xs
xsm
sm
md
lg

เหล่าคนดังร่วมสืบสานผ้าไทย ในงานราตรีอัญมณีแห่งผ้าไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์ ดุลยจินดา ประธานชมรมเพลินไทยสมัยนิยม ประเดิมงานพุทธศักราชใหม่ด้วยการจัดการกุศลผ้าไทยประจำปี 2568 ด้วยงาน “ราตรีอัญมณีแห่งผ้าไทย” (The Jewel of Thai Fabric Night) โดยในครั้งนี้ได้จับมือกับคุณสุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิวตี้ เจมส์ แฟคตอรี่ จำกัด ในการเป็นประธานร่วม เพื่อจัดกิจกรรม เพลินพัสตราภูษาแห่งสยาม เป็นครั้งที่ 5 ในชื่องาน “ราตรีอัญมณีแห่งผ้าไทย” ซึ่งจะเป็นการแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไทยที่ตัดเย็บด้วยผ้าจากมูลนิธิศิลปาชีพผ้าไหมพื้นบ้านทั้ง 4 ภูมิภาค และผ้าลวดลายเอกลักษณ์ของ 9 จังหวัด

ในครั้งนี้วัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อร่วมสืบสานพระราชปณิธานด้านการส่งเสริมผ้าไทย ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกๆ พระองค์ โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบันมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์ ทรงพัฒนา และทรงนำพาผ้าไทยสู่เวทีโลก ด้วยทรงปรารถนาจะให้อาชีพทอผ้าไทยพื้นบ้าน เป็นอาชีพเสริมอันมั่นคงแก่เกษตรกรไทยเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในฐานะพสกนิกรของพระองค์จึงควรมีส่วนร่วมในการสืบสานพระราชปณิธานนี้เช่นกัน และเพื่อเป็นกิจกรรมการกุศลประจำปี 2568 ของชมรม ในการนำเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจำนวน 300,000.00 บาท (สามแสนบาทถ้วน) มอบแก่มูลนิธิไทยรัฐ องค์กรการกุศลด้านการศึกษาของเยาวชนชนไทย

ประธานการจัดงานราตรีอัญมณีแห่งผ้าไทยได้มอบโจทย์ให้เหล่าดีไซเนอร์ทั้ง 8 ห้องเสื้อชั้นนำ คือ Finale Wedding Studio TIWAKORN Supa East Glamour Mick Boutique อาภรณ์พิศวาส SUNYALUCK ผ้าลายเอกลักษณ์จากเวที MTT และ SAEKI ในการจะนำผ้าไทยทั้ง 4 ภูมิภาคที่ความประณีตล้ำค่า หลากสีสันงดงามประดุจอัญมณีมาออกแบบเสื้อบุรุษ-สตรีในแนวความคิด “คืออาภรณ์งามสม ตัวเอกวรรณกรรม และวรรณคดีไทย ใน พ.ศ. 2568” อันหมายถึงหากวรรณกรรมหรือวรรณคดีเรื่องนั้นๆ ได้ถูกนำมาสร้างความบันเทิงใหม่ในปีนี้ เครื่องแต่งกายตามท้องเรื่องต้องตัดเย็บด้วยผ้าไทยเป็นหลัก ว่าควรเป็นเช่นใด และจะออกแบบอย่างใดให้เลอค่าเปล่งประกายเคียงคู่อัญมณีไทยจากบิวตี้ เจมส์ โดยเมื่อลงจากแคตวอล์กแล้วต้องสามารถนำมาใช้งานได้ในชีวิตจริง มีความคุ้มค่าเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจ

โดยห้องเสื้อทั้ง 8 จะต้องเป็นผู้ตีความหมายผ่านการออกแบบ กระบวนการผลิต ตลอดจนถึงวิธีการนำเสนอบนแคตวอล์กอย่างไรให้ดึงดูดสายตา

นำโดยพี่ใหญ่แห่งวงการแฟชั่นยุคนี้ คุณสุดจิตร สุดจิตต์ เจ้าของ Finale Wedding Studio ที่ได้ตีความออกมาเป็น “ขอครองคู่พิศวาสทุกชาติไป” ได้ขนทัพเหล่าเซเลบริตี ดารา นางงาม นางแบบ มาร่วมในโชว์นี้มากมาย 17 ราย นำโดย แพนเค้ก เขมนิจ ร่วมด้วยเซเลบริตี พญ.รุ่งไพลิน รัตนชีวร ภุมรินรัตน์ นราธิปสกุลศิริ ดร.ภูวษา วราสิทธิกร

