xs
xsm
sm
md
lg

ครั้งแรกในไทย “ดนตรีชาติพันธุ์” จากบนดอยสู่ใจกลางกรุงฯ ชมฟรีอาทิตย์นี้ที่สวนลุมพินี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ดนตรีในสวนสัปดาห์นี้พบกับ "ดนตรีชาติพันธุ์" ครั้งแรกในไทย นำดนตรีพื้นบ้านจากชาติพันธุ์บนดอย ผสมกับวงนิมมาน สตรีท ออร์เคสตรา ฝีมืออาจารย์มหาวิทยาลัยพายัพ พร้อมกับชิมอาหาร 10 เมนูชาติพันธุ์จากเชฟระดับมิชลินสตาร์ วันอาทิตย์นี้ (7 ส.ค.) 4 โมงเย็น ที่สวนลุมพินี

วันนี้ (6 ส.ค.) รายงานข่าวแจ้งว่า สภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (สชผ.) ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) กรุงเทพมหานคร และศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ (The Active) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) ร่วมมือกันจัดงานดนตรีในสวน ตอน “ดนตรีชาติพันธุ์” ในวันอาทิตย์ที่ 7 ส.ค. เวลา 16.00-19.00 น. ณ ศาลาภิรมย์ภักดี สวนลุมพินี กรุงเทพฯ นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่นำดนตรีพื้นบ้านจากชาติพันธุ์บนดอย คือ ลีซู ดาราอาง ปกาเกอะญอ รังสรรค์กับเพลงของชาวเล และผสมผสานกับวงออร์เคสตรา เป็น “ดนตรีชาติพันธุ์ในสวน”

ภายในงานจะพบกับวงดนตรีที่ชื่อว่า ‘นิมมาน สตรีท ออร์เคสตรา’ (Nimman Street Orchestra) ควบคุมวงโดย อาจารย์บฤงคพ วรอุไร อาจารย์ประจำภาควิชาดุริยศิลป์ มหาวิทยาลัยพายัพ โดยนำแรงบันดาลใจในการเล่าเรื่องผ่านเพลง คือ ปรากฏการณ์ข้าวแลกปลาของพี่น้องชาติพันธุ์บนดอยสูงกับพี่น้องชาวเล หาดราไวย์ จ.ภูเก็ต ความทุกข์ร้อนร่วมกันช่วงโควิด-19 ระบาด ทำให้พวกเขากลับไปสู่สายพานระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอีกครั้ง

อาจารย์บฤงคพกล่าวว่า ธรรมชาติของดนตรีพื้นบ้าน ดนตรีชนเผ่าจะมีความยืดหยุ่น ด้นสดไปตามสถานการณ์และบริบทอารมณ์ความรู้สึกของผู้เล่น ขณะที่วงออร์เคสตราเป็นการเล่นดนตรีที่มีโครงสร้างของโน้ตชัดเจน เพราะต้องขับเคลื่อนด้วยเครื่องดนตรีและผู้คนจำนวนมากไปพร้อมกัน ซึ่งวงนิมมาน สตรีท ออร์เคสตรา มีทั้งเครื่องดนตรีที่เป็นล้านนา เครื่องดนตรีสากล และเครื่องดนตรีไทยผสมกัน ดนตรีชาติพันธุ์ในสวนครั้งนี้จึงเป็นการมาเจอกันระหว่างทางของท่วงทำนองดนตรีที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงให้มีสุนทรียรส เพื่อให้คนเมือง คนกรุงเทพฯ และพี่น้องแรงงานชาติพันธุ์ที่เข้ามาทำงานในมหานครผ่อนคลาย และกลับไปสู่บรรยากาศของการอยู่ร่วมกัน การโอบอุ้มระหว่างกัน

ขณะที่ ผศ.สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ ศูนย์การจัดการภูมิวัฒนธรรม วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผู้ร่วมก่อตั้งโครงการข้าวแลกปลา กล่าวว่า จะนำเสนอสีสันทื่เป็นอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ และสีสันอันหลากหลายของดนตรี เพื่อสะท้อนการอยู่ร่วมกันในสังคมแบบพหุวัฒนธรรม เป็นเพลงเดียวกัน ท่วงทำนองเดียวกัน จังหวะเดียวกัน บรรเลงด้วยกัน ในพื้นที่เดียวกัน ดังนั้น ทำไมสังคมมนุษย์จะแบ่งปันพื้นที่ในการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมไม่ได้ อีกทั้งยังมีบทเพลงที่สื่อสารถึงเรื่องของสถานการณ์ปัญหาที่กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่กำลังเผชิญอยู่ว่าต้องการแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง เป็นทั้งคอนเซ็ปต์ดนตรีและเนื้อหาควบคู่กันไป แต่ทั้งหมดต้องการสื่อสารให้เห็นว่า ‘เราคือคนในสังคมเดียวกัน’ ไม่ว่าจะอยู่เมืองเล็กเมืองใหญ่ก็ตาม

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เช่น วงคลีโพ, เสียงสาละวิน และรำตง จากหมู่บ้านคลิตี้ล่าง จ.กาญจนบุรี รวมทั้งกิจกรรมชิมอาหาร 10 เมนูชาติพันธุ์จากเชฟชนเผ่าไททรงดำ มอญ ญัฮกูร โซ่ทวึง อูรักลาโว้ย มอแกลน ไทใหญ่ กะแย ปะโอ ลีซู ปกาเกอะญอ ปะทะอาหารชาติพันธุ์ฟิวชันจากเชฟมิชลินสตาร์ “เชฟโบ” ดวงพร ทรงวิศวะ ด้วย ผู้สนใจสามารถเข้าชมงานดนตรีในสวน ที่กรุงเทพฯ จัดขึ้นพร้อมกับหน่วยงานต่างๆ ได้ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ของกรุงเทพมหานคร เช่น รักษาระยะห่าง สวมหน้ากากตลอดเวลา และช่วยกันรักษาความสะอาดสถานที่จัดงานด้วย


กำลังโหลดความคิดเห็น