xs
xsm
sm
md
lg

กว่า 19 ชั่วโมง จากงานร้อนสู่ซิงเกิลโฆษณายอดฮิต เปิดใจทีมทำเพลง Kit Music

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เนื่องด้วยการเจรจาลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดศึกฟุตบอลยูโร 2020 ที่เป็นไปอย่างฉุกละหุก เฉกเช่นเดียวกับการได้รับติดต่อมาให้ทำงานเพลงโฆษณาจากผู้สนับสนุนดังกล่าวแบบเร่งด่วนเช่นเดียวกัน นั่นจึงทำให้ ค่ายเพลงเล็กๆ อย่าง Kit Music ที่มีขุนพลทีมงาน ได้แก่ ปอ-ณัฐภูมิ รัฐชยากร กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทนิวสเปคทีฟ และ Executive Producer, แบงค์-จุฑาคุณ รังสรรค์ Music Producer และ ต้น-ไตรสิทธิ์ มีสมศัพย์ ศิลปินและนักแต่งเพลง ตรากตรำทำงานร้อนชิ้นนี้ และกว่า 19 ชั่วโมง ที่พวกเขาทุ่มทุนนี้ ก็ได้ส่งผลต่อตัวผลงานที่คุ้มค่าอย่าง เพราะกลายเป็นซิงเกิลยอดฮิตในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ มากกว่าเพลงประจำอย่างทางการของศึกยูโร 2020 เป็นที่เรียบร้อยเสียด้วยซ้ำ


ที่มาของซิงเกิล ‘เชียร์ยูโร’ มันเริ่มมาจากอะไรครับ

ณัฐภูมิ : ผมได้รับโทรศัพท์จากทางแอโร่ซอฟ ตอน 2 ทุ่ม ของวันที่ 10 มิถุนา แล้วทางลูกค้าก็เล่าเรื่องให้ฟังว่า ทางแบรนด์สินค้า อาจจะทำการดีลลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลยูโร เพื่อเอามาฉายให้คนไทย เพราะมันยังมีปัญหาว่า ยังไม่สามารถเอาใครมาได้ ก็เลยได้รับโจทย์ว่า เตรียมทำเพลงโฆษณาให้กับทางแอโร่ซอฟ ซึ่งทางลูกค้าก็ให้เวลาผมอยู่ 10 นาที ในการเตรียมตัวว่าจะเสนออะไร ซึ่งพอเวลาผ่านไป ลูกค้าอีกท่านซึ่งเป็นระดับผู้บริหารที่เคาะได้ ก็มาฟังการพรีเซนต์ แล้วก็ไฟเขียวให้ทำ

ทีนี้ผมก็ย่อยคำจากเรื่องราวที่เขาเล่าให้ฟังว่า ฟุตบอลยูโร และเป็นเรื่อง ความทุ่มเทของทางแอโร่ซอฟที่อยากจะคืนความสุขให้คนไทย ผมก็ได้คำหลักคำแรกมาว่า ‘แอโร่ซอฟ’ทุ่มเทเพื่อคนไทย’ แล้วก็ขายแกนโฆษณาอันนี้ให้ลูกค้า เขาก็ตอบตกลง แล้วเขาก็ถามผมว่า แล้วจะทำหนังโฆษณาเป็นยังไง ผมก็ตอบกลับไปว่า ถ้าเสนอกันง่ายๆ ผมแนะนำว่าให้ทำเป็นเพลง ซึ่งเขาก็เห็นด้วย แล้วเขาก็ถามต่ออีกว่า เป็นเพลงแนวไหน ผมก็ตอบว่า ในความคิดผม แบรนด์นี้เป็นแบรนด์มหาชน เป็นแบรนด์ที่คนทั้งประเทศ ใช้ใส่แล้วก็รู้จัก ก็เลยเสนอว่า ก็คงหนีไม่พ้นจังหวะสามช่า เพราะจังหวะนี้มันอยู่ในเมืองไทยอยู่แล้วครับ มันก็เหมือนกับว่า ถ้าเป็นลาติน ก็เป็นอีกแบบนึง สามช่าก็ต้องเป็นคนไทย ลูกค้าก็ดูแบบที่ผมส่งให้ แล้วก็อนุมัติว่า ตกลงใช้แกนนี้ แอโร่ซอฟทุ่มเทให้คนไทย ใช้เพลงในการทำหนังโฆษณา และอนุมัติให้ทำแบบสามช่า ซึ่งอันนี้ก็เลยเป็นที่มาของเพลงครับ


