xs
xsm
sm
md
lg

#MGRTOP7 : อื้อฉาวราชทัณฑ์ เสี่ยแป้งหนี! | จับลูกเขยชาดารีดเงินผู้รับเหมา | จ่อลดสเปกเงินดิจิทัล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รวบตึงทุกเรื่องราว คัดข่าวเด็ด เบ็ดเสร็จในที่เดียว ... MGR Online ขอนำเสนอ “Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน” สรุปข่าวเด่น ประเด็นฮอตที่พลาดไม่ได้ เป็นประจำทาง mgronline.com

(สรุปข่าวประจำวันที่ 23 - 27 ต.ค. 2566)


อันดับ 1 : อื้อฉาวราชทัณฑ์ เสี่ยแป้งหนี นักโทษสารพัดอุกฉกรรจ์ กรมคุกเด้ง ผบ.-ผู้คุม ชาวพัทลุงผวาไม่ปลอดภัย

เรื่องอื้อฉาวสะเทือนกรมราชทัณฑ์ ซ้ำเรื่องนักโทษเทวดาชั้น 14 เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.วันที่ 22 ต.ค. นายเชาวลิต ทองด้วง อายุ 37 ปี ฉายา “แป้ง นาโหนด” ชาวจังหวัดพัทลุง นักโทษคดีฆ่าผู้อื่นหลายคดี หลบหนีการควบคุมของเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ขณะรักษาอาการป่วยที่ตึกอายุรกรรม โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ตรวจสอบภาพวงจรปิดพบรถกระบะมิตซูบิชิไทรทัน 4 ประตู สีขาว ขับเข้ามาจอดข้างตึกอายุรกรรม ก่อนจะขับออกไปในช่วงเวลาเดียวกับที่นักโทษหลบหนี ไปตามถนนสายเอเชีย 41 และพบว่ามีรถยนต์ที่พานายเชาวลิตหลบหนี 3 คัน คาดว่าวางแผนล่วงหน้ามานาน

ต่อมาตำรวจจับกุม น.ส.วิลาวัลย์ หมื่นรักษ์ อายุ 32 ปี ที่รับจ้างเฝ้าดูแลคนไข้ สารภาพว่าญาตินายเชาวลิตว่าจ้างให้มาเฝ้าคนไข้ ซื้อมือถือ 2 เครื่อง เตรียมการหลบหนี มีการประสานกับผู้เกี่ยวข้องอีก 3 คน แบ่งงานกันทำกระทั่งปลดโซ่ตรวนสำเร็จ

ด้านกรมราชทัณฑ์สั่งย้ายนายณรงค์ หนูคง ผบ.เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช และ ผอ.ส่วนควบคุม เรือนจำกลางนครศรีธรรมราชไปส่วนกลาง ส่วนผู้คุมราชทัณฑ์ 2 ราย ที่เฝ้าไข้คืนเกิดเหตุไปเรือนจำอำเภอเบตง จ.ยะลา ต่อมาวันที่ 26 ต.ค. ตำรวจพบรถกระบะจอดอยู่ในพื้นที่ อ.มะนัง จ.สตูล คดีนี้ตำรวจออกหมายจับ 5 ราย คือ คนที่ติดต่อว่าจ้าง คนเฝ้าไข้ คนจัดหาอุปกรณ์ และคนขับรถพาหลบหนี รวมทั้งเสี่ยแป้งข้อหาหลบหนีระหว่างถูกคุมขัง ส่วนชาวบ้านในจังหวัดพัทลุงต่างหวาดกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย เพราะนายเชาวลิตมีนิสัยโหดร้าย ชั้นเชิงแพรวพราวและยิงปืนแม่น แถมยังใกล้ชิดกับตำรวจบางรายอีกด้วย


อันดับ 2 : จับลูกเขยชาดารีดผู้รับเหมา เรียกเงินแลกสร้างต่อประปาหมู่บ้าน มท.2 ไม่ปกป้องแต่อดีตเมียพร้อมปะทะ

การจับกุมลูกเขยรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 ต.ค. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. สั่งการเจ้าหน้าที่และชุดหนุมานกองปราบฯ ตรวจค้น 8 จุดในจังหวัดอุทัยธานี จับกุมขบวนการเรียกรับสินบนจากผู้รับเหมาก่อสร้างระบบประปา ต.ตลุกดู่ อ.ทัพทัน และ ต.หาดทนง อ.เมืองฯ จ.อุทัยธานี หลังผู้รับเหมาร้องเรียนว่าถูกข่มขู่ให้ถอนตัว แม้ชนะประมูลผ่านอิเล็กทรอนิกส์แต่ก่อสร้างไม่ได้ เพราะผู้มีอิทธิพลสั่งร้านวัสดุก่อสร้างและปูนซีเมนต์แบนทุกแห่งในอุทัยธานี ถูกนายวีระชาติ รัศมี นายกเทศมนตรีตำบลตลุกดู่ เรียกเงิน 1 ล้านบาท ก่อนต่อรองเหลือ 6 แสนบาท จับกุมได้ช่วงส่งมอบเงินที่ธนาคาร ธ.ก.ส. สาขาอุทัยธานี

สำหรับนายวีระชาติ รัศมี นายกเทศมนตรีตำบลตลุกดู่ เป็นสามีของ น.ส.อัลฑริกา ไทยเศรษฐ์ บุตรสาวคนที่ 4 ของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และเป็นแกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่มีฐานเสียงในจังหวัดอุทัยธานี

นายชาดา กล่าวว่า เคยกล่าวว่าต้องเก็บกวาดบ้านตัวเองก่อน เรื่องนี้นายวีระชาติขอโทษแล้ว ตนบอกว่าไม่เป็นไร แต่ให้ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อให้จังหวัดจัดการเลือกตั้ง เพราะการพักปฎิบัติหน้าที่ ถือเป็นการเอาเปรียบประชาชน มองว่าจับคนใกล้ชิดก็ว่า ไม่จับก็ด่าจะให้ทำอย่างไร ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. เปิดเผยว่า นายชาดาบอกว่าให้ทำทุกอย่างตามกฎหมาย รับปากว่าจะไม่ให้นายวีรชาติกับพวกเข้าไปยุ่งกับพยานหลักฐาน ส่วนนางเตือนจิตรา แสงไกร อดีตภรรยาของนายชาดา ออกมาปกป้องลูกเขย อ้างว่าเตรียมการอย่างดี ตั้งใจมาโค่นนายวีระชาติ ความจริงจะปรากฏพร้อมปะทะทุกองศา


อันดับ 3 : จ่อลดสเปกเงินดิจิทัล เงินเดือน 50,000 หมดสิทธิ์ จากเดิมแจกถ้วนหน้า ปปช.ตั้งมือปราบจำนำข้าวจับตา

ยังหาข้อสรุปไม่ได้สำหรับนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท ของรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน จากพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 25 ต.ค. คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงินดิจิทัลฯ ที่มีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เป็นประธาน เสนอให้ตัดคนรวยออกเพื่อให้ใช้งบประมาณลดลง จากเดิมแจกประชาชน 54-56 ล้านคน วงเงิน 5.4-5.6 แสนล้านบาท เปลี่ยนเป็นไม่จ่ายให้กลุ่มคนรวย เงินเดือน 50,000 บาท หรือมีเงินในบัญชีธนาคาร 500,000 บาทขึ้นไป พร้อมกำหนดเกณฑ์รายได้ 3 รูปแบบ ให้คณะกรรมการชุดใหญ่ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิจารณาเห็นชอบ เรียกเสียงวิจารณ์ว่าไม่ทำตามหาเสียงที่ระบุว่าจะแจกถ้วนหน้า

วันต่อมา นายเศรษฐา กล่าวว่า รับทราบกรณีที่อนุกรรมการฯ กำหนดเกณฑ์รายได้แล้ว แต่ไม่อยากพูดให้เกิดเป็นประเด็นแตกย่อยเล็กๆ ขอให้คอยนิดนึงเดี๋ยวประชาชนสับสน ด้านคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาและดำเนินการรับฟังความเห็นเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลผ่านดิจิทัลวอลเล็ต โดยให้ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. ฉายามือปราบจำนำข้าวเป็นประธาน ส่วน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ชี้ว่ารัฐบาลน่าจะมีปัญหาเรื่องงบประมาณ ตอกย้ำว่าโครงการมาถึงทางตัน เพราะติดขัดเรื่องแหล่งที่มาของเงิน


อันดับ 4 : ปล่อยตัวเบนซ์ เรซซิ่ง พ้นคดียาเสพติด รับโทษครบร่วมกันฟอกเงิน โชว์ภาพพร้อมหน้าแพท-ลูกชาย

เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ศาลฎีกาพิพากษาแก้คดีนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง อายุ 36 ปี อดีตสามีแพท-ณปภา ตันตระกูล นักแสดงและพิธีกร โดยให้ยกฟ้องความผิดฐานร่วมกันสนับสนุน หรือช่วยเหลือหรือสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 36 ปี 8 เดือน เนื่องจากพยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อสงสัยตามสมควร จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัย แต่ให้ลงโทษฐานร่วมกันฟอกเงิน ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 3 ปี 4 เดือน ทำให้เบนซ์ เรซซิ่ง ได้รับการปล่อยตัวที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ก่อนปรากฎภาพพร้อมแพท ณปภาและลูกชายบนโซเชียลฯ

คดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2559 ตำรวจจับกุมนายณัฐพล นาคคำ หรือบอย พร้อมของกลางยาบ้า 140,000 เม็ด และยาไอซ์ 19 กก. เมื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่านายณัฐพลโอนเงินเข้าบัญชีเบนซ์ เรซซิ่ง, นายสรรเสริญ รสานนท์ อายุ 41 ปี ชาว จ.นนทบุรี และ น.ส.อังสุพร อินา อายุ 35 ปี ชาว จ.น่าน ภรรยานายสรรเสริญ รวม 53 ครั้ง เป็นเงิน 11 ล้านบาท คดีนี้ต่อสู้ผ่านไปแล้วในชั้นต้นและอุทธรณ์ โดยคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ นายณัฐพลและนายสรรเสริญ จำคุกคนละ 22 ปี 6 เดือน ปรับคนละ 400,000 บาท ไม่ยื่นฎีกา ส่วนเบนซ์ เรซซิ่ง ขอยื่นฎีกาเพียงคนเดียว และได้ยกฟ้องจนเหลือข้อหาร่วมกันฟอกเงิน


อันดับ 5 : ดรามาโวยถูกรถไฟฯ เรียกเก็บค่าธรรมเนียม 100 ซื้อตั๋วที่สถานีไม่ทัน รฟท.แจงขออภัยสื่อสารผิดพลาด

กลายเป็นที่วิจารณ์สนั่นโซเชียลฯ เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กร้องเรียนไปยังเพจ "อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น part 6" สาระสำคัญระบุว่า เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ไปขึ้นรถไฟขบวนรถท้องถิ่นที่ 430 ชุมทางบัวใหญ่-นครราชสีมา ที่สถานีโนนสูง ขณะรอซื้อตั๋วที่สถานีพบว่าคิวยาวมาก เมื่อรถไฟกำลังจะเข้าสถานี พนักงานขายตั๋วปิดช่องขายตั๋ว แล้วให้ทุกคนที่ต่อแถวอยู่ไปซื้อตั๋วบนรถไฟ กลับเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 100 บาท ซึ่งทุกคนที่ซื้อตั๋วไม่ทันโดนเก็บเงินทุกคน ซึ่งมีเด็กนักเรียนก็โดนเก็บเงินเช่นเดียวกัน ถามว่าเหตุการณ์นี้ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะเหมือนโดนผลักภาระให้ผู้โดยสารที่ไม่ได้ทำอะไรผิดต้องมาเสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม

การรถไฟแห่งประเทศไทย ชี้แจงว่า ในวันดังกล่าวมีผู้โดยสารมารอซื้อตั๋วจำนวนมาก โดยเฉพาะนักเรียนที่ซื้อตั๋วโดยสารรายเดือน เนื่องจากเปิดภาคเรียนวันแรก ต้องใช้เวลาจำหน่ายตั๋วนานกว่าตั๋วโดยสารปกติ ประกอบกับช่วงนั้นขบวนรถโดยสารกำลังมาถึงสถานีพอดี จึงแจ้งให้ไปซื้อตั๋วบนขบวนรถแทนเพราะเกรงว่าจะขึ้นขบวนรถไม่ทัน แต่เจ้าหน้าที่สถานีโนนสูงกลับไม่ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่บนขบวนรถทราบ จึงเรียกเก็บค่าธรรมเนียมกรณีผู้โดยสารไม่มีตั๋วเฉพาะผู้ใหญ่ 3 คน ภายหลังฝ่ายปฏิบัติการเดินรถติดต่อผู้โดยสารทั้ง 3 คนเพื่อคืนเงินค่าปรับพร้อมขออภัยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และตักเตือนเจ้าหน้าที่ไปแล้ว


อันดับ 6 : หนุ่มพิเรนทร์เผาเป้ากางเกง อ้างเล่นดนตรีเดือดไฟลุก ชาวเน็ตสะเทือนใจตำรวจ-ปกครองเรียกมาเตือน

