xs
xsm
sm
md
lg

ธนาธรด้อยค่ากรมหม่อนไหม งบ 560 ล้าน ทำไมต้องให้มากขนาดนี้ คนทำงานโต้ถูกตัดงบทุกปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วงการผ้าไหมไฟลุก “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า อ้าง “กรมหม่อนไหม” มีงบประมาณ 560 ล้าน ถามทำไมต้องให้มากขนาดนี้ คนทำงานตัวจริงโต้กลับ งบถูกตัดทุกปี คนทำงานกัดฟันดูแลเกษตรกร ชี้ อาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ไม่ใช่ได้แค่ผ้าไหม แต่ยังมีทั้ง​อาหาร​ ยารักษาโรค​ เครื่องสำอา​ง แถมช่วยชีวิตคนในห้องผ่าตัดยื้อจากความตาย

วันนี้ (13 ก.ค.) รายงานข่าวแจ้งว่า ในโซเชียลมีเดียมีการวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ เดอะโมเมนตัม ในตอนหนึ่งระบุว่า “หากจะแก้ปัญหาเรื่องการจัดสรรงบประมาณ ผมมองเป็นเรื่องยาก เพราะหลายปัญหา มันคงอยู่ด้วยอำนาจที่ค้ำยันมาอย่างแข็งแรงมาก ผมยกตัวอย่างสนุกๆ คุณรู้ไหมประเทศไทยมีส่วนราชการที่ชื่อว่า ‘กรมหม่อนไหม’ กรมนี้มีงบประมาณ 560 ล้าน คุณลองคิดแล้วหาคำตอบให้ผมทีว่าทำไมประเทศไทยต้องมีงบฯ ให้กรมหม่อนไหมมากขนาดนี้ ถ้าเทียบกับกรมปศุสัตว์ที่ดูแลทั้งหมู ม้า แกะ แพะ วัว นมวัว เนื้อวัว ไก่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับปากท้องของประชาชน แต่มีงบประมาณเพียง 5,840 ล้าน แต่กรมหม่อนไหม ได้รับงบประมาณมากกว่า 560 ล้านบาท แล้วหากคุณลองไปดูต่อก็จะพบว่ากรมหม่อนไหมนั้นไปส่งเสริมเชิงวัฒนธรรมให้กับคนบางกลุ่มได้ผลประโยชน์ อาจะไม่ใช่เชิงเศรษฐกิจ แต่ในเชิงของการสร้างอำนาจ กรมนี้จึงคงอยู่และได้งบประมาณสูงขนาดนี้”


ประโยคดังกล่าวทำให้วงการผ้าไหมเกิดความไม่พอใจ เนื่องจากนายธนาธรไม่เคยเห็นบทบาทหน้าที่ของกรมหม่อนไหมต่อเกษตรกร และไม่เคยรู้รายได้ของเกษตรกรที่เป็นผลพวงจากการดำเนินงานของชาวหม่อนไหม รวมถึงยังไม่เคยเห็นคนในกรมนี้ทำงานกันอย่างไร ถึงได้วิจารณ์กันเพียงนี้

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “สไปร์ท ณ วังหลัง” โพสต์ข้อความระบุว่า “ในฐานะคนทำผ้า และเชื่อว่าพี่น้องภาคอีสาน หรือเหนือเกินครึ่งที่ประกอบอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทอผ้า คงไม่พอใจในสิ่งที่คุณพูดออกมา กรมหม่อนไหมมีหน้าที่ความรับผิดชอบหลากหลาย ทั้งส่งเสริมสร้างงานสร้างอาชีพให้กับพี่น้องเกษตรกร ทั้งทางด้านวิจัย พัฒนาต่อยอด และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงจำเป็นที่ต้องใช้งบประมาณ คุณรู้ไหมว่าในแต่ละปี มีชาวบ้านมีอาชีพทอผ้าเลี้ยงไหม มีรายได้เลี้ยงปากท้องจากอาชีพนี้ภายใต้การส่งเสริมและรับซื้อสินค้าจากสมาชิก “ศิลปาชีพ” มากมายเพียงใด ชาวบ้านมีอยู่มีกิน เพราะกรมหม่อนไหมกี่หมื่นกี่แสนครัวเรือน ผมแนะนำคุณธนาธร ควรเก็บปากพล่อยๆ เอาไว้อมเหรียญตอนตายนะครับ เพราะผมเชื่ออย่างยิ่งว่า ถ้าชาวบ้านที่ประกอบอาชีพทอผ้า ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ภายใต้การสนับสนุนของกรมหม่อนไหม ได้เห็นในสิ่งที่คุณคิด เขาก็คงสาปแช่งคุณ คุณไม่เหมาะกับการเป็นผู้นำเลยแม้แต่น้อย ขออนุญาตใช้คำว่าความคิดชาติชั่วก็ว่าได้”


ขณะที่เฟซบุ๊ก “Katanyoo Tungmepol” โพสต์ข้อความระบุว่า “จากใจคนทำงานกรมหม่อนไหมถึงคุณธนาธร เมื่อวานได้ข่าวสะเทือนใจคนทำงาน ตอนแรกก็แชร์เพราะรู้สึกอยากระบายอยากให้เข้าใจ แต่พอมาคิดซักพักสิ่งที่เราทำมันเป็นการเพิ่มยอดแชร์ให้คนๆ นั้น ตัดสินใจลบ อย่าให้ค่าและราคาเขาอีกเลย (ขีดเส้นใต้ว่าตลอดกาล)