ตามหลักปกติแล้ว เวลาในการดีลงานกับลูกค้ามักจะใช้เวลาพอสมควร แต่งานชิ้นนี้ ทำไมถึงได้ตกลงในระยะเวลาอันสั้นครับ

ณัฐภูมิ : ด้วยความที่สถานการณ์เรื่องราวมันสั้น เพราะว่า เขาก็เพิ่งทำการดีลในเรื่องลิขสิทธิ์ เผลอๆ ในระหว่างการทำงานโฆษณา เขาก็คงอาจจะกำลังทำการดีลอยู่น่ะครับ มันเลยสั้นมากแล้วก็ขายเร็วมาก เป็นการตัดสินใจที่รวดเร็วเพื่อคนไทย ก็เลยไม่ได้เป็นโปรเจกต์ยาวนานครับผม เหมือนกันทางฝั่งนั้นก็รีบ และทำให้ฝั่งเราก็รีบไม่ต่างกัน ซึ่งเราก็ไม่ได้รู้ตัวมาก่อนว่ามีการดีลนะครับ พอเราฟังเรื่องราว เราก็พร้อมอยู่แล้วครับ เพราะว่ามันก็เป็นอะไรที่ดีต่อคนไทยน่ะครับ ได้ดูฟุตบอล เพราะคนไทยก็กำลังเครียดๆ จากหลายๆ เรื่องน่ะครับ ก็เลยค่อนข้างฮึกเหิมที่จะทำโปรเจกต์นี้ครับ

ทราบมาว่าซิงเกิลนี้ ถือว่าเป็น ‘งานร้อน’ อีกชิ้นหนึ่ง ถือว่าเป็นความท้าทายในการทำงานส่วนตัวของทางทีมด้วยมั้ยครับ

ไตรสิทธิ์ : ตอนแรกสุด คุณปอเขาส่งข้อความทางไลน์มาบอกก่อนนะครับว่า อาจจะมีงานใหญ่ งานด่วน อะไรอย่างงี้ครับ ซึ่งทางผมก็ยังไม่รู้นะครับว่าเป็นงานอะไร จนกระทั่งตอนตีสอง คุณปอเขาก็โทรศัพท์มาหาเลย ซึ่งตอนนั้นผมก็ยังมึนๆ อยู่นะครับ ซึ่งพอเขาโทรมา เขาก็บอกว่า มีงานด่วนงานเร่ง ซึ่งเอาจริงๆ ผมก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นลักษณะด่วนแบบนี้ ผมก็เลยถามกลับไปว่า มันเป็นงานอะไร เขาก็บอกว่าเป็นงานเพลงของศึกยูโร 2020 ผมก็ตกใจเลย เพราะว่ามันเป็นงานใหญ่มาก แล้วด้วยเป็นสเกลขนาดนี้ เราก็ต้องส่งไปให้เขาให้ผ่าน ซึ่งมันก็ท้าทายมาก ผมถามคุณปอกลับไปอีกครั้งว่า เอาเร็วแค่ไหน ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ ก็คือเอาเร็วที่สุด เร็วแค่ไหนส่งมาเลย ตอนนี้เลย ผมก็เลยงั้นก็ไม่ต้องนอนแล้ว (หัวเราะ) ก็เลยทำงานเลย

