจิตัล 10,000 บาท แล้วก็ทำไม่ได้ แสดงให้เห็นว่าไม่มีการศึกษาหาข้อมูลมาก่อนที่จะเอามาหาเสียงเลยว่าในทางปฏิบัติสามารถทำได้จริงหรือไม่
ผลจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนั้น ทำให้เศรษฐกิจไทยเกิดความสะพัด เกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจจริงจนสิ้นปีกลับมาเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมกว่า 7.5% ปั๊มหัวใจให้ชาวบ้านค้าขายคล่องขึ้น
เรื่องนี้ปรากฏเป็นข่าวไปทั่วโลก และผมต้องขอเรียนว่า Big Data จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ถ้าอยู่ในมือของคนที่คิดวิเคราะห์อะไรไม่เป็น"


