จากกรณีที่เครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา สัญญา 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด ประสบอุบัติเหตุหล่นทับรถไฟดีเซลรางแดวู ที่ทำขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางเลขที่ 21 กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี บริเวณบ้านถนนคต ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น ถึงสถานีสีคิ้ว เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 22 ราย บาดเจ็บ 55 คน หลังขบวนรถผ่านสถานีหนองน้ำขุ่น เวลา 09.13 น. วันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด ระยะทาง 37.45 กิโลเมตร มีผู้รับจ้างคือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) วงเงิน 9,848 ล้านบาท
จุดเริ่มต้นโครงการก่อนเข้าสถานีรถไฟคลองไผ่ (DK.191+050) สิ้นสุดโครงการที่บริเวณปลายสถานีรถไฟโคกกรวด (DK.239+500) แบ่งเป็นคันทางรถไฟระดับดิน ระยะทาง 14.12 กิโลเมตร โครงสร้างทางรถไฟยกระดับ ระยะทาง 23.33 กิโลเมตร งานก่อสร้างสถานีรถไฟกุดจิก และสิ่งปลูกสร้างรองรับงานระบบรถไฟฟ้า มีบริษัทที่ปรึกษาควบคุมงาน คือ ไชน่า เรลเวย์ อินเตอร์เนชันแนล (CRIC) และ ไชน่า เรลเวย์ ดีไซน์ คอร์ปอเรชัน (CRDC) รัฐวิสาหกิจจากประเทศจีน
อย่างไรก็ตาม แม้สองบริษัทจากจีนจะมีบริษัทแม่ คือ ไชน่า เรลเวย์ เอ็นจิเนียริ่ง คอร์ปอเรชัน (CREC) รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ของจีน ที่ทำธุรกิจด้านวิศวกรรมรถไฟและโครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็นคนละบริษัทกับผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ย่านสวนจตุจักร กรุงเทพฯ สูง 30 ชั้น ค่าก่อสร้าง 2,136 ล้านบาท ที่พังถล่มลงมาเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2568 ทำให้คนงานเสียชีวิต 89 ราย สูญหายอีก 7 ราย ซึ่งมีกิจการร่วมค้า ITD-CREC No.10 ได้แก่ อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ กับ ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย)
คดีดังกล่าว อัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหา 23 รายที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ ควบคุม และปลอมแปลงเอกสารการก่อสร้าง ฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และปลอมแปลงเอกสารรับรองคุณภาพวัสดุ รวมถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการสอบสวนคดีเกี่ยวกับคนต่างด้าว และคณะกรรมการ ป.ป.ช.รับเรื่องสอบสวนการทุจริตเจ้าหน้าที่ โดยพบสาเหตุหลักจากโครงสร้างอาคารไม่ได้มาตรฐาน ค่ากำลังอัดคอนกรีตในผนังรับแรงเฉือนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด และแบบก่อสร้างไม่เป็นไปตามกฎหมายกำหนด
ถึงกระนั้น การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ยังมีสัญญาที่ 3-1 งานโยธาช่วงแก่งคอย-กลางดง และช่วงปางอโศก-บันไดม้า ระยะทาง 30.21 กิโลเมตร วงเงิน 9,348 ล้านบาท ซึ่งมีผู้รับจ้างคือ กิจการร่วมค้า ITD-CREC No.10 ประกอบด้วย อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ และไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 ประกอบด้วยคันทางรถไฟระดับดิน ระยะทาง 10.18 กิโลเมตร โครงสร้างทางรถไฟยกระดับ ระยะทาง 20.03 กิโลเมตร อาคารและสิ่งปลูกสร้างรองรับงานระบบรถไฟฟ้า 9 แห่ง และก่อสร้างรั้วสัญญา 1-1 ช่วงกลางดง-ปางอโศก
ที่ผ่านมา ไชน่า เรลเวย์ เอ็นจิเนียริ่ง คอร์ปอเรชัน (CREC) มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ผ่านความร่วมมือตามโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative) ของรัฐบาลจีน แต่ที่ผ่านมาพบว่าการก่อสร้างและดำเนินงานมีความบกพร่องหลายโครงการ เช่น สะพานซิกิริ (Sigiri) ประเทศเคนยาถล่มลงมาเมื่อปี 2560 และเคยถูกธนาคารโลกไม่ให้ CREC และบริษัทในเครืออีก 730 แห่งเข้าร่วมประมูลโครงการที่ได้รับเงินสนับสนุน 9 เดือน หลังพบข้อมูลเท็จในเอกสารประมูลโครงการก่อสร้างทางหลวงของประเทศจอร์เจีย
เช่นเดียวกับ อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถูกวิจารณ์ถึงความบกพร่องในโครงการก่อสร้างหลายโครงการ นอกจากอาคารที่ทำการ สตง.แห่งใหม่แล้ว ยังเคยเกิดอุบัติเหตุคานถล่มที่ด่านดาวคะนอง กรุงเทพฯ เมื่อเช้ามืดวันที่ 15 มี.ค. 2568 ในโครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก สัญญาที่ 3 ซึ่งก่อสร้างโดยกิจการร่วมค้า ไอทีดี-วีซีบี (ITD-VCB) ได้แก่ อิตาเลียนไทยฯ ร่วมกับ บริษัท วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย บาดเจ็บ 16 ราย
ข้อมูลจาก Sondhi X