สัญญะลักษณ์ มีสวัสดิ์ ห้องเสื้อ Sunyaluck เชียงใหม่ ด้วยเป็นครูผู้ฝึกสอนงานศิลปะการตัดเย็บให้แก่นักศึกษาชาวเขาจังหวัดลำพูนได้ตีความถ่ายทอดแนวคิดตนจากเรื่องราวรักสามเส้าของลิลิตพระลอ นำโดยบุตรชายประธานจัดงาน นายกษิดิศ ดุลยจินดา รับบทพระลอ ร่วมด้วย ปานปิง ณ เชียงใหม่ ศุภัคญาฎาร์ กัลยาณมิตร รัชตต เศรษฐ์วรเดช ซึ่งเวทีนี้ได้มีเยาวชนน้อยๆ มาร่วมแสดงความสามารถหลายคน มีอายุต่ำสุด เพียง 4 ขวบ คือ ด.ช.ธนากัล กัลยาณมิตร ร่วมด้วย ด.ญ.หยาดทิพย์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ด.ญ.นันท์ภัสร์ เศรษฐ์วรเดช 
 
ทิวากร ไพเราะ แห่ง TIWAKORN ห้องเสื้อที่รุ่มรวยการครีเอทีฟงานผ้าลูกไม้ ร่วมตีโจทย์จากบทพระราชนิพนธ์ในล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖ ถึงนางในตำนานดอกกุหลาบเรื่องมัทนะพาธา อย่างอ่อนหวาน แสดงแบบโดยครูบาอาจารย์ เหล่าข้าราชการสาวสวย และหนุ่มหล่อจากหลายหน่วยงาน เช่น ดร.รัสมี กลีบบัว หิรัญรัศมิ์ มหาดิษย์ธดากุล อิสรีย์ ธนะกุลเสถียร สุโสฬสษา จ้าวจันทร์สกุล ฯลฯ ร่วมด้วยมิสเอิร์ธไทยแลนด์ และรองมิสเอิร์ธไทยแลนด์ รัชฎาวัลย์ ฟาวเลอร์ นันทิชา การ์เซีย ที่มาร่วมสนับสนุนการกุศลครั้งนี้

Supa East Glamour โดย สุภาพร เอ็ลเดรจ ครีเอทีฟผู้ยังมีไฟ อดีตผู้ประกาศข่าว TNN ที่หันมาจับงานด้านแฟชั่น ด้วยมีความชอบอย่างฝังใจกับเครื่องแต่งกายแนวพีเรียดของตัวละครเอกจากวรรณกรรมที่มีเรื่องราวช่วงยุคก่อนและหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมหลายๆ เรื่อง นำมาร้อยเรียงให้เกิดเป็นแฟชั่นโชว์ในชุด “ความสง่างามเหนือกาลเวลา” งานนี้หลานยายฝาแฝด “มีญ่า-มีก้า” อนุญาตให้คุณยายอรศรี ฮอนโนลด์ ไปเดินแฟชั่นการกุศล เช่นเดียวกับครอบครัวท่านลอร์ด มร.เชน เฮฟเฟอร์แนน ฝรั่งหัวใจไทย พาภริยา คุณซันนี่ และลูกน้อยกลอยใจ ด.ญ.เอมิลี่ มาร่วมโชว์ความงามของผ้าไทยด้วย พร้อมสาวสวย อัญญ์ชิสา วีรภัทรศิริกุล ชารินรดา โสภณชนากุล ฐิตาภา บุญพ่วน ปราณปริยา อมรชัยยาพิทักษ์ และ ดร.ศุภนิจ กุลศิริ ฯลฯ

Mick Boutique โดย พงษ์ศักดิ์ ทรัพย์มาก และอาภรณ์พิศวาส สุภาภรณ์ เอ็ดเธอร์ ที่ต่างมีหัวใจตรงกันในการนำเครื่องแต่งกายที่อิงจากวรรณคดีไทยหลากหลายเรื่องมาร้อยเรียงขึ้นใหม่บนแคตวอล์กครั้งนี้ โดยได้รับเกียรติจากเซเลบริตีแถวหน้า เช่น รัตน์สุดา น่าบูรณะ อัมรา พงษ์พานิช อรพินทร์ พญาพิทักษ์สกุล โชคชัย มณีอนันตเศรษฐ ภัทราพิชญ์ จุลพันธ์ ธนันท์วรุตม์ ลิ้มทรงพรต ภาณุวัฒน์ จุลพันธ์ จบท้ายฟินาเลจากดาราสาวสวยอย่าง คุณอุษามณี ไวทยานนท์ มาแปลงร่างเป็นนางละเวงวัณฬา

