xs
xsm
sm
md
lg

ในหลวง ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูร้อนเป็นเครื่องทรงฤดูฝน ถวายพระแก้วมรกต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูร้อนเป็นเครื่องทรงฤดูฝน ถวายพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง 

วันนี้ 21 ก.ค.67 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูร้อนเป็นเครื่องทรงฤดูฝน ถวายพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง และเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอภิลักขิตสมัยคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย บรรจบครบ 200ปี พุทธศักราช 2567 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง เสด็จเข้าพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปด้านหลังฐานชุกชี เสด็จขึ้นเกยไปยังบุษบกที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงถวายพวงมาลัยสักการะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงกราบ ทรงถอดมงกุฎจากพระเศียรพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ชาวพนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์ แตร ดุริยางค์ ทรงหยิบพระมหาสังข์ประจำพระองค์พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงสรงพระสุคนธ์ที่พระอังสาซ้ายขวาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงรับพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏจากเจ้าพนักงานภูษามาลา ทรงสรงพระสุคนธ์ที่พระอังสาซ้ายขวาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงรับผ้าขาวจากเจ้าพนักงานภูษามาลาซับตามองค์พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร จากนั้น ทรงสวมมงกุฎประจำฤดูฝนถวายที่พระเศียรพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงคม แล้วเสด็จลงจากเกยไปประทับพระราชอาสน์ที่จัดไว้ข้างฐานชุกชี ทรงหยิบผ้าขาวที่ซับองค์พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรชุบพระสุคนธ์ในโถแก้ว แล้วทรงบีบลงในโถแก้วและหม้อน้ำ

ต่อจากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปที่ฐานชุกชี ทรงวางกระทงดอกไม้บนพานหน้าฐานชุกชี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง และทรงจุดเทียนห่วงบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงคม เสร็จแล้ว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ และพระพุทธเลิศหล้านภาไลย ทรงคม จากนั้น ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ

ต่อจากนั้น สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศที่หน้าธรรมาสน์ศิลา ทรงกราบ เสร็จแล้ว ทรงรับพระมหาสังข์เพชรน้อย แล้วสรงที่พระเศียร จากนั้น พระราชทานน้ำสังข์นครแก่พระราชวงศ์ที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วทรงพระสุหร่ายน้ำพระพุทธมนต์ที่สรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรแก่ข้าราชการที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทภายในพระอุโบสถ ต่อจากนั้น พราหมณ์เบิกแว่นเวียนเทียนครบ 3 รอบ และเจิมที่ฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จออกจากพระอุโบสถ ทรงพระสุหร่ายน้ำพระพุทธมนต์ที่สรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรแก่ประชาชนที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท จากนั้น ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ ๒ และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารคู่
พระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งประดิษฐานในพระที่นั่งบุษบกมาลา ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งประดิษฐานที่พระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร

ต่อจากนั้น สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารอง และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประเคนพัดรองที่ระลึกพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอภิลักขิตสมัยคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย บรรจบครบ 200 ปี แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และสมเด็จพระราชาคณะ ทรงยืนประเคนพัดรองที่ระลึกพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอภิลักขิตสมัยคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย บรรจบครบ 200 ปี แด่พระราชาคณะเจ้าคณะรอง และพระราชาคณะ จนครบ 58 รูป จากนั้น พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ จบ ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปปักที่จงกลธรรมาสน์ ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม เสร็จแล้ว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร สำหรับพระบรมอัฐิทรงธรรม ทรงศีล พระพรหมวัชรเมธี เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา เรื่อง อัปปมาทกถา จบแล้ว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ที่สวดพระพุทธมนต์และถวายพระธรรมเทศนา สดับปกรณ์พระบรมอัฐิ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา 

ต่อจากนั้น ทรงทอดผ้าไตรจนครบ 58 รูป พระสงฆ์สดับปกรณ์ เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ ๒ และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารคู่พระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา ทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2310 ทรงพระปรีชาสามารถในพระราชกรณียกิจหลายด้าน ทรงปราบปรามข้าศึกต่อเนื่องจากรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงแก้ไขปัญหาบ้านเมืองให้เรียบร้อย อีกทั้งมีพระราชดำริเสริมสร้างความมั่นคงของพระนครด้วยการสร้างป้อมปราการและตั้งเมืองหน้าด่าน ทรงบูรณปฏิสังขรณ์พระอารามน้อยใหญ่ทั้งในและนอกพระนครให้มั่นคงถาวร ส่วนการต่างประเทศ ทรงสมานไมตรีกับนานาประเทศเพื่อความวัฒนาของราชอาณาจักรสยาม นอกจากนี้ ยังทรงพระปรีชาสามารถด้านศิลปวัฒนธรรม งานวรรณกรรม งานประณีตศิลป์ และการฟื้นฟูพระราชพิธีทางพระพุทธศาสนา นับได้ว่าในรัชสมัยของพระองค์เป็นยุคทองของต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ด้วยทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอเนกประการต่อพสกนิกรและประเทศชาติจวบจนปัจจุบัน และเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2367 ครบ 200 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอภิลักขิตสมัยคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย บรรจบครบ 200 ปี