โฆษก ทบ.ยันคดีคลิปเสียงนายกฯ ไม่ส่งผลดูแลชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำ ทบ.เป็นหน่วยปฏิบัติ ไม่เกี่ยวข้องงานบริหาร ไม่ว่ารัฐบาลเก่าหรือใหม่ ส่วนแต่งตั้งโยกย้ายนายพล ยึดตำแหน่ง มากกว่าตัวบุคคล จึงไม่กระทบการทำงาน ชี้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตอบยากจะยืดเยื้อถึงเมื่อใด เพราะมีความไม่แน่นอน
วันนี้(29 ส.ค.) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองที่ศาล รธน. ตัดสินคดีคลิปเสียงของนายกรัฐมนตรี จะส่งต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หรือไม่ ว่า ไม่น่าจะกระทบ เพราะในส่วนของกองทัพได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายบริหารจากรัฐบาลอยู่แล้ว การทำงานในกรอบฝ่ายทหารเป็นไปตามบทบาทหน้าที่อยู่แล้ว ซึ่งฝ่ายรัฐบาลคอยให้การสนับสนุนอยู่ตลอด ไม่มีผลกระทบอะไรเกี่ยวกับงานด้านการเมืองเลย
เมื่อถามว่าจะเป็นรัฐบาลชุดเดิมหรือรัฐบาลชุดใหม่ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของกองทัพใช่หรือไม่ พล.ต.วินธัย กล่าวว่า “ไม่ เพราะกองทัพบกอยู่ในกรอบของหน่วยปฏิบัติ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานบริหาร”
เมื่อถามถึงการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล มีเปลี่ยนตำแหน่งภายในกองทัพบก เช่น แม่ทัพภาคที่1-2 จะทำให้เกิดรอยต่อการปฏิบัติงานหรือไม่ พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ไม่น่าจะมีผลกระทบอะไร เพราะว่ากองทัพภาคที่ 1-2-3-4 ก็ต้องปฏิบัติตามนโยบายกองทัพบก มีผู้บัญชาการทหารบกเป็นผู้รับผิดชอบ และการทำงานภายในหน่วยทหาร เป็นการทำงานตามตำแหน่ง ใครได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลัง ก็มีกรอบบทบาทหน้าที่การทำงาน แบะในฐานะที่เป็น ผบ.กองกำลัง หากเป็นแม่ทัพภาค ตำแหน่งความรับผิดชอบก็อยู่กับตำแหน่งเช่นกัน เพราะฉะนั้นตัวบุคคลจะไม่มีผลต่อการทำงาน
เมื่อถามว่าได้ประเมินสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จะยืดเยื้อไปถึงเมื่อใด พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ตอนนี้ตอบยาก ยอมรับว่าสถานการณ์มีความไม่แน่นอน เพราะจากช่วงที่สถานการณ์ตึงเครียดมา จะเห็นหลายสิ่งเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด แต่ก็ไม่ได้น่ากังวล เพราะกองทัพบกถือว่ามีความพร้อม รวมถึงกองทัพภาคที่ 1-2 ก็มีความพร้อมที่จะเผชิญสถานการณ์ทุกรูปแบบอยู่แล้ว