พบน้องชาย เทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช ทำป้ายให้พี่ชายสวัสดีปีใหม่ ตัดต่อภาพพี่ชายหลังกรงขัง ระหว่างที่เจ้าตัวถูกจำคุก 2 ปี ตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เผยเป็นธรรมเนียมประเพณีต้องสวัสดีปีใหม่ แม้ติดคุกก็ฝากความคิดถึง งานนี้ชาวเน็ตมีอึ้ง
เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. เฟซบุ๊ก "พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์" ของนายพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ น้องชายนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ภาพป้ายบิลบอร์ดบริเวณหน้าบ้านพักตระกูลเสนพงศ์ ถนนนครศรีธรรมราช-กันตัง ห่างจากสี่แยกหัวถนน 1 กิโลเมตร พื้นที่ ต.นาสาร อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช เป็นภาพตัดต่อนายเทพไทในเสื้อยืดสีดำ ร่วมกับกรงขัง พร้อมข้อความระบุว่า "สวัสดีปีใหม่ 2566 รู้จักแล้วจะรักเอง เทพไท เสนพงศ์" ด้านล่างระบุคำว่า สถานีวิทยุ FM 102.50 MHz นครศรีธรรมราช คลื่นมหาชนคนเมืองคอน และเบอร์โทรศัพท์ และเป็นที่น่าสังเกตว่า บริเวณรั้วบ้านหลังดังกล่าวมีการติดป้ายไวนิลสีน้ำเงินคำว่า "รวมไทยสร้างชาติ @นครศรีธรรมราช" ซึ่งแสดงออกอย่างชัดเจนว่าให้การสนับสนุนพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นหัวหน้าพรรค และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นเลขาธิการพรรค
นายพงศ์สินธุ์ระบุว่า "วันนี้เริ่มต้นเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของปีแล้ว กำลังจะเข้าสู่ช่วงปีใหม่ เป็นธรรมเนียมหรือประเพณีปฏิบัติของนักการเมือง ที่ต้องขึ้นป้ายสวัสดีปีใหม่กับพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้ง สำหรับปีใหม่นี้ก็เช่นกัน คุณเทพไท เสนพงศ์ ซึ่งเป็นนักการเมืองอาชีพคนหนึ่ง แม้ว่าจะถูกจองจำอยู่ในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชก็ตาม ก็ยังคงส่งความรัก ความคิดถึง มายังพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชอย่างเสมอต้นเสมอปลายเหมือนเดิม #คนกันเองคนติดดิน #รวมไทยสร้างชาติ" ป้ายบิลบอร์ดดังกล่าวเรียกเสียงฮือฮาจากชาวเน็ตจำนวนมาก
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า สำหรับนายเทพไท ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ให้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ จำคุกนายมาโนช เสนพงศ์ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช และนายเทพไท พี่ชายนายมาโนช คนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา และตัดสิทธิทางการเมืองคนละ 10 ปี ฐานทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2557 หลังนายพิชัย บุณยเกียรติ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช น้องชายนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ร้องเรียนว่ามีการจัดเลี้ยงหัวคะแนน ขณะนี้ถูกควบคุมตัวที่เรือนจำกลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งต่อมานายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา พร้อมด้วย นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และคณะยังเข้าเยี่ยมนายเทพไท
อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้ง ส.ส.ที่กำลังจะมาถึงในปี 2566 พบว่าพรรคประชาธิปัตย์คัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.นครศรีธรรมราชไว้ 8 คน จากทั้งหมด 9 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นายประกอบ รัตนพันธ์ น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นายชัยชนะ เดชเดโช กับผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ ประกอบด้วย นายราชิต สุดพุ่ม อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายพิทักษ์เดช เดชเดโช น้องชายนายชัยชนะ นางอวยพรศรี เชาวลิต อดีตประธานสภา อบจ.นครศรีธรรมราช และ น.ส.ปุณณ์สิริ บุญยเกียรติ ลูกสาวนายชินวรณ์ แต่ผู้สมัครอีก 1 คน ในโซนอำเภอหัวไทร ชะอวด เชียรใหญ่ พบว่ามีการทำโพลระหว่าง นายยุทธการ รัตนมาศ อดีตรองนายก อบจ.นครศรีธรรมราช กับนายพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ น้องชายของนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.ที่เคยลงเลือกตั้งซ่อม แต่พ่ายแพ้ให้แก่ นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ
ภายหลังพบว่านายพงศ์สินธุ์แพ้การทำโพลพรรค ทำให้นายพงศ์สินธุ์ต้องตัดสินใจอนาคตทางการเมือง กระทั่งได้ออกแถลงการณ์ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ให้เหตุผลว่า พรรคไม่ให้ความสำคัญ ไม่เห็นคุณค่า ตัดสิทธิตระกูลเสนพงศ์ ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในเขตเลือกตั้งเดิม แต่กลับให้สิทธิตระกูลอื่นลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ตระกูลละ 2 คน ถือว่าไม่ให้เกียรติคนที่เคยต่อสู้ให้กับพรรค จึงต้องพิจารณาตัวเองด้วยการลาออกจากสมาชิกพรรคยกตระกูล ยืนยันว่าสมาชิกในครอบครัวตระกูลเสนพงศ์ไม่ได้ทิ้งพรรค แต่พรรคที่ทอดทิ้ง กระทั่งนายพงศ์สินธุ์ตัดสินใจร่วมงานทางการเมืองกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ร่วมกับนายวิทยา แก้วภารดัย ก่อนจะปลดป้ายพรรคประชาธิปัตย์ แล้วนำป้ายพรรครวมไทยสร้างชาติ มาติดรอบบริเวณบ้าน รวมทั้งกำแพงหน้าบ้านอีกด้วย



