xs
xsm
sm
md
lg

เลือกจำหรือเลือกทิ้ง? โฆษก ทร. ตั้งคำถามกัมพูชา แห่รับ 18 เชลยเยี่ยงวีรบุรุษ แต่เมินรับศพทหารกล้าคืนถิ่น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เมื่อ ‘ผู้ยอมแพ้’ กลายเป็นวีรบุรุษ แต่ ‘ผู้เสียสละ’ กลับถูกลืม... โฆษก ทร. โพสต์ตั้งคำถามถึงรัฐบาลกัมพูชา หลังจัดพิธีต้อนรับ 18 เชลยศึกอย่างยิ่งใหญ่ประหนึ่งทำภารกิจสำเร็จ สวนทางกับร่างทหารกล้าที่ยังคงตกค้างในสมรภูมิและฝ่ายไทยพร้อมส่งคืนตามหลักมนุษยธรรม แต่กลับไร้การตอบรับ ชี้สะท้อนภาพชัด ‘ใครถูกใช้ ใครถูกทิ้ง’ และความรับผิดชอบขั้นต่ำที่รัฐพึงมีต่อทหารของชาติ

จากกรณี รัฐบาลกัมพูชาโดยกษัตริย์และผู้นำระดับสูงได้จัดพิธีต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่และชื่นชมทหาร 18 นายที่กลับจากไทยว่าเป็น "วีรบุรุษของชาติ" โดยยกย่องความกล้าหาญ เสียสละ และมอบเงินรางวัล รวมถึงของขวัญราชวงศ์ เพื่อให้การสนับสนุนครอบครัวทหารเหล่านี้อย่างเต็มที่ เนื่องจากถือว่าพวกเขากลับมาปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จ

ล่าสุด วันนี้ (2 ม.ค.) พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้ รัฐบาลกัมพูชาจัดพิธีต้อนรับเชลยศึก 18 รายที่ยอมจำนนต่อทหารไทยอย่างยิ่งใหญ่ ราวกับต้องการยกย่องผู้ที่ยอมแพ้ให้กลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ทั้งนี้ โฆษกกองทัพเรือได้ระบุข้อความว่า

“เมื่อรัฐเลือกจำ…และเลือกทิ้ง พิธีต้อนรับเชลยศึก กับศพที่ไม่มีใครเหลียวแล
รัฐบาลกัมพูชาเลือกจัดพิธีต้อนรับเชลยศึกที่ยอมจำนนต่อทหารไทยอย่างยิ่งใหญ่ เชิญครอบครัวมาร่วมแสดงความยินดี มอบการดูแลและสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างพร้อมสรรพ ราวกับต้องการประกาศให้โลกรู้ว่า “ผู้ที่ยอมแพ้” คือผู้ที่รัฐให้คุณค่า

แต่ในเวลาเดียวกัน ทหารกัมพูชาที่ยังคงปักหลักสู้รบตามแนวชายแดนตั้งแต่วันแรก กลับไร้แม้แต่ถ้อยคำยืนยันจากผู้นำประเทศ ขณะที่ทหารกัมพูชาที่เสียชีวิตจำนวนมากยังคงเกลื่อนอยู่ในสมรภูมิ และอีกส่วนหนึ่งที่ฝ่ายไทยเก็บรักษาไว้ตามหลักมนุษยธรรม ก็ไม่เคยถูกร้องขอรับคืนเพื่อนำร่างกลับไปส่งมอบให้ครอบครัวอย่างสมเกียรติ ติดต่อไปก็เงียบ

ภาพเช่นนี้ทำให้อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า สำหรับรัฐกัมพูชาแล้ว “ทหารของชาติ” มีคุณค่าเมื่อใด - เมื่อยืนหยัดปกป้องแผ่นดิน หรือเมื่อยอมจำนนและกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง

ตามหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ การดูแลผู้เสียชีวิตในสนามรบไม่ใช่เรื่องของความสมัครใจ แต่เป็นหน้าที่ของรัฐ การรับร่างทหารกลับคืนไปส่งมอบให้ครอบครัวไม่ใช่การให้เกียรติเป็นพิเศษ หากคือ ความรับผิดขั้นต่ำของรัฐบาลต่อผู้ที่สละชีวิตในนามชาติ
ทว่า สิ่งที่ปรากฏกลับตรงกันข้าม รัฐเลือกยกย่องผู้ที่รอดชีวิตจากการยอมแพ้ แต่กลับนิ่งเฉยต่อผู้ที่ยืนหยัดจนวาระสุดท้าย

เมื่อเชลยศึก 18 คน ได้รับการดูแลอย่างดี ได้รับความสนใจ ได้รับการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ แต่ทหารที่เสียชีวิตและครอบครัวของพวกเขากลับไม่ได้แม้แต่คำอธิบาย คำถามจึงไม่ใช่ว่า “ใครคือวีรบุรุษ” หากแต่คือ “ใครถูกใช้ และใครถูกทิ้ง”

รัฐที่ไม่แม้แต่จะรับร่างทหารของตนกลับไป ย่อมยากจะอ้างศีลธรรมในการเรียกร้องความจงรักภักดีจากผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ในสนามรบ เพราะในท้ายที่สุด สิ่งที่ทหารทุกคนต้องการไม่ใช่พิธีการอันโอ่อ่า แต่คือความมั่นใจว่าหากพวกเขาล้มลง รัฐจะไม่หันหลังให้กับร่างและชื่อของพวกเขา


กำลังโหลดความคิดเห็น