xs
xsm
sm
md
lg

งานวิจัยใหม่พบการสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองซ้ำมากกว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วารสารวิชาการสมาคมโรคหัวใจอเมริกา (Journal of the American Heart Association) เผยแพร่ผลการศึกษาขนาดใหญ่ระดับประเทศซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลประเทศเกาหลีใต้ เรื่อง “ความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยที่เคยประสบภาวะโรคหลอดเลือดสมองที่สูบบุหรี่หรือใช้บุหรี่ไฟฟ้า Cardiovascular Risk Among Stroke Survivors With Combustible and Electronic Cigarettes” ซึ่งศึกษาความเสี่ยงด้านโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยชายที่เคยมีประวัติโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) โดยเปรียบเทียบตามพฤติกรรมการใช้บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า พบว่า ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่ยังสูบบุหรี่มีความเสี่ยงเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดซ้ำสูงกว่า ขณะที่การใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวไม่พบความเสี่ยงเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ

การศึกษานี้ใช้ข้อมูลจากระบบประกันสุขภาพแห่งชาติของเกาหลีใต้ ครอบคลุมผู้ป่วยชายจำนวนกว่า 115,000 คน ที่เคยเข้ารับการรักษาภาวะโรคหลอดเลือดสมอง และเข้ารับการตรวจสุขภาพภายใน 3 ปีหลังเกิดโรค ระหว่างปี พ.ศ. 2561 – 2565 โดยแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ไม่สูบบุหรี่ ผู้สูบบุหรี่ ผู้ใช้ทั้งบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าควบคู่กัน และผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว

ผลการติดตามเฉลี่ย 2.6 ปี พบว่าผู้ที่ยังสูบบุหรี่มีความเสี่ยงเกิดโรคหลอดเลือดสมองซ้ำหรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับผู้ไม่สูบบุหรี่ ขณะที่กลุ่มที่ใช้ทั้งบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าร่วมกันมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 27% อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในทางตรงกันข้าม กลุ่มที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแบบไม่มีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับผู้ไม่สูบบุหรี่

นักวิจัยระบุว่า ผลการศึกษานี้ตอกย้ำว่าการสูบบุหรี่ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดซ้ำในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และการใช้ทั้งสองรูปแบบร่วมกันไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าว อย่างไรก็ตาม แม้การเลิกนิโคตินอย่างเด็ดขาดจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในเชิงสุขภาพ แต่ข้อมูลจากการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า การใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคซ้ำต่ำกว่าการสูบบุหรี่

รายงานยังระบุว่า ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ความนิยมในการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยเลิกสูบบุหรี่หรือเพื่อลดอันตรายจากการเผาไหม้และสารพิษบางชนิด เช่น ทาร์และคาร์บอนมอนนอกไซด์ อย่างไรก็ตาม บุหรี่ไฟฟ้ายังคงมีนิโคติน อนุภาคขนาดเล็ก และสารเคมีอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ก่อให้เกิดผลเสียต่อหลอดเลือด เกิดการอักเสบและภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติ

ทั้งนี้ นักวิจัยเน้นย้ำว่ายังจำเป็นต้องมีการศึกษาระยะยาวเพิ่มเติม เพื่อทำความเข้าใจผลกระทบด้านหัวใจและหลอดเลือดของบุหรี่ไฟฟ้าอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเปราะบางด้านสุขภาพ เช่น ผู้รอดชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมอง








กำลังโหลดความคิดเห็น