หน่วยงานเล็กๆ ที่มีหน้าที่ดูแลกลุ่มคนที่ไม่มีใครให้ความสนใจโดยเฉพาะจากนักการเมือง ถูกหยิบออกมาสร้างวาทกรรม เสียดสีหวังให้สะเทือน​ถึงดวงดาว จนลืมไปว่า สิ่งที่พูดนั้นมันทำให้เห็นถึงจิตใจ​ที่แท้จริงของผู้พูด หน่วยงานเล็กๆ ​ที่งบประมาณ​ถูกตัดลงทุกปีๆ มีคำอธิบายว่าต้องการให้เป็นหน่วยงานตัวอย่างที่ใช้งบน้อยแต่สามารถทำงานได้ คนทำงานกัดฟันตั้งใจทำงาน ใช้สรรพกำลังกาย​ ใจ​ สมอง ทำงานให้เต็มความสามารถ เพราะเราจะไม่ทอดทิ้งเกษตรกรแม้แต่คนเดียวให้อยู่เพียงลำพัง ไม่ใช่แต่การอนุรักษ์​วัฒนธรรม แต่เป็นการรักษาสมบัติภูมิปัญญาของชาติ ที่เกี่ยวพัน​ไปถึงหลากหลายมิติ ให้มีอยู่มีกินมีรายได้

แม่ๆ ป้าๆ ​บอกเราเสมอว่า ที่มีอยู่มีกินมีเงินส่งลูกเรียนสูงๆ ล้วนมาจากผ้าไหมผืนงามที่ทอขึ้นมา อาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ไม่ใช่ได้แค่ผ้าไหม แต่ยังมีทั้ง​อาหาร​ ยารักษาโรค​ เครื่องสำอา​ง​ประทินผิว และอื่นๆ อีกมากมาย ที่นำมาซึ่งรายได้ของคนที่เป็นเกษตรกร​ ไปจนถึงการสร้างรายได้และสร้างอาชีพให้กับคนในเรือนจำ และเส้นไหมเล็กๆ นี่แหละที่ช่วยชีวิตคนในห้องผ่าตัดยื้อชีวิตจากความตาย!

หน่วยงานนี้มีมาตั้ง​ 100​ ​ปี ถูกยุบบ้างพองบ้างตามการเมือง แต่งานก็ยังคงทำอยู่ไม่เคยเกี่ยงงอนใดๆ การทำงานท่ามกลางความขาดแคลน ต้องใช้หัวใจและกำลังใจในการทำ หลายครั้งควักไส้ควักพุงควักหัวใจตัวเองด้วยความเต็มใจ ออกไปทำงานออกไปสอนชาวบ้าน แค่อยากให้เขามีความรู้มีชีวิตที่เป็นอยู่ดีขึ้น

นักการเมืองนักธุรกิจ คงไม่เคยรู้ ... เบื้องหลังผ้าไหมผืนงามที่สวมใส่ประดับบารมี​ มีความหวังมีความตั้งใจของหลายๆ ชีวิตอยู่ในนั้น ชีวิตเล็กๆ​ ที่มักจะถูกหยิบยกมาสร้างวาทกรรมต่างๆ​ นานา และสัญญา​ว่าจะทำให้คนรากหญ้ามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เราเชื่อว่าเขามีความเก่งมีความสามารถ ถ้าเขาเอามาช่วยพัฒนาให้มันดีขึ้นมันต้องดีอย่างมากมายมหาศาล ดีกว่าการพูดเพื่อให้้เกิดผลสัมฤทธิ์​บนความแตกแยก

แม้ว่าในใจมีคำพูดเป็นล้านๆ คำ แต่ก็ช่างแมร่งมันเถอะ ทำงานของตัวเองไปให้ดีที่สุดและเราเชื่อว่าพี่น้องในกรมของเราก็คิดแบบเดียวกัน กรมที่ฉันอยู่ชื่อ ​“กรมหม่อนไหม” เป็นหน่วยงานที่แทบจะไม่มีการเปิดสอนวิชาใดๆ ที่เกี่ยวข้อง ทุกคนต้องมาเรียนรู้ด้วยตัวเอง วิจัยและพัฒนา​ให้มันดีขึ้น นักวิชาการเกษตรที่ต้องปลูกหม่อนเลี้ยงไหม​ ปรับปรุงพันธุ์​ ​สาวไหม​ ย้อมสี​ ทอผ้า​และแปรรูปเป็น!​ ทั้งๆ ที่จบเกษตรแต่ต้องมีความรู้ทั้งทางสิ่งทอ​ อาหาร​ วิศวกรรม​ อุตสาหกรรม​ ไปจนถึงการแพทย์!

ผ้าไหมผืนหนึ่งหาใช่แค่ถักทอเส้นใย หากแต่ถักทอชีวิตและความเป็นอยู่ของคนที่เป็นประชาชนเข้าไปด้วย”


อนึ่ง กรมหม่อนไหมจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2552 ตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถือเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบด้านการส่งเสริม วิจัย และพัฒนาหม่อนไหมทั้งระบบ รวมถึงการอนุรักษ์ สืบสานศิลปหัตถกรรมและภูมิปัญญาไหมให้คงอยู่คู่ประเทศไทย ถือเป็นกรมลำดับที่ 14 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์