แพทย์แนะวิธีเอาตัวรอกหากตกอยู่ในเหตุการณ์ไฟไหม้ ชี้ลำดับแรกต้องมีความรู้ ดูทางหนีทีไล่ มีสติ อย่าตกใจ ระวังควันไฟ ก้มต่ำเข้าไว้ หายใจช้าๆ หากออกมาได้ให้รีบไปพบแพทย์ อย่าใช้สารหรืออื่นๆ ทาลงบนแผล
จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงที่ชื่อว่า เมาน์เทน บี (Mountain B) ริมถนนสุขุมวิท ซอยสัตหีบสุขุมวิท 99 ห่างจากสามแยกสัตหีบประมาณ 4 กิโลเมตร หมู่ 7 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พบเพลิงลุกไหม้อาคารชั้นเดียวบนพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ นักท่องเที่ยวพากันหนีตาย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวรวมเป็น 15 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 37 รายแล้ว
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 ส.ค. นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ได้ออกมากล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับนักเที่ยวกลางคืนว่า ควรเพิ่มความระมัดระวังและต้องมีความรู้ในการป้องกันตัว ลำดับแรกคือต้องหาทางหนีไฟว่าอยู่บริเวณใด ถ้าเกิดไฟไหม้ในอาคารปิด และทางระบายอากาศที่มีอยู่ ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเปียกมาอุดช่องใต้ประตูไม่ให้ควันไฟเข้า ถ้าหายใจลำบาก ให้ก้มตัวต่ำเพราะด้านล่างจะมีออกซิเจนมากกว่า อย่าตกใจ พยายามหายใจสั้นๆ จะเอาก๊าซพิษเข้าไปน้อยกว่า
ส่วนกรณีเกิดบาดแผลจากไฟไหม้ แผลพุพองบริเวณผิวหนัง โดยทั่วไปผิวหนังมีหน้าที่ปกป้องร่างกายจากเชื้อโรค สารเคมี รังสีต่างๆ ควบคุมความชื้นและอุณหภูมิร่างกาย มีเส้นประสาทรับความรู้สึกจำนวนมาก ซึ่งบาดแผลจากไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวกที่ผิวหนังแบ่งออกเป็น 3 ระดับตามความลึกของบาดแผล
คือ ระดับที่ 1 (First-degree burn) บาดเจ็บเฉพาะที่ชั้นหนังกำพร้า เป็นชั้นผิวหนังส่วนตื้น แผลอาจมีลักษณะคล้ายผิวหนังไหม้จากการโดนแสงแดดจัด อาการที่พบ เจ็บแสบ แดง และแห้ง ไม่มีลักษณะของตุ่มน้ำให้เห็น หายได้เองภายใน 7-14 วัน
แผลลึกระดับที่ 2 (Second-degree burn) การบาดเจ็บลงลึกถึงชั้นหนังแท้ อาการขึ้นอยู่กับความลึกที่ได้รับบาดเจ็บ มักพบตุ่มน้ำ แผลถลอกร่วมด้วย การหายของแผลอาจใช้เวลามากกว่าสองสัปดาห์และมีโอกาสเกิดแผลเป็นหรือสีผิวผิดปกติตามมา
แผลลึกระดับที่ 3 (Third-degree burn หรือ Full-Thickness burn) ผิวหนังทุกชั้นถูกทำลายด้วยความร้อน แผลมีลักษณะแห้งแข็ง ไม่ยืดหยุ่น แผลชนิดนี้มักไม่หายเอง ต้องได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้อง มีโอกาสเกิดการหดรั้งหรือแผลเป็นนูนตามมาได้ค่อนข้างมาก
ด้าน นพ.เกรียงไกร นามไธสง ผอ.รพ.นพรัตนราชธานี กล่าวว่า ควันไฟไหม้มีคาร์บอนมอนอกไซด์ คาร์บอนไดออกไซด์ และอนุภาค (PM หรือเขม่า) ประกอบด้วยสารเคมีต่างๆ ควันไฟมีสารเคมีหลายชนิด เช่น อัลดีไฮด์ ก๊าซที่มีคุณสมบัติเป็นกรด ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ โพลีซัยคลิก อโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน (PAHs) เบนซีน โทลูอีน สไตรีน โลหะ และไดออกซิน