นักร้องกลางคืนโชว์พิเรนทร์ เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Krit Viroonhaman” นักร้องนำวงดนตรีในจังหวัดเชียงใหม่ เผยแพร่คลิปขณะที่ตนเองใช้น้ำมันราดลงบนเป้ากางเกง ขณะเล่นคอนเสิร์ตในสถานบันเทิงกลางเมืองเชียงใหม่ จากนั้นได้จุดไฟจนลุกไหม้ขึ้นที่บริเวณเป้ากางเกง พร้อมร้องเพลงและเต้น ก่อนที่จะใช้มือเปล่าดับไฟ ขณะที่สมาชิกในวงไม่มีท่าทีตื่นตกใจใดๆ โดยในคลิประบุหัวข้อว่า “วงที่เล่นกันเดือดจนไฟ...(อวัยวะเพศชาย) ลุก” กลายเป็นที่วิจารณ์จากชาวเน็ตว่าอันตราย อาจเกิดโศกนาฎกรรมเหมือนไฟไหม้ซานติก้าผับปี 2552 และผับเมาน์เทนบี ปี 2565 ที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ภายหลัง นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายสิทธิศักดิ์ อภิกุลชัยสิทธิ์ นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ และ พ.ต.อ.กิตติพงษ์ เพ็ชรมุณี ผกก.สภ.ช้างเผือก เชิญตัวนายกฤต วิรุฬหมาลย์ หรือ ฟาร์ม อายุ 29 ปี นักร้องคนดังกล่าวไปที่โรงพัก โดยตักเตือนว่าพฤติกรรมดังกล่าวเสี่ยงต่ออุบัติภัยและถูกดำเนินคดี พร้อมขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามกฎหมายและความปลอดภัยของส่วนรวม ด้านเจ้าตัวกล่าวว่า หลังจากที่ตกเป็นข่าวก็รู้สึกไม่สบายใจ และเพิ่งรู้ว่าเข้าข่ายทำผิดกฎหมาย ขออภัยที่ทำให้ไม่สบายใจในเรื่องนี้ และจะงดการแสดงเผาไฟ เพราะมีหลายคนสะเทือนใจจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้


อันดับ 7 : "อาศิส พิทักษ์คุมพล" จุฬาราชมนตรีคนที่ 18 ถึงแก่อนิจกรรม มุสลิมแน่นพิธีฝังศพมัสยิดกลางสงขลา 

เมื่อวันที่ 22 ต.ค. สำนักจุฬาราชมนตรี ออกประกาศว่า นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี คนที่ 18 ถึงแก่อนิจกรรม เวลา 10.32 น. หลังเข้ารับการรักษาอาการป่วยเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ต่อมาเจ้าหน้าที่สำนักจุฬาราชมนตรีเคลื่อนร่างนายอาศิสไปที่บ้านเกิดเลขที่ 45 ซอยควนสันติ 1 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี อัญเชิญดินฝังศพพระราชทาน และเป็นผู้แทนพระองค์ประธานในพิธีละหมาดขอพร และฝังศพ ณ มัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา

ต่อมาวันที่ 23 ต.ค. คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และครอบครัว เคลื่อนร่างนายอาศิสไปยังมัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา เพื่อทำพิธีละหมาดญะนาซะห์ (ละหมาดขอพร) และฝังศพ โดยมีชาวมุสลิมเข้าร่วมพิธีกันอย่างเนืองแน่น

สำหรับนายอาศิส เป็นชาว ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา เกิดวันที่ 6 มี.ค. 2490 จบการศึกษาจากอัลมัดรอซะฮ์อัลนัซซอบีย๊ะฮ์ ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา และอัลมัดรอซะฮ์อัลอัดรีซียะฮ์ ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี มีความสามารถทางภาษาอาหรับ ยาวี บาฮาซอมาเลเซีย บรูไน และอินโดนีเซีย ที่ผ่านมามีผลงานจัดตั้งสถาบันวะสะยะฮ์ เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตามหลักศาสนิกชนของศาสนาอิสลามแห่งสายกลาง ส่งเสริมการสร้างความเข้าใจระหว่างผู้นับถือต่างศาสนาอย่างเป็นรูปธรรม จัดตั้งสภาเครือข่ายด้านมนุษยธรรมเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อเพื่อนมนุษย์ ส่งเสริมชมรมผู้นำศาสนาอิสลามรุ่นใหม่ เป็นต้น
กำลังโหลดความคิดเห็น