xs
xsm
sm
md
lg

หยุดสร้างภาพรักลูก! อดีตเมียนายกส้มตอกกลับบิดเบือนข้อมูล ชี้คลิปซ้อมคือเรื่องจริงที่ลืมไม่ลง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อดีตภรรยานายก อบจ. ลำพูน ออกโรงโต้กลับคำแถลงพรรคประชาชนและอดีตสามี ยันคลิปทำร้ายร่างกายคือความจริงที่เกิดขึ้นซ้ำซาก แฉพฤติกรรมสุดช็อก 'คุกคามทางเพศหลังหย่า' และบุกรุกอาละวาดในบ้าน จี้ถามเรื่องเงินยืม 6 ปีไม่คืนแต่ใช้ชีวิตอินเลิฟทันทีหลังเลิกรา วอนฝ่ายชายเลิกบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

จากกรณี ปรากฎคลิปวิดีโอของ นายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) ลำพูน ทำร้ายร่างกายอดีตภรรยา ซึ่งต่อมาเจ้าตัวยอมรับเป็นเรื่องจริงในอดีตก่อนรับตำแหน่ง ย้ำกระบวนการอยู่ชั้นศาล

ล่าสุด วันนี้ (24 ม.ค.) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก "นันทน์พัทธ์ นทีนันท์" หรือ "ก๊อ" อดีตภรรยานายก อบจ. ลำพูน ออกมาชี้แจงเพื่อปกป้องตนเองและตอบโต้ข้อเท็จจริงหลังมีคลิปความรุนแรงเผยแพร่ออกไป เจ้าตัวแฉความจริงหลังคลิปซ้อม ยันถูกคุกคาม-บิดเบือนข้อมูล ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า

"สวัสดีค่ะ ขอใช้พื้นที่ส่วนตัวนี้พูดถึงเรื่องคลิปที่หลุดออกไปและขอปกป้องตัวเองจากข้อมูลตามที่เป็นจริงค่ะ คลิปที่มีการเผยแพร่บนโลกออนไลน์ตอนนี้ เป็นคลิปที่เกิดขึ้นเมื่อเมษายน 2567 เป็นเหตุการณ์ในอดีตบริเวณหน้าร้านอาหาร โดยเริ่มโดนหาเรื่องตั้งแต่ในร้านต่อหน้าพนักงานและลูกค้า และพยายามให้เราออกมานอกร้านและโดนอุ้มลากไปอีกฝั่งซึ่งเป็นริมตลิ่งที่ลับตาคน มีการทำร้ายความรุนแรงเกิดขึ้นจริง เวลานั้นได้ร้องขอความช่วยเหลืออยู่นานแต่ไม่มีใครกล้าเข้าช่วย คืนนั้นไม่กล้าที่จะกลับเข้าบ้าน พยานคือลูกค้าและพนักงานในร้าน รวมถึงกลุ่มเพื่อนที่เราไปหาพักพิงด้วยความกลัวหลังเกิดเหตุ สุดท้ายฝ่ายชายขอให้กลับเข้าบ้านโดยสัญญาว่าคืนนั้นจะไม่ทำอะไร สำหรับเราคนที่โดนกระทำ จำได้แม่นทุกเหตุการณ์ จำได้ทุกคำพูดไม่เคยลืม มันเป็นบาดแผลทางกายและใจ และเชื่อว่าทะเลาะรุนแรงทุกครั้งฝ่ายชายก็ต้องจำได้เช่นกันว่าเกิดเพราะอะไร เพราะเขาเป็นผู้กระทำ

เรื่องนี้เป็นเพียงแค่หนึ่งในเหตุการณ์ความรุนแรง มีการขู่และทำร้ายอยู่บ่อยครั้งแต่ไม่ได้มีการฟ้องร้องเป็นคดีแต่อย่างใดดังที่เป็นข่าว ยอมรับว่าช่วงที่อยู่ด้วยกันมีความระแวงหวาดกลัวเพราะยังอยู่ในบ้านเดียวกัน ไม่รู้ว่าวันไหนจะโดนหาเรื่องและโดนอะไร ทำได้เพียงลงบันทึกประจำวันเก็บรวบรวมหลักฐานการทำร้ายจนได้รับความคุ้มครองห้ามเข้าใกล้6เดือนตลอดช่วงที่ยังเป็นสามีภรรยาจนหย่ากัน เป็นคดีความคุ้มครอง ช่วงที่ออกมาอยู่บ้านแม่ ยังคงมีการฝ่าฝืนคำสั่งบุกรุกเข้ามาภายในตัวบ้านมาอาละวาดอยู่หนึ่งครั้งในห้องครัว และท้าทายให้เราแจ้งตำรวจ แต่ทั้งนี้ลูกชายอยู่ด้วยจึงไม่สามารถทำได้เมื่อนึกถึงจิตใจลูก และใจก็ยังคงหวาดกลัวเพราะฝ่ายชายไม่ได้เกรงกลัวการกระทำใดๆเลย.. ซึ่งทุกเหตุการณ์เราจะส่งข้อมูลและหลักฐานที่มีให้กับเพื่อนๆพี่ๆไว้เพื่อความปลอดภัย เพราะหากเกิดอะไรขึ้นที่มันรุนแรงมากกว่านี้ อย่างน้อยก็มีคนรับรู้กับสิ่งที่เขาทำและได้เกิดขึ้น

