นย.ตราด ขยับวางแนวลวดหนามกั้นพรมแดนทมอดาใหม่ หลังเกิดกรณีชาวจีนรื้อลวดหนามหีบเพลงหน้าหน่วยจนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ด้านเพจวิจารณ์ทหารชื่อดังโพสต์ชี้แจงแก้ไขข้อมูล ยอมรับด่วนตัดสินใจหลังเห็นการปฏิบัติหน้าที่ล่าสุดในพื้นที่ ยืนยันความจริงเท่านั้นที่ยั่งยืน
จากกรณี ก่อนหน้านี้มีรายงานว่ากลุ่มพ่อค้าแม่ค้าชาวจีนเข้าไปในพื้นที่บ้านทมอดา จ.โพธิสัตว์ ประเทศกัมพูชา พร้อมช่วยกันรื้อลวดหนามหีบเพลงที่ขวางอยู่บริเวณหน้าร้านค้าออก ซึ่งลวดหนามดังกล่าวเป็นของฝ่ายไทยที่วางไว้ภายหลังเหตุปะทะในรอบที่ 2 โดยทางเพจ "Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ" ได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะกำลังมีคนมารื้อลวดหนามอยู่หลายคลิป
ต่อมามีรายงานว่า น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ชี้แจง เหตุ ชาวจีน รื้อลวดหนามหีบเพลงหน้าร้านในพื้นที่บ้านทมอดาออก เพราะหวั่นชาวเขมรดอดขโมยสินค้า ล่าสุด จนท.เข้าทำความใจพร้อมขยับลวดหนามให้กั้นบริเวณด้านหลังร้านแทน ก่อนจัดกำลังคุมเข้ม
ต่อมา เมื่อวันที่ 15 ม.ค. เพจ "Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ" ออกมาโพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์การชี้แจงของกองทัพเรือ (นย.ตราด) กรณีกลุ่มชาวจีนรื้อลวดหนามกั้นพรมแดน โดยได้ระบุข้อความว่า
"การรื้อลวดหนามทมอดา การแถไม่ได้ทำให้คนหรือหน่วยงานนั้นๆดูดีขึ้นมาครับ เทคโนโลยีข่าวสารและการวิเคราะห์ ทำให้คนเรามันรู้ทันกันหมดแหละครับ ความจริงเท่านั้นที่ยั่งยืน โดนด่าหน่อยแต่คนยังให้อภัย แต่ถ้าแถมาเรื่องคงยาวและโดนคนถ่มถุ้ยมากกว่าเดิม
เรื่องลวดหนามที่ทมอดา เนื้อข่าวหลายสำนักรายงานว่า น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธินตราด (ผบ.ฉก.นย.ตราด) ได้ชี้แจง ข้อเท็จจริงต่อผู้สื่อข่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง #ซึ่งเดิมทีทหารได้วางแนวลวดหนามกั้นพื้นที่ปลอดภัยไว้กว้างกว่านี้ แต่กลุ่มผู้ค้าชาวจีนได้ลากลวดหนามมาวางกั้นไว้ที่บริเวณหน้าประตูร้านของตนเอง เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัยและเกรงว่าจะมีคนเข้ามาขโมยทรัพย์สินในร้าน
อันนี้ผมเพิ่มให้ จน นย. ต้องเลยตามเลยกั้นหน้าร้านพวกจีนเทาพวกนี้ไป แล้วก็มาถูกจีนเทารื้อลวดหนามออกในวันนี้
ตรรกะมันไม่ได้ครับ ยังไงก็ฟังไม่ขึ้น
ถ้าจะบอกว่าจริงๆตอนรบกันนาวิกโยธินกั้นแนวไปไกลลึกเข้าไปมากกว่านี้ แต่ชาวจีนขอให้ลากเอาลวดหนามมากั้นหน้าร้านเพราะกลัวโดนปล้นสะดมจากคนเขมร
ข้อแรกถ้าคนจีนมาขอให้กั้นหน้าร้านจริง ทำไมถึงมีภาพคลิปนาวิกโยธินมาพูดอธิบายเป็นภาษาอังกฤษให้คนจีนฟังว่าเรามาวางเพื่อความปลอดภัยของพวกท่านเอง ทั้งๆที่คนจีนขอวางลวดหนามเองทำไมต้องมาบอกซ้ำสอง?
