ครอบครัวหมอกระต่ายร่อนจดหมายเปิดผนึกในวันครบรอบ 4 ปีโศกนาฏกรรมบิ๊กไบค์ชนบนทางม้าลาย แฉความล้มเหลวการบังคับใช้กฎหมายจราจรที่ทำไทยสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 5.9 แสนล้านบาทต่อปี
วันนี้ (21 ม.ค.) เพจ “Rabbit Crossing ทางกระต่าย”ได้โพสต์รำลึกการจากไปของหมอกระต่าย หรือ พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล จักษุแพทย์ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุถูกตำรวจขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ชนขณะเดินข้ามทางม้าลายเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักและนำไปสู่การรณรงค์เรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน
โดยทางเพจระบุว่า “ความหวังและรอยยิ้มที่หายไปบนทางม้าลาย
ครอบครัวเราใฝ่ฝันที่จะเห็นหมอกระต่ายเป็นจักษุแพทย์ที่ดีและทำคุณประโยชน์กับประเทศชาติ ฝันนั้นชัดเจนขึ้นเมื่อเห็นลูกสู้อุตสาหะเล่าเรียนจนจบในสาขาย่อยที่ลูกชอบ แม่ดีใจที่ได้เห็นลูกมีครู อาจารย์ และเพื่อนๆ ที่รัก เมตตาและให้คำแนะนำกันมาได้อย่างสม่ำเสมอ
แต่แล้วเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 เวลาบ่ายประมาณ 3 โมงกว่า ลูกถูกรถบิ๊กไบค์ชนเสีย ขณะข้าม ทางม้าลาย หน้ารพ.สถาบันไตภูมิราชนครินทร์ซึ่งอยู่ใจกลางกทม. ผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถผิดกฎหมายหลายกระทง ด้วยความเร็ว 128 กม/ชม.ในเขตชุมชนหนาแน่น ชนลูกบนทางม้าลายขณะที่เหลืออีกเพียงก้าวเดียวก็ถึงฝั่งที่ปลอดภัย ความใฝ่ฝันที่ลูกอยากถ่ายทอดความรู้ทางการแพทย์….ดับวูบไปในพริบตา มีเพียงความเศร้าโศกเจ็บช้ำกับครอบครัวเราเรื่อยมา
สถานการณ์ความปลอดภัยทางถนนในประเทศเราที่ผ่านมาและในปัจจุบันอยู่ในขั้นวิกฤติอย่างยิ่ง ตามข้อมูลของ WHO อุบัติเหตุทางถนนของเราสูงสุดในเอเชียและสูงเป็นอันดับ 9 ของโลก จำนวนผู้เสียชีวิตเกือบ 18,000 คน ต่อปีหรือ 50 คน ต่อวัน ยอดผู้เสียชีวิตขณะเดินข้ามถนนก็สูงกว่าปีละ 500 คน โดยพื้นที่เสี่ยงสูงสุดอยู่ในกทม.ปัญหาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นความล้มเหลวในการบริหารจัดการเรื่องความปลอดภัยทางถนนของภาครัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างชัดเจน
วันที่ 21 มกราคม 2569 นี้ ครบรอบ 4 ปีของการเสียชีวิตของ #หมอกระต่าย ในคราวนั้นมีผู้ประมาณการสูญเสียต่อประเทศชาติไว้ 880 ล้านบาท ปัจจุบันอุบัติเหตุทางถนนยังคงทำให้ประเทศไทยมีมูลค่าการสูญเสียประมาณ 5.9 แสนล้านบาทต่อปี(คิดเป็นร้อย 3.3 ของ GDP) การลดอุบัติเหตุทางถนนยังห่างไกลเป้าหมายอีกมาก สะท้อนว่าปัญหาอุบัติเหตุทางถนนยังต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งทุกวันนี้มีคนผ่าฝืนไฟสัญญาณข้ามทางม้าลายใน กทม. สูงถึงหลักแสนต่อเดือน ในปี 2566 พบว่ามีเพียงร้อยละ 13 เท่านั้นที่หยุดรถให้คนข้าม เป็นพฤติกรรมทำผิดซ้ำซากไม่เกรงกลัวกฎหมาย เรื่องการขับรถเร็วกว่ากฎหมายกำหนดก็มีให้เห็นเป็นเรื่องปกติ
เราอยากเห็นนโยบายลดอุบัติเหตุทางถนนจากรัฐบาลเป็นเรื่องสำคัญเสียที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปรับปรุงทางกายภาพของถนนให้ถูกหลักสากล การลดความเร็วในเขตเมือง การบังคับใช้กฎหมายในระบบขนส่งและการจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ขับขี่ ให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ใช้ถนนอย่างจริงจังโดยเฉพาะคนเดินเท้า การมาทำกิจกรรมรณรงค์ในวันนี้เชื่อว่าทุกคนคงเหน็ดเหนื่อย โดยเฉพาะผู้สูญเสียที่จะต้องเป็นการย้ำเตือนโชคชะตากันเรื่อยไป
ที่ผ่านมาคุณพ่อได้อุทิศตัวสานต่อเจตนารมณ์การเป็นจักษุแพทย์ของหมอกระต่าย โดยเป็นจักษุแพทย์อาสาร่วมกับมูลนิธิรามาธิบดีและสำนักพระคลังข้างที่ ออกหน่วยผ่าตัดต้อกระจกทั่วประเทศ เดือนหน้าพ่อจะไปรับรางวัลจักษุแพทย์ดีเด่นระดับเอเชียแปซิฟิก สุดท้ายนี้คุณพ่อฝากบทกลอนถึงประชาชนทุกคนดังนี้
"กี่ล้านหยดน้ำตามารินหลั่ง
กี่แสนครั้งไห้เทวษถวิลหา
ได้กอดแก้วพลันกลับไกลลับตา
ไร้ถ้อยคำอำลาแสนอาลัย
ไฟไหม้ฟางสว่างวาบแล้วดับมอด
บอกจะถอดบทเรียนเปลี่ยนแก้ไข
เป็นนิมิตหมายถนนคนปลอดภัย
โอ้..ผ่านไปอีกหลายครา..แค่คารม
ทุกเลือดเนื้อเกื้อหนุนมีคุณค่า
หนึ่งชีวิตหลายชีวามาขื่นขม
คืนถนนปลอดภัยให้คนชม
ค่าควรสมนามเลื่องเมืองอมร"
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า...เราทุกคนจะมีความปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางถนน ไม่ใช่เฉพาะแค่วันนี้แต่เป็นในทุกๆวัน
รัชนี สุภวัตรจริยากุล (แม่หมอกระต่าย)"


