วันนี้ (6 ก.ค.) ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. สั่งการให้ สตม.สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิด กฎหมายในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัว อยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.อภิมุข กานตยากร รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.ศท.ตม.ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.สส.ภ.7 ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร ผกก.ตม.จว.ชลบุรี, พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส. สตม., พ.ต.อ.รัฐพงษ์ แก้วยอด ผกก.4 บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ดังนี้
1. รวบผู้ร้ายข้ามแดนมีหมายแดง หนีหมายจับคดีค้ายาเสพติด ก่อนบินหนีซุกเวียดนาม
สถานเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิส ประจำประเทศไทย มีหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศ ขอให้ทางการไทยจับกุมตัวชั่วคราวนายโจนาธาน (นามสมมติ) อายุ 31 ปี สัญชาติสวิส เป็นผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อไปดำเนินคดี ในความผิดฐานค้ายาเสพติดอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทของสมาพันธรัฐสวิส โดยมีพฤติการณ์กระทำผิด กล่าวคือ ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2559 นายโจนาธานได้ลักลอบนำยาบ้ากว่า 2,000 เม็ด ที่ได้ติดต่อซื้อขายจากชาวแอฟริกันผิวสี ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และนำไปขายให้ลูกค้าหลายรายในเมืองซูริก โดยสมาพันธรัฐสวิสได้ออกหมายจับที่ B-18-2612 ลงวันที่ 28 ก.ย.61 ให้จับ นายโจนาธาน ในความผิดฐานค้ายาเสพติดอย่างร้ายแรง และองค์การตำรวจสากลได้ออกประกาศสีแดง (INTERPOL Red Notice) ต่อมาพนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา ขอออกหมายจับชั่วคราวนายโจนาธาน และได้ส่งหมายจับมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อให้สืบสวนจับกุม
บก.สส.สตม.ได้รับสั่งการให้สืบสวนติดตามจับกุมนายโจนาธาน กก.1 บก.สส.สตม. จึงได้เข้าไปตรวจสอบ ข้อมูลในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ สตม. พบว่า นายโจนาธานถือหนังสือเดินทางสาธารณรัฐบราซิล เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราประเภท ผ.ผ.90 และการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรยังไม่สิ้นสุด จึงขออนุมัติ ผบก.สส.สตม.เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของนายโจนาธาน เนื่องจากเป็นบุคคลที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศได้ออกหมายจับ พฤติการณ์เข้าลักษณะเป็นคนต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร ตามมาตรา 12 (7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522
จากนั้นจึงได้สืบสวนติดตามหาตัวนายโจนาธานจนทราบว่านายโจนาธาน จะเดินทางจากท่าอากาศยานกรุงเทพไปยังประเทศเวียดนาม จึงได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด่าน ตม.ทอ.กรุงเทพ บก.ตม.2 ร่วมกันกระจายกำลังสืบสวนหาตัวนายโจนาธานบริเวณโถงผู้โดยสารขาออก ท่าอากาศยานกรุงเทพ จนกระทั่งพบตัวนายโจนาธานขณะเข้าแถวรอการเช็กอิน จึงขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง นายโจนาธานได้นำหนังสือเดินทางสาธารณรัฐบราซิล และหนังสือเดินทางสมาพันธรัฐสวิสแสดงแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแสดงหมายจับของศาลอาญาและแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมแจ้งหนังสือแจ้งการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรให้นายโจนาธานรับทราบ และทำบันทึกการจับกุมนำตัวส่งพนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