ข้อสอง หลังจากรบกันเสร็จ ทำไมคนจีนมาถ่ายคลิปวีดีโอหน้าละห้อยไม่สามารถกลับเข้าร้านได้ ถ้าเขายินยอมให้วางเองจะมาบ่นครวญครางทำไม?
ข้อที่สาม ถ้าเป็นตามข้อแรกจริง ว่าคนจีนมาขอให้ทหารไทยวางลวดหนามเพราะกลัวถูกปล้นสะดม ตอนวางมาขอให้ทหารไทยมาวางได้ ตอนจะรื้อทำไมจะมาขอทหารไทยไม่ได้ มาขอซิดีไม่ต้องเปลืองแรง ไม่ต้องกลัวโดนลวดหนามบาด ถ้าคนจีนมาขอให้กางลวดหนามจริง มีหรือจะมาขอให้รื้อดีๆไม่ได้ครับ แต่กลับกลายเป็นเข้ารื้อทำลายเอง
คือหลายอย่างมันขัดกันนะครับ อย่างที่บอกคนไทยไม่โง่ครับ ทร.คงยังไม่เคยเจอกระแสสังคมที่ถล่มด่าแบบนี้มั้งครับ ก่อนหน้านี้
ผมรักทหารและสนับสนุนนะครับ ผมไม่ได้สนับสนุนแค่ปากแล้วไปแทงหลังทหารแบบคนบางกลุ่มบางพวกนะ ผมสนับสนุนจริงๆยังไงก็ยังงั้น
แต่การที่ผมสนับสนุนใช่ว่าผมจะต้อง เลียตูด ดูดไข่ ยกยอ อะไรที่ทำห่วยก็ว่าดี อะไรที่ทำไม่ดีก็ว่างาม แบบนั้นไม่ใช่ผมครับ
ที่ผ่านมา ผมชื่นชม นย. มาตลอด ไม่เชื่อไปดูโพสต์เก่าๆได้ครับ แต่อะไรที่มันไม่ใช่คือไม่ใช่ คงเป็นบทเรียนราคาแพงของ นย. และทหารเหล่าอื่นๆ รวมถึงนักการเมืองนะครับ ถ้าคุณอยากลองกับการด่าของประชาชนก็ลองได้ครับ
คนที่จะมาเถียงแทนหรือพูดทำนองว่ามันไม่ใช่ดินแดนไทยตรงนั้น ฟังนะครับ มันไม่ใช่แล้วยังไง? ในเมื่อคุณเลือกไปวางลวดหนามป้องกันตนเองตรงนั้น แล้วตกลงตามข้อตกลงหยุดยิงอยู่ตรงไหนอยู่ตรงนั้น หมายความว่าต่อให้ไม่ใช่ดินแดนไทยจริงๆ แต่มันคือพื้นที่ป้องกันตนเองของไทยครับ ไม่ใช่ใครจะมารื้อลวดหนามก็ได้ ถ้ามารื้อแบบนี้ได้จะกางทำพระแสงของ้าวหอกธนูหน้าไม้ตะหลิวกระทะทัพพีกระบวยช้อนส้อมตะเกียบทำไมครับจริงไหม"
อย่างไรก็ตาม วันนี้ (16 ม.ค.) ทางเพจได้ออกมาโพสต์ข้อความกล่าวขออภัยและชี้แจงแก้ไขข้อมูล หลังจากพบว่าหน่วยนาวิกโยธิน (นย.) ได้ดำเนินการ วางแนวลวดหนามใหม่ ในจุดที่เป็นปัญหาเรียบร้อยแล้ว พร้อมระบุข้อความว่า
"นย.วางลวดหนามใหม่แล้วนะครับตรงร้านค้าทมอดา ผมขออภัยนึกว่าเป็นภาพเก่าที่โพสต์ไปเมื่อกี้ อะไรที่ผิดพลาดผมขอโทษไม่หนีหายครับ มือไวใจร้อนไปหน่อย ส่วนอันนี้ภาพล่าสุดจากทั้งฝั่งไทยและเขมร มีการเอาลวดหนามปิดหัวถนนตรงที่ชาวบ้านเรียกว่าจมูกหมู แล้วก็วางลวดหนามตามแนวเดิม ณ เวลานี้ ขอบพระคุณที่ทำหน้าที่ครับ ยังเป็นกำลังใจให้ทหารเสมอ อะไรที่พูดรุนแรงไปหรืออะไรที่ผิดพลาดไปผมขออภัยครับ"


