โลกออนไลน์อินโดนีเซียแชร์สนั่น รถหุ้มเกราะตำรวจปราบจลาจลชนไรเดอร์เสียชีวิตกลางถนน ทางตอนกลางของกรุงจาการ์ตา ทำเอาชาวเน็ตโกรธแค้นเรียกร้องให้รัฐบาลปราโบโวและตำรวจรับผิดชอบ พบสัปดาห์ที่ผ่านมาเมืองหลวงแห่งนี้เจอการชุมนุมใหญ่ไปแล้ว 2 ครั้ง ทั้งม็อบนักศึกษา และม็อบแรงงาน
วันนี้ (29 ส.ค.) รายงานข่าวแจ้งว่า ชาวอินโดนีเซียมีการแชร์และส่งต่อวิดีโอคลิป ขณะที่รถหุ้มเกราะบาร์ราคูดาบริม็อบ (Barracuda Brimob) สำหรับปราบจลาจลของตำรวจอินโดนีเซียพุ่งเข้าชนไรเดอร์รายหนึ่งเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ กลางถนนเปนเจอร์นิฮัน 1 (Jalan Penjernihan 1) หน้าคริสตจักรจีเคพีเอ เปนเจอร์นิฮัน (GKPA Penjernihan) เขตตานาห์ อาบัง (Tanah Abang) ตอนกลางของกรุงจาการ์ตา ระหว่างการชุมนุมของกลุ่มผู้ใช้แรงงาน เมื่อค่ำวันที่ 28 ส.ค. กลายเป็นที่สะเทือนใจ พร้อมแสดงความคิดเห็นด้วยความโกรธแค้น เรียกร้องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย รวมถึงนายปราโบโว ซูบียันโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย และรัฐบาลแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
สำนักข่าวเบอริตาซาตู (Berita Satu) ของอินโดนีเซียรายงานว่า ผู้เสียชีวิตเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างจากแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือที่ชาวอินโดนีเซียเรียกว่าโอโจล (Ojol) (ขณะที่ไทยส่วนใหญ่เรียกว่าไรเดอร์) ถูกรถหุ้มเกราะชนเสียชีวิตกลางถนน หลังเกิดเหตุหน่วยงานต้นสังกัดได้ควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจในรถหุ้มเกราะคันดังกล่าว 7 นาย สังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาลจาการ์ตาไปสอบสวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
พล.ต.อ.อาเซป เอดี ซูเฮรี ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลจาการ์ตา เรียกร้องให้ประชาชนรักษาความสงบเรียบร้อยในกรุงจาการ์ตา ยืนยันว่าตำรวจไม่ใช่ศัตรู เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตำรวจ ผู้ชุมนุม และทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งครั้งนี้ยังคงเป็นพลเมืองอินโดนีเซีย จึงขอเรียกร้องให้ประชาชนอย่าแตกแยกหรือถูกยั่วยุโดยง่าย หวังว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต นักเรียนสามารถเคารพตำรวจเหมือนพ่อแม่ของพวกเขา อีกทั้งผู้ชุมนุมที่ออกมาประท้วงคือพี่น้อง ต้องดูแลซึ่งกันและกัน
ส่วนการสอบสวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนหน้านี้ ตำรวจได้พบกับนายซุลกิฟลี บิดาของนายมูฮัมหมัด โดยบิดาเรียกร้องให้เรียกร้องความยุติธรรมให้กับการเสียชีวิตของลูกชาย ซึ่ง พล.ต.อ.อาเซปย้ำว่าพร้อมที่จะดำเนินการตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และจะทำให้กระบวนการสอบสวนมีความโปร่งใสมากที่สุด