ส่วน สุภาภรณ์ อาภรณ์พิศวาส ผู้ชำนาญการออกแบบตัดเย็บผ้าลายอย่างอยุธยา เจ้าของจะลงทุนขึ้นโชว์ด้วยตัวเอง ในชุดนางยักษ์ใจดี “เมรีขี้เมา” จากเรื่องสังข์ทอง ซึ่งเมื่อถอดเครื่องทรงประกอบแล้วก็คือชุดราตรีที่สามารถนำมาใช้งานได้จริง และยังพาลูกทีมสาวสวยมาร่วมโชว์ด้วย เช่น นิติรัตน์ เปลี่ยนขำ กัญญาวีร์ ใจบุญ สุนันท์ สะอาด ดร.อนัญญา อินพุ่ม ชลาธาร เชี่ยวชาญ อารีรัตน์ ประเมิน และ ภมร ยอดเพชรผ่องศรี

สลับด้วยโชว์จากเวที MTT โดย สพ.ญ.อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ ผู้ชื่นชอบในแฟชั่นและความงาม และยังเป็นผู้อำนวยการจัดประกวดเวที MTT จะขนทัพ MISS และ Mrs.Tourism Thailand ทั้ง 3 ปีมาโชว์แบบเสื้อที่เป็นผ้าไทยลายเอกลักษณ์ของ 9 จังหวัดอย่างงดงามอลังการ (รายชื่อผู้แสดงแบบ และรายชื่อผ้าเอกลักษณ์ ทั้ง 9 จังหวัดอยู่ในเอกสารแนบ)

สุดท้าย ห้องเสื้อซาเอกิ (SAEKI STUDIO) น้องนุชสุดท้อง “นุ่น” สุภชา ซาเอกิ ดูชื่อ-สกุล เจ้าของสถาบัน ก็ต้องทราบว่าเป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นแน่ๆ เรียนจบด้านการผลิตแฟชั่นทั้งโตเกียวและนิวยอร์ก และยังทำงานต่อเป็นดีไซเนอร์ให้กับแบรนด์ชั้นนำหลายห้องเสื้อในนครนิวยอร์ก แต่กลับมาแผ่นดินแม่คราวนี้ถูก ม.ล.ดาว ประธานจัดงานยึดตัวให้มาตีโจทย์วรรณกรรมไทยที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรมการแต่งกายของไทย-ญี่ปุ่น น้องนุ่นก็โชว์ความสามารถ และประสบการณ์อย่างเต็มที่ ด้วยการนำผ้าไหมมัดหมี่ของศิลปาชีพ และไหมพื้นบ้านที่ย้อมด้วยสีธรรมชาติจากนาโพธิ์ บุรีรัมย์ มาผสมผสานกับผ้าไหมจิม ทอมป์สัน ที่ทอลวดลายบ่งบอกความเป็นอาทิตย์อุทัย ร่วมด้วย MISS THAILAND พิมพ์นารา บุนนาค และหนุ่มหล่อที่มีความสูงถึง 190 ซม. ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น แอกวัณ นิโคลาส์ น.ส.อิงฟ้า เพชรแก้ว ผู้มีดีกรีเป็นธิดามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมด้วย อภิสรา ธาดาดลทิพย์ ไอรษา ตัณฑวรรณ
แฟชั่นทั้งหมดจะถูกเพิ่มความงดงาม และมูลค่าเคียงคู่ด้วยอัญมณีแบรนด์ไทยจาก เดอะหนึ่ง สุริยน ศรีอรทัยกุล แห่งบิวตี้ เจมส์ ผู้ปรารถนาจะให้อัญมณีไทยเป็น Soft Power เคียงคู่ผ้าไทยของเราอีกอย่างหนึ่งด้วย
ทั้งหมดนี้ได้ถูกนำเสนอต่อสายตาเหล่าเซเลบริตีใจบุญที่แต่งกายด้วยผ้าไทย มาร่วมชมความงดงามของแฟชั่นโชว์การกุศล “ราตรีอัญมณีแห่งผ้าไทย” ของชมรมเพลินไทยสมัยนิยม ณ ลานเอาต์ดอร์ ที่มีวิวพาโนรามา โซนลุมพินี ชั้น 3 ของโรงแรมดุสิตธานี เมื่อค่ำคืนวันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ ศกนี้

รายได้จากการจัดงานหลังหักค่าใช้จ่าย ชมรมเพลินไทยสมัยนิยม และคณะกรรมการจัดงานได้มอบให้ มูลนิธิไทยรัฐ องค์กรการกุศลด้านการศึกษา จำนวน 300,000.00 บาท (สามแสนบาทถ้วน) อีกด้วย