2. บก.สส.สตม.รวบผู้ต้องหาชาวไวกิ้งหนีหมายจับกบดานไทย
สตม.ได้รับประสานจากสำนักงานประสานงานฝ่ายกิจการตำรวจกลุ่มประเทศนอร์ดิก ขอให้ช่วยสืบสวน ติดตามจับกุมตัวนายสเตฟาน (นามสมมติ) อายุ 45 ปี สัญชาติสวีเดน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลประเทศสวีเดน และหมายจับสหภาพยุโรปในข้อหากระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ และเป็นบุคคลตามประกาศตำรวจสากลสีแดง (Red Notice) ซึ่งได้หลบหนีคดีจากประเทศสวีเดนและเดินทางเข้ามาพำนักอยู่ในประเทศไทย ทั้งนี้ ทางการสวีเดนได้เพิกถอนหนังสือเดินทางของนายสเตฟานแล้ว โดยมีพฤติการณ์กระทำผิด กล่าวคือ ตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย. 60 ถึงวันที่ 5 ต.ค. 64 นายสเตฟานได้ร่วมกับพวกกระทำการละเมิดสิทธิสัญญาของบริษัทผู้เสียหายจำนวน 3 บริษัท โดยบันทึกรายการโทรทัศน์ของบริษัทผู้เสียหายที่ได้ออกอากาศไปแล้ว ไปออกอากาศเผยแพร่ต่อสาธารณชนในช่องทางอื่นๆ ยูทูบ เฟซบุ๊ก ซ้ำอีกโดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัทผู้เสียหาย อันเป็นการละเมิดสิทธิของผู้เสียหายในการออกอากาศทางโทรทัศน์ สร้างความเสียหายให้กับบริษัทผู้เสียหายจำนวนมาก
สตม.จึงได้สั่งการให้ บก.สส.สตม.นำข้อมูลของนายสเตฟานไปตรวจสอบในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ สตม. พบว่านายสเตฟานได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย และการอนุญาตยังไม่สิ้นสุด ผบก.สส.สตม.จึงเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของนายสเตฟาน เนื่องจากทางการสวีเดนได้เพิกถอนหนังสือเดินทางและเป็นบุคคลที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศได้ออกหมายจับ พฤติการณ์เข้าลักษณะเป็นคนต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร ตาม มาตรา 12 (1) และ (7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และสั่งการให้ กก.1 บก.สส.สตม. สืบสวนติดตามหาตัวนายสเตฟาน จากการสืบสวนของ กก.1 บก.สส.สตม. ทราบว่านายสเตฟานพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงไปตรวจสอบและพบนายสเตฟาน จึงได้แจ้งหนังสือแจ้งการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรให้นายสเตฟานได้รับทราบและนำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม.เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
3. บก.สส.สตม.รวบแก๊งหนุ่มแดนโสมแย่งอาชีพคนไทย
บก.สส.สตม.จับชาวเกาหลี 5 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินคดี ดังนี้
1. นายคิม (นามสมมติ) อายุ 40 ปี เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 66 ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว (NON-90) ครบกำหนดอนุญาตวันที่ 23 พ.ค. 66 และได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อในราชอาณาจักรถึงวันที่ 23 พ.ค. 67
2. นายเบค (นามสมมติ) อายุ 28 ปี เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 2 พ.ค. 66 ได้รับการยกเว้น การตรวจลงตราประเภท ผ.ผ.90 ครบกำหนดอนุญาตวันที่ 30 ก.ค. 66
3. นายชอย (นามสมมติ) อายุ 32 ปี เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 24 พ.ค. 66 ได้รับการยกเว้น การตรวจลงตราประเภท ผ.ผ.90 ครบกำหนดอนุญาตวันที่ 21 ส.ค. 66
4. นายจุง (นามสมมติ) อายุ 25 ปี เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 66 ได้รับการยกเว้น การตรวจลงตราประเภท ผ.ผ.90 ครบกำหนดอนุญาตวันที่ 9 ส.ค. 66
5. นายชอน (นามสมมติ) อายุ 39 ปี เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 66 ได้รับการยกเว้นการ ตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว (NON-90) ครบกำหนดอนุญาตวันที่ 29 ก.ค. 66
