บขส.สั่งยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่ร้านขายน้ำภายในขนส่งสายใต้เก่า ปิ่นเกล้า พร้อมย้ายพนักงานชานชาลาเข้ามาทำงานที่สำนักงานใหญ่ หลังลุงวัย 61 ปี ผู้เช่ามีพฤติกรรมอุกอาจ ใช้มือตบไม่พอ ถอดรองเท้ากระหน่ำตบอีกหลายครั้ง พบที่ผ่านมาอ้างรู้จักผู้ใหญ่ และคนใน บขส. ทำเอาเหยื่อผวาไม่กล้าทำงาน แถมต้องจัดหาทนายความเอง
วันนี้ (24 ส.ค.) รายงานข่าวแจ้งว่า ที่สำนักงานใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. มอบกระเช้าเป็นขวัญกำลังใจให้แก่พนักงานชานชาลาหญิง อายุ 48 ปี งานบริหารกิจการเดินรถปิ่นเกล้า กองกิจการเดินรถ ซึ่งได้ถูกผู้เช่าพื้นที่ทำร้ายร่างกายขณะปฏิบัติหน้าที่ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (ปิ่นเกล้า) เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ ประธานกรรมการ บขส. ได้แสดงความเป็นห่วง และกำชับให้ บขส.ดูแลช่วยเหลือพนักงานในทุกด้านอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งได้กล่าวชื่นชมพนักงานที่ถูกทำร้ายว่า ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ บนความถูกต้องของระเบียบบริษัทฯ อย่างไรก็ดี บขส.ได้ให้พนักงานเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานใหญ่แล้ว พร้อมทั้งให้ฝ่ายกฎหมายติดตามและช่วยเหลือในการดำเนินคดีต่อผู้ที่ก่อเหตุอย่างถึงที่สุดด้วย
ก่อนหน้านี้ นายสัญลักข์เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวพบว่าผู้ที่ก่อเหตุเป็นผู้เช่าพื้นที่ภายในสถานีขนส่งฯ ไม่ใช่วินจักรยานยนต์รับจ้างตามที่เป็นข่าว และพบว่าผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ซึ่งเจ้าหน้าที่ บขส.ได้มีการตักเตือนหลายครั้ง แต่ยังพบว่ามีการกระทำผิดอีก โดยผู้เช่าไม่ปฏิบัติตามระเบียบและไม่ปฏิบัติตามสัญญาเช่าพื้นที่ของบริษัทฯ ล่าสุด ได้สั่งการให้ยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่และประกาศคำสั่งให้ผู้เช่าห้ามเข้าพื้นที่สถานีขนส่งฯ โดยเด็ดขาด รวมทั้งมอบหมายให้ทีมกฎหมายเข้าช่วยเหลือด้านคดีความอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ให้พนักงานที่ถูกทำร้ายมาปฏิบัติหน้าที่ในส่วนกลางของบริษัทฯ โดย บขส.จะดูแลให้ความเป็นธรรมแก่พนักงานอย่างเต็มที่
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา นายอุเชน อนิกร หรือลุงหลอ อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นผู้เช่าแผงเปิดร้านค้าจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (ปิ่นเกล้า) หรือสายใต้เก่า ยาวนานกว่า 10 ปี ได้มีปากเสียงกับพนักงานชานชาลาคนดังกล่าว ก่อนจะลงมือทำร้ายร่างกายทั้งใช้มือตบ และถอดรองเท้าตีไปนับสิบครั้ง สาเหตุเกิดจากพนักงานชานชาลาคนดังกล่าวได้ตักเตือนและทำหนังสือรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาว่ามีรถจักรยานยนต์วิ่งเข้ามาในช่องของรถตู้ประจำทาง ซึ่งเป็นจุดรับผู้โดยสาร เพื่อนำเครื่องดื่มไปไว้ในสต๊อกของร้านนายอุเชน ถือเป็นการผิดระเบียบและอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ
แต่นายอุเชนเข้ามาด่าทอด้วยคำหยาบคาย ก่อนทำร้ายร่างกายต่อหน้าผู้โดยสารที่มาใช้บริการ และข่มขู่ไม่ให้ใครเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งคนในเหตุการณ์ไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเหลือ เพราะชายที่ทำร้ายมีพฤติกรรมเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ แม้แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ยังหวาดกลัว ภายหลังพนักงานชานชาลาคนดังกล่าวได้เข้าแจ้งความต่อตำรวจ สน.บางยี่ขัน เพื่อดำเนินคดีต่อนายอุเชน หลังเหตุการณ์ดังกล่าว พนักงานรายนี้ไม่กล้าเข้าไปทำงาน หยุดงานมาแล้ว 10 วัน เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมที่น่ากลัว และยังอ้างอีกว่ารู้จักผู้ใหญ่หลายคน แม้แต่คนใน บขส. ทั้งที่ผ่านมาตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอย่างเต็มที่ แต่กลับต้องสู้คดีด้วยตัวเอง แม้กระทั่งการจัดหาทนายความ ขณะที่นายอุเชนคู่กรณี เข้าพบตำรวจเรียบร้อยแล้ว ซึ่งการเจรจาไกล่เกลี่ย ฝ่ายผู้เสียหายมอบหมายให้ทนายความเป็นผู้ทำหน้าที่แทน


