ชาวเน็ตแห่แชร์คลิปจุดพลุบูชาพระธาตุเจดีย์เหลี่ยม (เวียงกุมกาม) วัดกู่คำ สารภี เชียงใหม่ ทำเอาเสียงแตก ทั้งสาธุ ทั้งเป็นห่วงกระทบต่อโบราณสถานอายุกว่า 700 ปี ล่าสุดสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ตรวจสอบแล้วไม่พบเสียหาย นอกจากคราบเขม่า แต่ได้ถวายคำแนะนำแล้ว
วันนี้ (28 พ.ย.) ในโลกโซเชียลฯ มีการแชร์และส่งต่อคลิปการจุดพลุเข้าไปในพระธาตุเจดีย์เหลี่ยม (เวียงกุมกาม) ที่เจ้าของคลิประบุว่าเป็นการบูชาพระธาตุเจดีย์เหลี่ยม (เวียงกุมกาม) ประจำปี 2565 เหตุเกิดที่วัดเจดีย์เหลี่ยม หรือวัดกู่คำ ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเจ้าของคลิปได้กล่าวว่า "ขอบคุณทุกๆ ความคิดเห็น มีคนดูเกือบ 2 หมื่นกว่าท่าน เป็นกรณีศึกษาเรื่องบอกไฟพุกับพระธาตุ บอกไฟพุนั้นไม่ได้จุดบนพระธาตุแต่จุดด้านหลังพระธาตุคนละที่กันไม่มีอะไรเสียหาย ช่างติดบอกไฟนั้นทำด้วยความระมัดระวัง เสียงที่ดังนั้นคือบอกไฟพุที่ดังมาจากด้านหลังพระธาตุไม่ใช่บนพระธาตุ ขอบคุณทุกๆ ความคิดเห็นนะครับ ที่ได้เป็นห่วงหลากหลายมุมมอง เคารพทุกๆ ความคิดเห็น สาธุครับ"
ปรากฏว่ามีชาวเน็ตต่างแชร์ ต่างส่งต่อคลิปจำนวนมาก ส่วนหนึ่งกล่าวว่า "สาธุ" แต่อีกส่วนหนึ่งแสดงความเป็นห่วงว่าจะกระทบต่อโบราณสถานที่มีอายุกว่า 700 ปีหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม เจ้าของคลิปซึ่งเป็นพระรูปหนึ่ง โพสต์ข้อความระบุว่า "ขอลบคลิปนะครับ ทุกฝ่ายกำลังเข้ามาพูดคุยเรื่องประเด็น" และอีกข้อความหนึ่งระบุว่า "วันนี้จะถูกมรสุมอะไร เรื่องที่ผ่านมายี่เป็ง ท่านที่เข้ามาติดตาม ติดตามได้ทุกๆ ท่าน ขอแค่มีพื้นที่เล็กๆ ในการเผยแผ่ข้อคิดยามเช้าหน่อยในการให้กำลังใจทุกๆ ท่าน เรื่องยี่เป็งได้อธิบายไปแล้ว เจ้าของงานก็ได้ไปขอแล้ว มาดูมาสัมผัส ทุกหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบ ไม่มีอะไรเสียหาย เคารพทุกความคิดเห็น ภาพก็ได้ขอเขามาลงแต่ไม่เอ่ยชื่อ ขอบคุณทุกๆ ความคิดเห็นถึงวันนี้จะไปทางลบก็ตามครับ"
ขณะที่สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ระบุว่า กรณีที่มีการเสนอคลิปวิดีโอการจัดงานประเพณียี่เป็ง (ลอยกระทง) ที่ผ่านมาโดยคณะกรรมการวัดเจดีย์เหลี่ยม เวียงกุมกาม อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีการจุดดอกไม้ไฟและพลุบนองค์พระธาตุฯ และมีประชาชนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นในคลิปนี้และมีความห่วงใยในโบราณสถานองค์พระธาตุฯ เกรงจะได้รับความเสียหายจากเหตุดังกล่าว
สำนักฯ ได้ไปสำรวจตรวจสอบสภาพองค์พระธาตุฯ แล้ว พบว่ามีการนำดอกไม้ไฟประเภทแสง (ธารน้ำตก) และพลุนำแสงขนาดเล็ก แขวนและบังคับทิศทางด้วยลวดพันเกาะกับองค์พระธาตุฯ แล้วใช้สายชนวนเป็นตัวบังคับการจุด ส่วนพลุขนาดใหญ่ที่มีเสียงดังนั้นเป็นการตั้งกระบอกพลุบริเวณฐานพื้นด้านนอกกำแพงแก้ว ไม่ได้ติดตั้งหรือจุดชนวนบนองค์พระธาตุฯ จากการตรวจสอบองค์พระธาตุฯ ไม่พบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการจุดดอกไม้ไฟหรือพลุในครั้งนี้ พบเพียงคราบเขม่าที่ผิวปูนฉาบบนคราบเชื้อราดำบางส่วนเท่านั้น
ทั้งนี้ ได้ถวายความรู้ คำแนะนำเบื้องต้นในความเหมาะสม การควรหรือไม่ควรกระทำสิ่งใดต่อโบราณสถานที่อยู่ในการครอบครองของวัด ตลอดจนวิธีบำรุงรักษา ดูแลรักษาโบราณสถานเบื้องต้น ให้กับท่านเจ้าอาวาสได้ทราบแล้ว หลังจากนี้ทางสำนักฯ จะมีหนังสือกราบนมัสการเจ้าอาวาสวัดต่างๆ ที่มีโบราณสถานตั้งอยู่ ถึงเรื่องแนวทางในการดำเนินงานต่างๆ ที่เหมาะสมและไม่เหมาะสมกับโบราณสถาน และในอนาคตสำนักฯ จะจัดอบรมถวายความรู้แด่พระสังฆาธิการ และจัดอบรมฆราวาสผู้สนับสนุนวัดในโอกาสต่อไป


