เปิดโปงไอ้โม่งคนสนิทรัฐมนตรีงาบหัวคิวโครงการก่อสร้างศูนย์จำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำและเกษตรสะพานปลามหาชัยแลกกับบริษัทได้รับการคัดเลือก วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบด่วน
รายงานข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถึงความไม่ชอบมาพากลโครงการก่อสร้างศูนย์จำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำและเกษตรในพื้นที่บางส่วนของสะพานปลาสมุทรสาคร ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยคนใกล้ชิดรัฐมนตรีท่านหนึ่งได้ใช้อำนาจในฐานะที่ปรึกษาโดยมิชอบส่อไปในทางทุจริตเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้องจากการเปิดประมูลโครงการดังกล่าว อาจเป็นเหตุให้องค์การสะพานปลาได้รับความเสียหายจากการที่ไม่สามารถจัดเก็บรายได้แรกเข้าหรือค่าตอบแทนแรกเข้าได้ตามสมควร
แหล่งข่าวระบุว่า โครงการดังกล่าวเป็นการหาผู้ได้สิทธิเช่าพื้นที่ตามระเบียบองค์การสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงพ.ศ. 2562 ข้อ1 “ระเบียบองค์การสะพานปลาว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดหาผลประโยชน์ที่สะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงพ.ศ. 2562” หมวด 2 ข้อ 6 และข้อ 6.4 ประกอบข้อ 6.1 การคำนวณผลตอบแทนจากการเช่าให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การดำเนินการในการจัดที่ดินให้เช่าที่ดินอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่คณะกรรมการได้เห็นชอบไว้แล้วตามบันทึกข้อความที่ กษ 1708/93 ฉบับลงวันที่ 10 ตุลาคม 2564 เรื่องขอให้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการรับและเปิดซองเสนอและคณะกรรมการพิจารณาผลคัดเลือกผู้เสนอ พร้อมทั้งร่างประกาศโครงการสร้างศูนย์จำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำและเกษตรในพื้นที่บางส่วนของสะพานปลาสมุทรสาคร ปรากฏว่าองค์การสะพานปลาได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อกำหนดขอบเขตของการหาผู้ได้สิทธิของโครงการตามคำสั่งองค์การสะพานปลาที่ 256/2564 เรื่องแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการจัดทำร่างขอบเขตงาน (TOR) สำหรับการดำเนินงานโครงการภายใต้ "FMO BIZ Agenda Revised Vertion" สั่ง ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2564
เมื่อตรวจสอบพบว่าผู้ลงนามหรือลงลายมือชื่อในคำสั่งเป็นการแต่งตั้งตนเองเป็นประธานกรรมการของคณะกรรมการจัดทำร่างขอบเขตงาน (TOR) จึงส่อให้เห็นว่าอาจมีพฤติกรรมเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการ และเนื่องจากขั้นตอนวิธีการจัดหาผู้ได้สิทธิและการจัดหาผลประโยชน์ตอบแทนของหน่วยงานของรัฐที่องค์การสะพานปลาได้ประกาศหาผู้ได้สิทธิเช่าพื้นที่สะพานปลาสมุทรสาคร ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2564 โดยเขายื่นซองเสนอราคาเพียง 1 ราย คือบริษัท ซ. เป็นผู้ชนะการคัดเลือกให้ดำเนินการโครงการดังกล่าว
โดยได้เสนอราคาค่าธรรมเนียมแรกเข้าเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 7,000,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และค่าเช่ารายปี เป็นเงินทั้งสิ้น 168,000.00 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และเสนออัตราค่าเช่าเพิ่มขึ้นทุก 3 ปีในอัตราร้อยละ15 ต่อปี รวมภาษีอื่นๆ ทั้งปวง
“จะเห็นว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทผู้ชนะการเสนอราคาอย่างเห็นได้ชัด จึงเป็นที่น่าสงสัยในการเปิดประมูลครั้งนี้และการกำหนดราคากลางต่างๆ โดยไม่นำหลักเกณฑ์การคำนวณให้เช่าพื้นที่หน่วยงานรัฐของกรมธนารักษ์มาใช้ จึงอาจเป็นการให้ราคาต่ำและแนวคิดสั่งการของผู้บริหารและคณะกรรมการองค์การสะพานปลาอาจมีส่วนได้เสียในการเปิดประมูลครั้งนี้” แหล่งข่าวคนเดิมระบุ
อย่างไรก็ตาม เขามองว่าจากเหตุดังกล่าวอาจทำให้องค์การสะพานปลาตกอยู่ในอำนาจของใครบางคนที่จะหาผลประโยชน์ให้แก่พวกพ้องของตัวเอง ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่อาจปล่อยละเลยในการกระทำของผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการกระทำต่างๆ ภายในหน่วยงาน แต่กลับไม่สนใจไยดีทำให้องค์การสะพานปลาได้รับผลประโยชน์ตอบแทนที่ไม่คุ้มค่าต่อราคาให้เช่าที่ดินในครั้งนี้
“ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบการดำเนินการดังกล่าวโดยเร็ว ก่อนจะส่งผลเสียหายต่อองค์การสะพานปลา และอยากให้เร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวองค์การสะพานปลาด้วย” แหล่งข่าวคนเดิมกล่าววิงวอน