โดยกล่าวหาผู้ถูกจับที่ 1 ว่า รับคนต่างด้าวซึ่งไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน และกล่าวหาผู้ถูกจับที่ 2-5 ว่า เป็นคนต่างด้าวโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน
พฤติการณ์กล่าวคือ บก.สส.สตม.ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน จ.ชลบุรี ว่ามีคนเกาหลีเข้ามาทำงานในบริษัททัวร์ บริเวณพูลวิลลาแห่งหนึ่ง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ทำหน้าที่เป็นเสมียนรับจองทัวร์ให้กับชาวเกาหลี และจัดแพกเกจท่องเที่ยวแบบครบวงจรในประเทศไทย โดยจัดที่พักอาศัยและใช้บริการสถานประกอบการในเครือของชาวเกาหลีด้วยกัน ทำให้กระทบต่อระบบธุรกิจการท่องเที่ยวของ จ.ชลบุรี
จากการสืบสวนพบว่ามีชาวเกาหลีทำงานอยู่ในบริษัทดังกล่าวตามที่ถูกร้องเรียนจริง จึงได้ขออนุมัติหมายค้นต่อศาลจังหวัดพัทยาเพื่อเข้าทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบชาวเกาหลีจำนวน 5 รายทำงานโดยผิดกฎหมาย ซึ่งมี นายคิม ทำหน้าที่หัวหน้าควบคุมดูแลและจ่ายเงินเดือนให้พนักงานจำนวน 4 ราย คือ นายเบค, นายชอย, นายจุง และนายชอน ซึ่งทั้ง 4 รายดังกล่าวทำหน้าที่ดูแลระบบ (Admin) ในเว็บไซต์การท่องเที่ยวของเกาหลีเพื่อชักชวนให้คนเกาหลีซื้อแพกเกจท่องเที่ยวแบบครบวงจรในลักษณะ ‘จ่ายเงินวอนครั้งเดียวจบ’ แล้วสามารถมาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอีก แพกเกจนั้นรวมถึง รถรับ-ส่งสนามบิน, ที่พัก, ร้านอาหาร, ร้านนวด ซึ่งเป็นสถานประกอบการในเครือของชาวเกาหลีด้วยกัน สร้างความเสียหายให้กับธุรกิจการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศไทย จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
4. จับชาวต่างชาติที่เข้ามากระทำความผิดในประเทศไทยในรูปแบบพนันออนไลน์และปลอมตราประทับเข้า-ออก ผู้ต้องหา 17 รายพร้อมยึดของกลาง
เจ้าหน้าที่สืบสวน กก.2 บก.สส สตม. ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการเข้าทำการตรวจค้นที่ย่าน ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยจากการตรวจค้นพบกลุ่มพนักงานต่างด้าวสัญชาติเวียดนามมีทั้งชายและหญิง ซึ่งกำลังทำหน้าที่เป็นแอดมินของเว็บพนันออนไลน์ที่มีนายทุนเป็นชาวจีนอยู่เบื้องหลัง พร้อมกับยึดของกลางเป็นคอมพิวเตอร์ จำนวน 12 เครื่อง นอกจากนั้นยังขยายผลจับกุมกลุ่มคนต่างด้าวในบ้านพักที่อยู่ติดกันอีกสองหลัง ซึ่งจากการตรวจค้นพบ ต่างด้าวทั้งชายหญิงสัญชาติเวียดนาม และพบของกลาง เป็นอุปกรณ์การทำหนังสือเดินทางปลอม และตรายางขาเข้า/ออก ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ และประเทศพม่าและกัมพูชา รวมไปถึงพบบุหรี่ต่างประเทศหนีภาษีจำนวนหนึ่ง จึงควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมดซึ่งเป็นชาวเวียดนาม พร้อมกับของกลาง ทั้งคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การผลิตหนังสือเดินทางและตรายางปลอม พร้อมของกลางอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มาสอบสวนและบันทึกจับกุมที่ สภ.บางพลี ก่อนจะแจ้งข้อหาต่อผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง คือ บุคคลต่างด้าวสัญชาติเวียดนาม 12 คน ข้อหา “ชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนัน (พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 ม.12)”
บุคคลต่างด้าวสัญชาติเวียดนาม 4 คน ข้อหา ร่วมกันมีไว้ซึ่งดวงตราหรือรอยตราประทับของเจ้าพนักงาน (ตราขาเข้า/ออก ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ) และร่วมกันมีไว้ ซึ่งหนังสือเดินทางของผู้อื่น
บุคคลต่างด้าวสัญชาติเวียดนาม 1 คน ข้อหามีบุหรี่ต่างประเทศไว้ในความครอบครองโดยไม่ผ่านขั้นตอนการศุลกากร
