"พงศ์พรหม" ชำแหละช็อตต่อช็อต! ศึกดีเบตข้าว "ศุภจี" ปะทะ "ศิริกัญญา" ยกให้เป็นชัยชนะแบบ 1 รุม 2 ที่ขาดลอย ชี้เป้า "เครื่องคิดเลขและสติ" คืออาวุธเด็ดสยบสถานการณ์ แม้พิธีกรดังจะดูเอนเอียง แต่กลับยิ่งส่งให้ "พี่แต๋ม" ฉายแสงความเก่งด้วย 4 คุณสมบัติที่หาตัวจับยาก!
จากกรณี ประเด็นสำคัญของการดีเบตในรายการข่าวของ สรยุทธ สุทัศนะจินดา กับตัวเลข “สต๊อกข้าวขั้นต่ำ 100 ตัน” ซึ่งกลายเป็นจุดปะทะหลักของสองวิธีคิดอย่างชัดเจน ระหว่าง “ศิริกัญญา ตันสกุล” จากพรรคประชาชน และ “สุภจี สุธรรมพันธุ์” จากพรรคภูมิใจไทย ก่อนจะจบลงด้วยคำชื่นชมจากชาวเน็ตต่อเจ้าแม่ข้าวของค่ายสีน้ำเงิน
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 16 ม.ค. นายพงศ์พรหม ยามะรัต อดีตรองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย ได้ออกมาโพสต์ข้อความต่อประเด็นดังกล่าว ต้องการชวนให้สังคมไทยย้อนดูรายการดีเบต เพื่อถอดบทเรียนว่าทำไม "พี่แต๋ม" ถึงสามารถเอาชนะสถานการณ์แบบ 1 รุม 2 (พิธีกรและคู่ดีเบต) ได้อย่างขาดลอย โดยไม่ได้เน้นเรื่องการเชียร์พรรคการเมือง แต่เน้นให้ดู "ทักษะและความสามารถ" ของบุคคล ทั้งนี้ ผู้โพสต์ได้ระบุข้อความว่า
“สิ่งที่อยากให้คนไทยกลับไปดูรายการเมื่อเช้าอีกครั้งซ้ำๆ คือเรียนรู้กันให้ได้ครับว่า
พี่แต๋มสามารถ Debate แบบ 1 ชนะ 2 ขาดลอยด้วยเครื่องคิดเลข และปากกา 1 แท่งได้อย่างไร?
เน้นนะครับ โพสต์นี้ไม่ใช่การจะมาขิงกันในมุมกองเชียร์พรรค ผมโพสต์ไปแล้วว่าอยากให้คุณไหมได้โอกาสเป็น รมช.คลังในรอบนี้ เน้นว่า ช ไม่ใช่ ว
ส่วน รมว.พาณิชย์ควรเป็นพี่แต๋ม
รมว.คลัง ควรเป็นพี่กรณ์
แต่ที่อยากให้สังคมเรียนรู้เป็นกรณีศึกษาคือการสัมภาษณ์ กึ่ง Debate พี่แต๋มในรายการนึงวันนี้
เอาตรงๆก่อน ช่อง 3 อย่าฟ้องผมนะ (555)
คุณสรยุทธ์แกก็อิงข้างชัด ตามที่ทุกคนเห็น
บางคำถาม ก็ลากพี่แต๋มมากไป
บางคำถาม ก็อุ้มไหมมากไป (555)
แต่ประเด็นคือ ทำไมยิ่งลาก ยิ่งอุ้ม
พี่แต๋มกลับยิ่งเด่น
นี่คือที่อยากให้สังคมไทยเรียนรู้
1. แกถอดโมหะได้ครับ สิ่งนี้สำคัญมากสำหรับคนเก่ง ที่เก่งแบบเป็นที่ยอมรับ
ทั้งสิ่งที่แกโดนลาก ทั้งสิ่งที่คู่ debate โดนช่วย หลายคนอาจหลุด แต่พี่แต๋มไม่ แถมจุดไฟใส่คุณสรยุทธ์ตอนท้ายว่า แกจำได้ว่าคุณสรยุทธ์เคยพูดถึงกระทรวงตอนแกรับตำแหน่งใหม่ๆอย่างไร?
มันแสดงถึงการ “เก็บ” ความโกรธ เกลียด ไว้ในใจได้
2. แกมีเมตตา ตั้งแต่ The Standard debate ผมพบว่าทั้งพี่แต๋ม และคุณไหม มีเมตตาต่อกันทั้ง 2 คน ซึ่งน่ารักมาก โดยเฉพาะพี่แต๋มที่ Profile สูงมากจริงๆ ก็มองคุณไหมด้วยความเมตตา มากกว่าจะคิดยกตนข่มท่าน ด้วยอายุ และประสบการณ์
ที่เป็นนิสัยต่างจากผู้ใหญ่ไม่น้อยในไทยที่ชอบยกตนข่มท่านเด็ก กับเด็กบางพวกที่ชอบกร่างใส่ผู้ใหญ่
3. แกมีปัญญา ผมโพสต์เสมอว่า การเรียนรู้ การอ่านสิ่งดีๆมีประโยชน์สม่ำเสมอ เป็นพฤติกรรมของคนมีปัญญา ที่จะช่วยทั้งตัวเอง สังคม และประเทศได้
ไม่ใช่เสียเวลาแต่ถ่ายรูปไปวันๆ เสพดราม่าไปวันๆ
เพราะปัญญาเปรียบคือกระสุนในการทำงาน ในการรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำ ความรู้จริงพี่แต๋มจึงทำให้ใครทำอะไรแกไม่ได้
4. แกมีสติ การมีสติจึงทำให้การใช้สมอง สติปัญญาสามารถสอดประสานกันได้อย่างดี เราจึงเห็นพี่แต๋ม “กดเครื่องคิดเลข” เตรียมรอสอนงาน ขณะคุณสรยุทธ์ และคุณไหมเผลอคุยกัน ไม่ต่างจากการยืนยิ้มลับดาบเตรียมปาดคอคู่แข่งในขณะที่คู่แข่งไม่รู้ตัว
การเรียนรู้จากคนเก่งเป็นสิ่งดีกว่าจะมาเชียร์สีการเมืองแต่เพียงอย่างเดียว
อย่าให้จบแค่ว่า
ไหมพูดดี เพราะฉันเชียร์พรรคประชาชน
พี่แต๋มพูดดี เพราะฉันเชียร์พรรคภูมิใจไทยเลยครับ“