ส่วนใหญ่คนที่ติดอยู่ในสถานที่ไฟไหม้จะตื่นตระหนก พยายามวิ่งหนี ยิ่งถ้าไฟดับก็จะยิ่งตื่นตระหนก ทำให้หายใจเร็วขึ้น ทำให้ยิ่งหายใจเอาก๊าซพิษเข้าไปมากขึ้น หากสูดควันไฟเข้าไปเยอะจะต้องไม่ออกแรงมาก โดยเฉพาะคนที่ไม่แข็งแรงอยู่แล้ว เช่น คนที่มีโรคประจำตัวโรคหัวใจหรือทางเดินหายใจ จะทำให้หัวใจและปอดทำงานมากขึ้น
การสูดควันไฟในระยะแรกจะเกิดผลเฉียบพลันคือระคายเคืองตา จมูก คอ และกลิ่นจะทำให้คลื่นไส้ ปอดทำงานลดลง ออกซิเจนในร่างกายน้อยลง เมื่อหายใจด้วยคาร์บอนมอนอกไซด์ร่างกายจะใช้ออกซิเจนไม่ได้ จึงเกิดอาการขาดออกซิเจน ได้แก่ ปวดศีรษะ ลดความตื่นตัว เกิดอาการของหลอดเลือดหัวใจ เช่น เจ็บหน้าอก
นอกจากนี้ อนุภาคยังเข้าไปยังทางเดินหายใจโดยตรง ทำให้เกิดการไอ หายใจลำบาก และทำให้คนที่เป็นโรคมีอาการรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะคนที่ไปเที่ยวผับ บาร์ ที่สูบบุหรี่ ทำให้สมรรถภาพปอดแย่ลงอีก เมื่อหนีออกมาได้ อาการจะลดลงแต่จะยังคงอยู่อีก 2-3 วัน คนที่ติดอยู่ภายในและหายใจด้วยควันไฟมากๆ จะทำให้ขาดออกซิเจน อาจหมดสติ ถ้าช่วยออกมาไม่ได้จะเสียชีวิต
สำหรับข้อปฏิบัติของคนที่หนีออกมาจากผับได้ คือต้องเฝ้าระวังตนเองว่ามีอาการการหายใจผิดปกติหรือไม่ ถ้าไม่แน่ใจควรมาตรวจร่างกาย ทั้งนี้ ควันไฟที่เห็นก็อันตราย แต่ส่วนที่อันตรายกว่าคือ อนุภาคที่มองไม่เห็น การเข้าไปดับเพลิงแม้ในระยะสั้นบ่อยๆ ก็จะทำให้เกิดผลต่อสุขภาพระยะยาวได้ เช่น พนักงานดับเพลิงอาจจะเกิดมะเร็ง โรคปอด โรคของหัวใจและหลอดเลือด
นอกจากนี้ พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่า การปฐมพยาบาลเบื้องต้นบาดแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก คือ ต้องออกจากแหล่งความร้อนโดยเร็วที่สุด กำจัดแหล่งความร้อนที่จะทำให้บาดแผลลุกลามมากขึ้น เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับที่อยู่บริเวณแผล
จากนั้นล้างบาดแผลด้วยน้ำสะอาดที่อุณหภูมิปกติ เพื่อลดความร้อนและทำให้แผลเย็นลง กรณีมีบาดแผลถลอก มีตุ่มน้ำ สีของผิวหนังเปลี่ยนแปลง มีบาดแผลลึก หรือมีแผลไหม้เป็นบริเวณกว้าง สามารถปิดแผลด้วยผ้ากอซ หรือผ้าสะอาด และให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน และไม่ควรทาหรือใช้สารอื่นๆ ทาลงบนบาดแผล เช่น ยาสีฟัน ไข่ขาว น้ำปลา เนื่องจากอาจเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อที่บาดแผลได้
แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ควรได้รับการดูแลอย่างรวดเร็วและถูกต้องตั้งแต่ก่อนมาพบแพทย์ เพื่อลดโอกาสลุกลามและเกิดผลข้างเคียง หรือเกิดการติดเชื้อผิวหนัง นอกจากนี้ ผู้ป่วยยังมีโอกาสเกิดปัญหาอื่นๆ เช่น การสูญเสียน้ำและเกลือแร่ของร่างกาย การติดเชื้อ และการสูดดมควันไฟ เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน


