สภาทนายความฯ เคลื่อนไหวเด็ดขาด สั่งทนายชื่อดังงดปฏิบัติหน้าที่และห้ามใช้ตำแหน่งปกป้องตนเอง หลังเจอแฉดรามาร้อนคุกคามสาววัย 19 ย้ำชัดไม่ปกป้องคนผิดและพร้อมยืนเคียงข้างจริยธรรมวิชาชีพ
จากกรณีดรามาร้อนแรงในแวดวงทนาย หลังจาก “ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล” ถูกแฉมีพฤติกรรมลวนลามสาววัย 19 ปี ภายหลังทนายแก้วได้โพสต์ขอโทษทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องดังกล่าว ยืนยันไม่ประสงค์ให้รายละเอียด
ล่าสุดวันนี้ (23 ม.ค.) เพจ “ดร.ธนพล คงเจี้ยง - นายกสภาทนายความ” ได้ออกมาโพสต์ถึงประเด็นที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า “สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ตระหนักถึงความสนใจและความห่วงใยของสังคมต่อกรณีที่มีข่าวการกล่าวหาทนายความซึ่งเป็นบุคคลมีชื่อเสียงและดำรงตำแหน่งในสภาทนายความ อาจมีพฤติการณ์เข้าข่ายการกระทำความผิด อันส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของวิชาชีพทนายความโดยรวม
ในฐานะนายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ขอยืนยันจุดยืนอย่างชัดเจนว่า สภาทนายความยึดมั่นในหลักนิติธรรม ความเสมอภาค และจริยธรรมแห่งวิชาชีพเป็นสำคัญ โดยจะไม่มีการยกเว้นหรือให้เอกสิทธิ์แก่บุคคลใด ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีชื่อเสียงหรือดำรงตำแหน่งใดในองค์กรก็ตาม
หากปรากฏข้อกล่าวหาที่มีมูล หรือมีคำร้องพร้อมพยานหลักฐานตามสมควร สภาทนายความจะดำเนินการตามพระราชบัญญัติทนายความและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยแยกการพิจารณาทางวินัยออกจากกระแสหรือแรงกดดันทางสังคม ทั้งนี้ จะเคารพหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าการสอบสวนจะได้ข้อยุติ
ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งในสภาทนายความ เพื่อป้องกันปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน และเพื่อธำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือขององค์กร สภาทนายความจะกำชับให้บุคคลดังกล่าวงดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการบริหารหรือการกำกับดูแลเป็นการชั่วคราว และงดการใช้ตำแหน่งของสภาทนายความในการสื่อสารหรือปกป้องตนเองในที่สาธารณะ
สภาทนายความจะสื่อสารกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมาในกรอบที่ไม่กระทบต่อกระบวนการยุติธรรม โดยยืนยันว่าจะไม่ปกป้องผู้กระทำผิด และจะไม่ซ้ำเติมผู้ที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่จะยืนอยู่บนข้อเท็จจริงและหลักกฎหมายเป็นที่ตั้ง
หากผลการสอบสวนปรากฏชัดว่ามีการกระทำผิดจริง สภาทนายความจะดำเนินการทางวินัย(มรรยาท)อย่างตรงไปตรงมาตามข้อบังคับ และจะเปิดเผยผลการพิจารณาในระดับที่เหมาะสม เพื่อยืนยันต่อสังคมว่าสภาทนายความยืนอยู่ข้างจริยธรรมและศักดิ์ศรีของวิชาชีพ มิใช่ยืนอยู่ข้างบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
สภาทนายความเชื่อมั่นว่า การกล้าตรวจสอบคนของตนเองด้วยความซื่อตรงและเป็นธรรม คือรากฐานสำคัญในการรักษาความเชื่อมั่นของประชาชน และเป็นหลักประกันว่ามาตรฐานแห่งวิชาชีพทนายความจะดำรงอยู่อย่างสง่างามต่อไป
ทั้งนี้ เมื่อการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ดำเนินการแล้วเสร็จ และปรากฏข้อเท็จจริงครบถ้วนเป็นที่ยุติ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์จะได้แถลงแนวทางการดำเนินการ เพื่อแจ้งให้พี่น้องประชาชนและทนายความทั่วประเทศทราบโดยทั่วกันต่อไป”