สำนักข่าวมีเดียอินโดนีเซีย (Media Indonesia) รายงานว่า พล.ต.อ.อับดุล คาริม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมเจ้าหน้าที่ในรถหุ้มเกราะทั้ง 7 คนแล้ว ย้ำว่าคดีนี้จะได้รับการสอบสวนอย่างโปร่งใสและมีส่วนร่วมจากบุคคลภายนอก ยืนยันว่าจะมีการลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างเข้มงวด
ด้านสำนักข่าวจาการ์ตาโกลบ (Jakarta Globe) ของอินโดนีเซีย รายงานว่า นายปราเซตโย ฮาดี รมว.ต่างประเทศอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต ได้อนุมัติการจัดตั้งคณะทำงานด้านการเลิกจ้าง และสภาสวัสดิการแรงงาน แต่ไม่ได้ยืนยันว่ารัฐบาลจะตอบสนองข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงานในการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 8.5-10.5% ในปีหน้า ตามที่พรรคแรงงานและสมาพันธ์สหภาพแรงงานอินโดนีเซีย (KSPI) เสนอหรือไม่
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า หลังเสร็จสิ้นการเฉลิมฉลองวันประกาศอิสรภาพของอินโดนีเซีย ครบรอบ 80 ปี เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลอินโดนีเซีย ภายใต้การนำของประธานาธิบดี ปราโบโว ซูบียันโต ต้องเผชิญกับการชุมนุมประท้วง โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (25 ส.ค.) ผู้ชุมนุมที่ประกอบด้วยประชาชนและนักศึกษาหลายพันคน รวมตัวกันเพื่อต่อต้านการขึ้นเงินเดือนและสวัสดิการของรัฐสภาที่สูงขึ้น ในขณะที่ประชาชนกำลังยากลำบากจากเศรษฐกิจตกต่ำ ตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำตาและปืนฉีดน้ำแรงดันสูงสลายการชุมนุม ผู้ชุมนุม 312 คนถูกควบคุมตัว ส่วนใหญ่เป็นเยาวชน ได้รับการปล่อยตัวในภายหลัง
กระทั่งวันพฤหัสบดี (28 ส.ค.) การชุมนุมใหญ่กลับมาอีกครั้งโดยกลุ่มผู้ใช้แรงงานรวมตัวกันที่กรุงจาการ์ตา เมืองบาตัม เมืองสุราบายา เมืองเมดาน และศูนย์กลางอุตสาหกรรมอื่นๆ ซึ่งจัดโดยพรรคแรงงาน (อินโดนีเซีย) และสหภาพแรงงานหลัก รวมถึงสมาพันธ์สหภาพแรงงานอินโดนีเซีย (KSPI) นำโดยนายซาอิด อิคบัล เพื่อเรียกร้องให้ยุติการจ้างงานนอกสถานที่และการเลิกจ้างคนงานจำนวนมาก และเพื่อปฏิรูปภาษีแรงงานและเพิ่มเกณฑ์รายได้ที่ไม่ต้องเสียภาษีให้สูงขึ้น โดยมีตำรวจนครบาลกรุงจาการ์ตาส่งกำลังพลกว่า 4,531 นาย รวมทั้งตำรวจปราบจลาจลและหน่วยทหารเพื่อรักษาความปลอดภัยบริเวณอาคารรัฐสภา
สำหรับความไม่พอใจต่อรัฐบาลอินโดนีเซียเกิดขึ้นตั้งแต่เดือน ก.ค. 2568 ที่มีนักศึกษาและนักเคลื่อนไหวในอินโดนีเซียได้นำธงโจรสลัดรูปหัวกะโหลก พื้นหลังสีดำ จากการ์ตูนอนิเมะเรื่องวันพีซ มาเป็นสัญลักษณ์ของการประท้วงนโยบายรัฐบาล โดยติดควบคู่กับธงชาติอินโดนีเซีย ก่อนการเฉลิมฉลองวันประกาศอิสรภาพของอินโดนีเซียครบรอบ 80 ปี ซึ่งเป็นการสื่อความหมายว่าพวกเขารักประเทศชาติแต่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลที่เชื่อว่ามีแนวโน้มที่จะรวมศูนย์อำนาจมากขึ้น