แล้วถามคอนเซปต์ก่อนว่าต้องการอะไรบ้าง เขาก็บอกว่า มีเรื่องลิขสิทธิ์มาให้คนไทย เรื่องที่ให้กำลังใจคนในช่วงโควิด เรื่องลิขสิทธิ์ที่ซื้อมาถ่ายทอดให้คนไทยและชื่อแบรนด์สินค้าที่ต้องติดหู พอโจทย์มาครบ ผมก็ต้องมานั่งคิดแล้ว แล้วพอให้โจทย์มาเป็นดนตรีสามช่า ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว เราไม่ได้ถนัดแนวนี้ ซึ่งมันก็ท้าทายผมอีก ที่ทำแต่เพลงที่ไม่เคยทำมาก่อน ก็มาเริ่มคิดงาน แต่ตอนแรกก็ยังคิดไม่ออก เพราะมีทั้งต้องส่งลูกค้า แถมเวลาก็เร่ง ก็ทำใจสบายๆ เดินไปเดินมา หาอะไรมาเขียนๆ ลองเขียนอยู่หลายครั้ง แต่ยังไม่เวิร์กเท่าไหร่ จนกระทั่งมาสะดุดกับประโยคที่ว่า “แอโร่ซอฟ ขอขอบคุณคนไทย” มันลงกันพอดี ซึ่งตอนหลังก็เปลี่ยนมาเป็นทุ่มเท ผมก็ไล่เขียน ค่อยๆ ไล่มาทีละจุด ตั้งแต่ ชื่อแบรนด์สินค้า ขอขอบคุณ โควิด-19 ลิขสิทธิ์ จากนั้นก็หาจังหวะของเพลง ที่มีจังหวะช้า จังหวะเร่ง ซึ่งภายใน 1 นาที ต้องพยายามเขียนให้ครบทุกอย่าง ก็น่าสนใจและท้าทายมากครับ

แล้วจุดที่ท้าทายอีกอย่างคือ ช่วงจังหวะขึ้นน่ะครับ ว่าจะขึ้นยังไงให้มันเกิดแบบเพลงเชียร์ ฟังแล้วทุกคนครึกครื้น ฉะนั้น ผมก็คิดทำนองได้ แต่ยังไม่ใช้คำว่า ‘เชียร์ยูโร’ ก็ส่งไปให้เขาเลย พอเสร็จครบทุกอย่าง ผมก็อัดกีต้าร์ ร้องเพลง แล้วก็ส่งกลับไปให้คุณปอ ตอนประมาณตีสามครึ่ง แต่ตอนเขียนเนื้อเพลง ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เพราะว่า 1 ชั่วโมงแรก ยังคิดอะไรไม่ออกและหาวัตถุดิบอยู่

ปอ-ณัฐภูมิ รัฐชยากร กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัทนิวสเปคทีฟ และ Executive Producer KIT MUSIC
แล้วในภาคของคนร้อง ทำไมถึงต้องเป็น ‘พลพล’ ครับ

ณัฐภูมิ : ต้องเล่าเพิ่มอีกนิดนึงครับว่า ตอนที่คุณต้นร้องมาให้ฟังแบบดิบๆ เลย แล้วในเวลาโปรเจกต์โฆษณาก็จะมีการนำเสนอลุกค้า ผมก็คุยกับน้องแบงค์ และทำการแสตนด์บาย เขาไว้แล้วว่า จะต้องทำเดโม่ที่โอเค เพื่อส่งลูกค้าตอน 8 โมงครึ่ง ซึ่งจริงๆ แล้ว ผมหลอกเขาว่าส่งตอน 8 โมง ทีนี้ มันก็มีจุดนิดนึงตรงที่ว่า ช่วงที่คุณต้นเขาส่งมา ผมก็หลับ แล้วไม่ได้รับ แล้วก็ตื่น เพราะว่ายังกังวล ซึ่งตื่นมาจริงๆ ก็ ตอน ตี 3 ตี 4 จากนั้นก็มาถอดเนื้อ แล้วก็เปลี่ยนท่อนสร้อยของเพลงวเป็น ‘เชียร์ยูโร แอโรซอฟ’ เพราะว่าเมโลดี้มันลงพอดี และเป็นคำขาย จากนั่นก็ส่งให้น้องแบงค์ ตอนตี 5 แล้วน้องแบงค์ก็รับเอาวัตถุดิบทั้งหมด เอาไปยำต่อเป็นภาคดนตรีครับ

