xs
xsm
sm
md
lg

ดำเนินคดีแบบกลุ่มปลาหมอคางดำ โจทก์-จำเลย หลักฐานต้องแน่น อย่าด่วนตัดสินใครผิด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรณีปลาหมอคางดำ (Blackchin Tilapia) ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เพิ่งมีคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา หลังเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของปลาหมอคางดำ รวมตัวยื่นฟ้องบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ นั้น

คำสั่งนี้เป็นเพียงการรับรองให้คดีสามารถดำเนินไปในรูปแบบของคดีแบบกลุ่มเท่านั้น แต่ยังไม่ได้เป็นการพิจารณาว่า ซีพีเอฟ มีความผิดตามข้อกล่าวหา ซึ่งการตัดสินความผิดจะพิจารณาตามหลักฐานที่ทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยนำมาแสดงในชั้นศาล เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย 

การอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มไม่ได้หมายความว่า ซีพีเอฟ มีความผิด ก็ต้องแยกแยะให้ถูกต้องและเข้าใจตรงกันว่าคดีนี้เพิ่งเริ่มตั้งไข่เท่านั้น ถือเป็นการเริ่มต้นของคดีที่หนทางยังอีกยาวไกลกว่าคดีนี้จะถึงที่สุด 

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง การดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class Action) คือการดำเนินคดีแพ่งที่มีผู้เสียหาย 2 คนขึ้นไป ที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำที่มีข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเดียวกัน โดยผู้เสียหายไม่ต้องเป็นโจทก์ฟ้องคดีเองทุกคน ภายใต้กฏหมายมาตรา 222/1

ในกรณีนี้จะต้องพิสูจน์กันในรายละเอียดอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเกษตรกรผู้เสียหาย (โจทก์) ซึ่งจากข้อมูลส่วนใหญ่เป็นผู้เลี้ยงกุ้งที่มาร่วมลงชื่อเรียกร้องต่อบริษัทฯ ในคดีนี้ แม้จะอยู่ในจังหวัดสมุทรสงครามด้วยกัน แต่ก็มาจากหลากหลายฟาร์มในพื้นที่ต่างกัน ซึ่งแต่ละพื้นที่มีเงื่อนไขสิ่งแวดล้อมและวิธีการเลี้ยงสัตว์น้ำต่างกัน จึงมีความเป็นไปได้ที่เกษตรกรหลายรายจะเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่นมาร่วมลงชื่อ หากโจทก์ไม่สามารถแสดงหลักฐานชัดเจนได้ว่า ได้รับความเสียหายจากแหล่งเดียวกันซึ่งเป็นผลกระทบจากปลาหมอคางดำ ก็ควรฟ้องแยกรายบุคคลในคดีนี้แทน

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายย่อมทราบดีว่า ในการพิจารณาตัดสินของศาลฯ ต้องมีการเรียกหลักฐานมาแสดง หนึ่งในหลักฐานสำคัญที่จนถึงวันนี้ยังไม่มีการยืนยันทางวิทยาศาสตร์ DNA ของปลาอย่างชัดเจน คือ แหล่งกำเนิดของปลาหมอคางดำที่สร้างความเสียหายตามข้อกล่าวอ้างนั้นเกิดจากปลาที่ ซีพีเอฟนำเข้ามาโดยตรง ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญที่สุดในการชี้ว่าปลาที่พบในฟาร์มผู้เสียหายมีต้นกำเนิดจาก CPF หรือไม่ อาจเป็นไปได้ที่ความเสียหายของแต่ละฟาร์มได้รับผลกระทบจากแหล่งอื่น

นอกจากนี้ ศาลอาจจะใช้รายงานของหน่วยงานราชการอย่างกรมประมง หรือสั่งให้กรมตรวจสอบหรือแสดงข้อมูลในประเด็นการลักลอบนำเข้าผิดกฎหมายและส่งออกปลาหมอสีคางดำโดย 11 บริษัท เป็นหนึ่งในหลักฐานและสั่งการให้มีการตรวจสอบแหล่งกำเนิดของปลาที่แท้จริง เพราะอาจเป็นต้นตอของการแพร่ระบาดในแหล่งน้ำได้ 

เกษตรกรที่ได้รับความเสียหายโดยเฉพาะบ่อเลี้ยงกุ้ง ก็จำเป็นต้องนำหลักฐานการเลี้ยงและความเสียหายมาแสดงยืนยันต่อศาลให้เกิดชัดเจนว่าเกิดจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำตามคำร้องจริง

เห็นได้ว่าทั้งโจทก์และจำเลย สามารถขอให้ศาลเรียกหลักฐานมาแสดงเพื่อยืนยันความถูกต้องของตัวเอง หากไม่สามารถนำหลักฐานมาซักค้านให้กับศาลได้ประจักษ์แล้ว ทั้งสองฝ่ายต่างมีโอกาสได้รับความเสียหายเท่าๆกัน โจทย์อาจไม่ได้รับเงินชดเชยตามที่คาดหวังเพราะการยกฟ้องคดีนี้และจำเลยฟ้องกลับ หรือ ได้รับเงินชดเชยตามความคำตัดสินของศาล ดังนั้น หลักฐานของแต่ละฝ่ายต้องชัดเจน และพร้อมในทุกประเด็นเพื่อยืนยันความถูกต้องของตนเอง ซึ่งคดีนี้ต้องพิจารณากันต่อไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ขอเพียงรอให้ศาลเป็นผู้พิจารณาและตัดสินคนสุดท้าย สังคมอย่าด่วนตัดสินใจเพียงเพราะได้ข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น