ส่วนเรื่องคดีปัจจุบันที่ฝ่ายชายพูดถึง นั่นคือเรื่องเงินที่ฝ่ายชายติดค้างอ้างยืมไปหมุนเวียนในบริษัทมา6ปีแล้วและไม่คืน รวมถึงค่าเลี้ยงดูที่ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง จึงได้นำมาสู่การฟ้องร้อง ณ ปัจจุบัน ซึ่งเพิ่งเริ่มกระบวนการฟ้องร้อง และที่ฝ่ายชายอ้างบอกไม่ได้มาวุ่นวายคุกคามหลังหย่านอกจากคุยเรื่องลูกเท่านั้น ไม่เป็นความจริงตามที่ฝ่ายชายแถลง ยังคงมีการคุกคามทางเพศอยู่บ่อยครั้ง ส่วนหลักฐานขอเก็บไว้เพื่อใช้ในกรณีจำเป็นเผื่อต้องใช้เพื่อปกป้องตัวเองในวันนึง ทุกคนรอบข้างรู้ว่าเราไม่เคยไปยุ่งกับเขา มีแต่ตัวเขาเองที่หลังหย่ายังคงติดต่อเข้ามาวุ่นวายอยู่หลายครั้งทั้งโดยตรงและผ่านทางเพื่อนๆของเรา

อันที่จริง ก๊อเองอยากอยู่แบบเงียบๆ ใช้ชีวิตไปข้างหน้า เยียวยาจิตใจตัวเองไม่ได้อยากยุ่งข้องเกี่ยวใดๆ หากิจกรรมทำบำบัดใจตัวเอง เพราะบาดเจ็บทางใจมากเหลือเกินกับสิ่งที่เขาเลือกและทำ รวมถึงเหตุความรุนแรงที่เกิดซึ่งเขาก็รู้ว่าเพราะอะไร ถ้าสังเกตเราจะไม่พูดถึงเขาเลย เพราะอยากให้ต่างคนต่างอยู่ แต่ถ้าต้องมีเหตุให้ร่วมงานกันเรื่องของลูก เราก็ไม่เคยปฏิเสธการพบเจอ หรือใช้เวลาอยู่ร่วมเป็นพ่อแม่ลูกเลยหากเขาจะขอเข้าร่วม แต่ช่วงหลังๆมีการถึงเนื้อต้องตัวจึงทำให้ต้องเลี่ยงการเจอกัน
ทุกวันนี้เลือกคุยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับลูก แต่ฝ่ายชายยังคงตามโทรหาอยู่บ่อยครั้งจนปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่อยากรับสายเขา บางทีก็เป็นการเอาลูกมาอ้าง บ้างก็โทรมาในเวลาอยู่กับพรรคพวกที่ทำงานแล้วอ้างจะมาหาลูกบ้าง แต่ไม่เคยมา ซึ่งเป็นการสัญญากับเด็กแต่ไม่เคยทำอยู่หลายครั้ง ถ้าจะสร้างภาพให้ดูรักครอบครัวแต่ให้ความหวังเด็กก็อย่าทำเลย ลูกมีจิตใจ และสำหรับการที่เขาไปไล่บอกคนอื่นว่ากีดกันลูก ขอชี้แจงเลยนะคะว่าบ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน ฝ่ายชายมาหาลูกได้เสมอ เราไม่เคยห้ามหรือตั้งข้อกำหนดใดๆ แต่ได้มาหาลูกกี่ครั้งเถอะ? มาหาลูกหรือพาลูกไปเราไม่เคยห้าม จะปฏิเสธเพียงแค่ช่วงลูกไม่สบาย เพราะวันไหนลูกอยู่กับเขากลับมาจะไอเยอะ บางทีไอจนอ้วก เหตุจากอะไรฝ่ายชายน่าจะรู้ดีขอไม่พูดถึง

ไม่มีใครอยากให้ชีวิตคู่พังหรอกค่ะ เวลาไปงานกิจกรรมหรือทานข้าวเห็นคนอื่นเขามาเป็นครอบครัว เราก็เสียใจอยู่บ่อยครั้ง ไม่ได้อยากให้ชีวิตคู่ต้องเป็นแบบนี้เลย ปัจจุบันเลี้ยงลูกรับส่งเองและต้องทำงานด้วย รวมถึงงานพิเศษงานเสริม ทำหมดค่ะถ้ามีแรง ชีวิตแม่ที่เลี้ยงลูกเองบอกเลยไม่ง่ายนะ แยกกันแล้วเพื่อตัวเองและเพื่อลูกค่ะ ไม่อยากให้ลูกซึมซับและเห็นอะไรไม่ดีมากไปกว่านี้แล้ว ส่วนฝ่ายชายใช้ชีวิตคู่อินเลิฟทันทีหลังหย่ากันวันเดียวอย่างสุขสบาย แถมมาถามยอมหย่ายังพอดีกับที่อีกฝั่งหย่า บังเอิญจริงๆ เอาเป็นว่า หลังจากนี้จะพูดจะแถลงอะไรก็ขอที่เป็นความจริง อย่าบิดเบือน ขี้เกียจตามแก้!

สุดท้ายแล้วขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆที่อยู่เคียงข้าง ให้กำลังใจคำชี้แนะตลอดจนมิตรภาพความช่วยเหลือที่จริงใจ เข้าใจว่ารู้จักทั้งเราทั้งฝ่ายชาย แต่ขอบคุณจริงๆที่ลองถอยใจออกมามองเป็นกลางแล้วดูสิ่งที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง ขอบคุณค่ะ."


กำลังโหลดความคิดเห็น