จุฑาคุณ : พอพี่ปอส่งทุกอย่างมาให้แล้วใช่มั้ยครับ ซึ่งตอนนั้นผมก็ยังไม่ตื่นดี เพราะคุยกันครั้งล่าสุดก็ตอนตีสองกว่าๆ แล้วไปนอน มาเจอกันอีกทีก็ต้องที่พี่ต้นส่งมาแล้ว ซึ่งพอได้เพลงปุ๊บ พี่ปอแกขอเลยว่า ขอดราฟแรก เพื่อที่จะไปเสนอลูกค้า ซึ่งต้องมให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด ผมก็ต้องรีบเคลียร์เดี๋ยวนั้นเลย ซึ่งพอเราได้ยินกีต้าร์และเนื้อจากพี่ต้น บอกเลยยครับว่ากุมขมับเลย ว่าจะเอายังไงต่อดี ซึ่งก็ตามที่บรีฟไว้นั่นแหละครับ แต่คิดว่าเอายังไงดี และเข้าถึงง่ายที่สุด ผมก็เลยทำแพตเทิร์นกลองขึ้นมา ก็เลยคุยกับทีม และให้ทีมทำเพลงช่วยทำ ให้เกิดเสียงจังหวะกลองขึ้นมา คือแค่ดอกขึ้นม็โอเคแล้ว ยังไงคนไทยก็เข้าถึงง่าย ซึ่งผมคิดอย่างเดียวเลยว่า ทำยังไงก็ได้ให้มันง่าย และส่งให้ด่วนที่สุด ไม่ต้องคิดเยอะและซับซ้อน คิดแบบว่าทำออกมาดูสะดวกที่สุด ซึ่งตอนที่ส่งไปให้พี่ปอ ก็มีเสียงผมร้องเป็นเดโม่ พอส่งไปแล้ว พี่ปอก็ไปทำต่อ จนกระทั่งประมาณ 10 โมง พี่ปอก็โทรกลับมาหาผมว่า โอเค ผ่านแล้วลุยต่อเลย ซึ่งต่อมาก็ต้องหานักร้องแล้ว

ณัฐภูมิ : จากนั้น พอเราคุยกับลูกค้าจบแล้ว ช่วงที่หานักร้องมาร้องประกอบ ก็มีการถามเหมือนกันครับว่าจะเอาใครร้อง ผมเลยบอกว่ามีชอยส์เดียว คือพี่พลพล เหตุผลก็คือว่า พี่เขาที่คนส่วนมากรู้จัก มหาชนมากๆ เลยติดต่อพี่เขาไป แต่แกยังไม่ตื่น ก็ได้ประมาณ 11 โมงครึ่ง ก็ได้คุยกัน พี่เขาตอบตกลงว่าจะร่วมโปรเจกต์นี้ เพราะแกก็มองว่าการไปซื้อลิขสิทธิ์ก็เป็นเรื่องที่ดี ก็เลยดีลกันได้ลงตัว อีกทั้งได้รู้จักพี่เขาส่วนหนึ่งด้วย แกก็เลยตอบรับ จนเราถามว่าพี่พลสะดวกร้องตอนไหนครับ พี่เขาก็ถามกลับว่า อีก 2-3 วันใช่มั้ยครับ ผมก็ตอบว่า ไม่ใช่ครับ วันนี้เลยครับ แกก็ตกใจ แต่แกก็กรุณาเคลียร์คิว แล้วแกก็มาเลยครับ เราก็ทำการนัดกันตอนบ่ายโมง สี่สิบห้า ที่ห้องอัดทาวน์อินทาวน์ แต่ตอนที่คุยกันจบจริงๆ ก็ประมาณเที่ยงกว่าแล้วครับ เพราะในช่วงเวลาที่บอกไปก่อนหน้านั้น เหมือนกับเราได้คุยเจรจากันนิดหน่อยน่ะครับ ผมก็วิ่งไปดูน้อง ซึ่งแกก็กรุณาแล้วบอกว่า ไม่เคยร้องแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน

อย่างมีช่วงหนึ่งของคลิปโหษณามีการถ่ายตอนอัดเสียงด้วย เรียกว่าทำงานแบบขนานกันด้วยมั้ยครับ