โดยการบุกเข้าจับกุมในนี้ทราบว่ามีกลุ่มบุคคลต่างด้าวลักลอบเช่าบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้เปิดเป็นฐานการตั้งเว็บ พนันออนไลน์และการปลอมแปลงเอกสารหนังสือเดินทาง ซึ่งมีเงินหมุนเวียนหลายสิบล้านบาท ฝ่ายสืบสวนจึงเฝ้าสังเกตการณ์จนกระทั่งมีเบาะแสแน่ชัดจึงขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดสมุทรปราการ และวางแผนนำกำลังไปปิดล้อม ตรวจค้นจนพบผู้ต้องหาและของกลางจำนวนมาก
จากการสอบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ทราบว่า สำหรับกลุ่มผู้ต้องหาชาวเวียดนามกลุ่มนี้จะมีหน้าที่คอยเป็นผู้ดูแลเว็บพนันออนไลน์ ชื่อเว็บ https://inkbio.me/luiscongviec ซึ่งมีนายทุนเป็นคนจีนคอยสั่งการผ่านทางเฟซบุ๊ก อวตาร จากนั้นนายทุนจะปิดแอ็กเคานต์ทันทีหลังจากที่สั่งการแล้วเสร็จ จากการสืบสวนขยายผลทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหากลุ่มนี้เพิ่งใช้บ้านพักแห่งนี้เป็นฐานในการดำเนินการทางธุรกิจ ซึ่งย้ายมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน และมาเปิดได้เพียง เดือนเศษ ก่อนจะถูกจับกุม ส่วนหนังสือเดินทางก็เป็นการขยายผลจับกุมต่างด้าวที่ใช้หนังสือเดินทางมีตราประทับปลอม จนมีการขยายผลทราบว่าสถานที่แห่งนี้มีการลักลอบทำหนังสือเดินทางปลอมโดยใช้ตราประทับผ่อนผันขออยู่ต่อในราชณาจักร หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะได้ไปขยายผลต่อผู้ร่วมขบวนการทุกราย ส่วนผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวนสภ.บางพลี ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
5. ตม.จ.ชลบุรี สนธิกำลังร่วมกับสืบสวน ตม.3 จับกุม "หนุ่มจีนลักลอบอยู่ไทยนานกว่า 5 ปี"
ตม.จ.ชลบุรี ร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.3, สภ.เมืองพัทยา และตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกันจับกุม นายจาง (นามสมมติ) อายุ 41 ปี สัญชาติจีน ในความผิดฐานอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ได้ที่บริเวณริมถนน ซอยนาเกลือ 18 หมู่ 5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
พฤติการณ์กล่าวคือ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ร่วมกันสืบสวนหาข่าวชาวต่างชาติที่มีพฤติการณ์ว่าจะกระทำ ความผิดต่อกฎหมายในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย จนสืบทราบว่า นายจาง ชอบทำตัวตีสนิทกับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนและกลุ่มนักธุรกิจชาวจีนตามแหล่งที่กลุ่มชาวจีนพบปะกัน โดยเข้าไปพูดคุยเชิญชวนให้ลงทุนทำธุรกิจต่างๆ ในประเทศไทย จึงนำข้อมูลนายจางไปตรวจสอบในระบบสารสนเทศ สตม. พบว่านายจางเดินทางเข้ามาประเทศไทยเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2558 ได้รับการตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยว 60 วัน (TR-60) และได้ขออยู่ต่อในราชอาณาจักรต่อเนื่องเรื่อยมา ครั้งสุดท้ายได้รับอนุญาตถึงวันที่ 29 ก.ค. 2560 ปัจจุบันการอนุญาตสิ้นสุดลงแล้ว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ติดตามตัวจนพบนายจางบริเวณริมถนน ซอยนาเกลือ 18 หมู่ 5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่าอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) จำนวน 2,160 วัน ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบถามนายจางรับสารภาพว่า สาเหตุที่อยู่ในราชอาณาจักรจนการอนุญาตสิ้นสุดเนื่องจากตนมีคดี ลักทรัพย์ที่ประเทศจีน เกรงว่าหากกลับไปจะได้รับการลงโทษตามกฎหมาย จึงหลบหนีอยู่ในประเทศไทยเรื่อยมา จนถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อกล่าวหาดังกล่าว
สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จะขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง


