ประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต ฟาดแรงพรรคเพื่อไทย! ชี้ความหลากหลายที่ทำลายชาติคือสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ วิจารณ์ยับพฤติกรรม "ไส้ศึก" ยกอธิปไตยแลกผลประโยชน์ผ่านดีล "อังเคิลฮุนเซน" แขวะแรงมวลชนที่ยังต้อนรับพรรคขายชาติคือความวิปริตทางจิตสำนึกและสติปัญญา ย้ำชัดถึงเวลาคนไทยต้องใช้จริยธรรมนำทาง เลือกอนาคตชาติให้พ้นจากเงื้อมมือระบอบสามานย์
วันนี้ (17 ม.ค.) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก "อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล" ประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต ได้ออกมาโพสต์ข้อความวิจารณ์พรรคเพื่อไทย-ระบอบทักษิณ และการเรียกร้องจิตสำนึกรักชาติในการเลือกตั้ง โดยได้ระบุข้อความว่า
"ความหลากหลายทางประชากรเป็นสิ่งที่ดี แต่ความหลากหลายที่หนุนให้ชาติเสียอธิปไตย ทำลายผลประโยชน์ของประเทศเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
28 ปีนับแต่คุณทักษิณก่อกำเนิดพรรคไทยรักไทยจนมาเป็นพรรคเพื่อไทย เราจะเห็นว่าคนที่ยังหนุนเพื่อไทยเกาะตัวได้อย่างเหนียวแน่น ส่วนสำคัญมาจากประชานิยมที่คนต่างจังหวัดยึดติดไปแล้ว แต่เมื่อถึงคราวที่มีประจักษ์พยานชัดว่า ผู้เป็นใหญ่ในพรรคทำอะไรไว้กับแผ่นดิน เลือดไทยทุกคนต้องไม่ให้พรรคนี้มีที่ยืนได้อีก
เพราะเท่ากับเป็นการยอมรับว่า 1.การเป็นไส้ศึกไม่ใช่เรื่องเสียหาย 2.การยกอธิปไตยไปแสวงหาประโยชน์ เป็นเรื่องปกติ
คุณทักษิณ ก่อตั้งพรรคไทยรักไทยเมื่อวันที่ 14 กรกฏาคม 2541 ตรงกับวันชาติฝรั่งเศสต่างปี ที่ ประชาชนลุกขึ้นมาล้มระบอบกษัตริย์ในวันที่ 14 กรกฏาคมปี ค.ศ.1789 เป็นการเลือกวันเชิงสัญลักษณ์ราวกับจะประกาศว่า “ข้ามาเพื่อจะล้มล้างระบอบกษัตริย์” นี่เป็นหลักฐานว่า ทำไมส้มกับแดงจึงเป็นเนื้อเดียวกัน และทุกการหมอบกราบมีมีดซ่อนไว้ข้างหลัง
ที่คุณทักษิณทำแบบนี้เชื่อว่าเมื่อได้รับความนิยมและมีอำนาจมาก ก็เกิดความเหิมเกริมคิดไกลถึงขั้นจะเป็นประธานาธิบดี แล้วพรรคภายใต้การนำของคุณทักษิณ ก็ทุ่มเอาเงินของชาติไปซื้อใจประชาชนด้วยการแจกๆๆ ที่เรียกว่าประชานิยม จึงทำให้อยู่ในอำนาจได้เรื่อยมาจนเกิดคำว่า “ระบอบทักษิณ”
ตั้งแต่นั้นมาขอบเขตของอำนาจบริหารก็สั่งตรงมาจากคนๆ เดียว ความทุจริตมิชอบเกิดขึ้นไปทั่วจนทหารทำรัฐประหารเพื่อรีเซทประเทศใหม่
ความคลุมเครือว่าพรรคนี้ไม่ได้ขายชาติ ไม่ได้คิดล้มสถาบัน เป็นสิ่งที่ไม่มีหลักฐาน จนกระทั่งลูกสาวสุดที่รักผู้ถูกดันขึ้นมาเป็นนายก ได้แสดงความโง่เขลาเบาปัญญาในทุกมิติ เผยสิ้นทุกสิ่งอย่างผ่านคลิปสนทนากับอังเคิลฮุนเซน “อังเคิลอยากได้อะไรขอให้บอก ไม่อยากให้ไปฟังคนที่เป็นฝั่งตรงข้ามกับเราพวกแม่ทัพภาค 2”
คลิปเสียงก้องประเทศผ่านไปไม่กี่เดือน ควันไฟแห่งการสู้รบที่ชายแดนยังไม่ทันจางหาย พรรคนี้สามารถลอยหน้าอย่างทนทานเสนอขายประชานิยมต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เสียงต้อนรับจากมวลชน พวงมาลัยคล้องคอ มันบาดใจคนรักชาติยิ่งนัก
ตรรกะวิบัติยังไม่เท่าไหร่แต่ศีลธรรมวิบัตินี่ยอมกันไม่ได้ เพราะหากเราอยู่กันโดยไม่มีหลักจริยธรรม ปล่อยใครทำอะไรยังไงกับชาติก็ได้ มันคือความเสียหายใหญ่หลวงแก่แผ่นดิน
บนความหลากหลายทางประชากร ไม่ว่าจะเป็น เชื้อชาติ ถิ่นฐาน อายุ นำมาซึ่งความแตกต่างด้านความเชื่อ วัฒนธรรมและการประกอบอาชีพ แต่ทั้งหมดนี้ ไม่ว่าคนไทยคนไหนจะอาศัยอยู่ที่ตารางนิ้วไหนของแผ่นดินไทย ต้องร่วมกันรักษาอธิปไตย ต้องเชิดชูชาติ ศาสน์ กษัตริย์ในฐานะพลเมืองของชาติ
การได้เห็นพรรคเพื่อไทยย่ำไปหาเสียงทุกหนแห่ง และยังได้รับการต้อนรับจากทุกที่ มันคือความวิปริตทุกๆ ด้าน ทั้งจิตสำนึก จริยธรรม การบังคับใช้กฎหมาย ค่านิยมและสติปัญญา อาจารย์ไม่ฉลาดพอที่จะหาเหตุผลมาหนุนให้เข้าใจกับพฤติกรรมนี้ ได้ เลยขอคิดโยนไปว่า มีใครไปสาปคนเสื้อแดงไว้รึเปล่า
เห็นหรือยังว่า ทำไมต้องใช้ธรรมออกมาคว่ำสามานย์ เพราะความวิปริตที่เกิดขึ้นในชาติทั้งจากแดงและส้ม จุดกำเนิดมันเกิดจากคำๆ เดียว “จิตสำนึก” เลือกตั้งครั้งนี้ ต้องพาชาติออกจากวงจรอุบาทว์นี้ให้ได้"


