สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยชี้แจงยิบปมข้าราชการสาวโพสต์ตัดพ้อถูก ตม.อินชอนส่งกลับทั้งที่มีเอกสารครบ เผยผลสอบสวนพบพิรุธเพียบ ทั้งไม่มีการจองโรงแรม แถมอ้างพักบ้านแฟนแต่ตัวแฟนไม่อยู่ประเทศ
จากกรณีประเด็นดรามาเมื่อข้าราชการสาววัย 37 ปี จาก จ.เลย โพสต์ข้อความตัดพ้อลงในกลุ่ม “เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง” ระบุว่า ถูกปฏิเสธเข้าเมืองที่สนามบินอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ โดยไม่ให้เหตุผลที่ชัดเจน ทั้งที่เตรียมตัวมาอย่างดี มีการลงทะเบียน K-ETA และมีหนังสือขออนุญาตเดินทางไปต่างประเทศอย่างถูกต้อง
ล่าสุดวันนี้ (6 ม.ค.) เพจ “Embassy of the Republic of Korea in Thailand 주태국 대한민국 대사관” สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้น ระบุว่า "ตามที่สื่อมวลชนบางแห่งได้รายงานข่าวเกี่ยวกับกรณีการไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ข้าราชการของไทยรายหนึ่งเดินทางเข้าประเทศ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ใคร่ขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้
จากรายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ราชการของไทยรายดังกล่าว แม้จะมีแผนการเดินทางที่ชัดเจน แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศ และไม่ได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับเหตุผลของการไม่อนุญาตให้เข้าประเทศนั้น
จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า บุคคลสัญชาติไทยรายนั้นซึ่งคาดว่าเป็นผู้ที่สื่อกล่าวถึง พร้อมด้วยผู้ที่เดินทางร่วมด้วยซึ่งมีสัญชาติไทย เพศหญิง อีก 1 ราย
1) ไม่ได้มีการจองที่พัก (โรงแรม) ในขณะเดินทางเข้าประเทศเกาหลี
2) เมื่อสอบถามถึงเหตุผลที่ไม่มีการจองโรงแรม ได้แจ้งว่าจะพักอาศัยอยู่ที่บ้านของแฟนชายชาวเกาหลี แต่บุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นแฟนชาวเกาหลีไม่ได้อยู่ในประเทศเกาหลีในขณะนั้น
3) มารดาของชายชาวเกาหลีซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้มีความสัมพันธ์ในประเทศเกาหลี ไม่ได้มีการรับทราบมาก่อนเกี่ยวกับการเดินทางเข้าประเทศและแผนการเข้าพักอาศัยของหญิงทั้งสองราย
ด้วยเหตุที่วัตถุประสงค์ในการเดินทางเข้าประเทศไม่ชัดเจน จึงได้รับการพิจารณาไม่อนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศ ทั้งนี้ กระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงได้ดำเนินการเป็นภาษาไทย โดยมีล่ามชาวไทยร่วมดำเนินการ และเหตุผลของการไม่อนุญาตให้เข้าประเทศก็ได้มีการอธิบายเป็นภาษาไทยแล้ว
ในช่วงที่ผ่านมา มีกรณีที่บุคคลซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศเกาหลี เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือละเว้นข้อเท็จจริงที่ตนเองรู้สึกเสียเปรียบ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองของประเทศเกาหลีถูกนำเสนอในทางลบอยู่บ่อยครั้ง
ในอดีตเคยมีการเผยแพร่และรายงานข่าวเกี่ยวกับการไม่อนุญาตให้เข้าประเทศเกิดจากการไม่สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับ “สีของวอลเปเปอร์ในห้องโรงแรม หรือจำนวนต้นไม้ภายในโรงแรม” ได้ แต่จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า ในการตรวจคนเข้าเมืองของชาวต่างชาติรายดังกล่าว ไม่ได้มีการถามคำถามในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด
การปกปิดหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงจนก่อให้เกิดข่าวปลอมในลักษณะนี้ อาจสร้างความวิตกกังวลโดยไม่จำเป็นแก่ชาวไทยที่ประสงค์จะเดินทางไปประเทศเกาหลี และอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อความสัมพันธ์อันดีที่สั่งสมมาอย่างยาวนานระหว่างไทยและเกาหลี สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงใคร่ขอความร่วมมือ โปรดใช้ความระมัดระวังในการรับรู้หรือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่มาที่ยังไม่ได้รับการยืนยันข้อเท็จจริง"