ณัฐภูมิ : ใช่ครับ หลังจากที่ได้ฟังเดโม่ตอนช่วง 8 โมง ผมก็ทำงานขนานด้วยการเขียนบท TVC ขึ้นมาเลยครับ โดยเอาเนื้อเพลงและภาพมาแมตซ์กัน ซึ่งมีการคิดในสมองแล้วว่า โอเคเสียงแบบนี้ ภาพควรเป็นแบบไหน แล้วก็มาเขียนไกด์ มา reference แล้วที่สำคัญคือ หารูปผลิตภัณฑ์สินค้ากับทางลูกค้า ซิ่งทางเขาก็ส่งมาพอดี ตอนช่วง 10 โมงเช้า พอได้ครับทุกอย่างแล้ว ผมก็ทำการส่งไปที่ทางน้องฝ่ายตัดต่อ ซึ่งน้องเขาก็ตื่นมาทำให้ตอน 11 โมงกว่า พอเขาเห็นที่ผมทำแล้ว ก็ดำเนินหาฟุตเทจ แล้วก็เรียงเป็นเรื่องราวขึ้นมา ผมก็ทำการสแตนด์บาย รอเสียงให้เรียบร้อย คือเดินทางมาคู่กัน แล้วก็ไปชนกันที่บ่ายสองโมงครึ่ง พี่พลพลร้องเสร็จ แล้วน้องแบงค์เขาทำเพลงแบบเวอร์ชั่นไฟนอล แล้วภาพมันก็เรียงไป จากนั้นก็ทำการรวมทั้งหมด และส่งให้ทางช่องเพื่อออกอากาศ ประมาณบ่ายสามโมง รวมเวลาทั้งหมดก็ใช้เวลาประมาณ 19 ชั่วโมง

แล้วในที่สุด ซิงเกิลนี้ ก็สามารถสร้างเป็นปรากฎการณ์ทั้งในตอนนี้ และ อนาคตที่จะถูกพุดถึงแน่ๆ โดยส่วนตัวแต่ละคน ถือว่ารู้สึกยังไงบ้างครับ


ไตรสิทธิ์ : เอาจริงๆ ก็รู้สึกดีใจมากครับ เพราะว่า เราเคยมีความฝันกับปอไว้นานแล้วว่า เราน่าจะมีซักเพลงหนึ่งที่เขียน หรือ ทำเพลงให้ค่ายแล้วดังซักเพลง จนมาโดนกับเพลงนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ผมก็เขียนเพลงมาหลายเพลงอยู่ แต่ยังไม่ปังเท่าไหร่ ยังไม่มีคนฟังเยอะเท่าไหร่ จนกระทั่งมาซิงเกิลนี้ ซึ่งมันเกินความคาดหมายไปเยอะเลยครับ ไม่คิดเหมิอนกันว่าจะเป็นกระแสมากมายขนาดนี้ ก็รู้สึกดีใจเหมือนกันครับว่า ครั้งหนึ่งเพลงที่เรามีชื่อเป็นคนเขียนเพลงจนมันดังขนาดนี้ ก็ภูมิใจมากครับ

จุฑาคุณ : ผมก็รู้สึกดีใจเหมือนกับพี่ต้นครับ แล้วเหมือนรู้อะไรบางอย่างว่า จริงๆ แล้ว คนไทยเป็นคนที่อารมณ์ดีนะ เป็นคนที่สนุกสนาน ชอบอะไรแบบนี้ แล้วเราก็ภูมิใจว่า ในช่วงนี้เราเจอสถานการณ์โควิดด้วย แล้วเจอเรื่องเครียดๆ ด้วย มันทำให้กระแสที่ทำให้คนพูดถึงเพลงนี้ รวมถึงการหยอกล้ออะไรต่างๆ ด้วย มันทำให้คนมีความสุข หรือว่า มีความสนุกขึ้น ผมก็ดีใจครับ แล้วก็ดีใจที่ได้ร่วมงานกับพี่ๆ ที่มีความสามารถ ก็เลยรู้สึกว่าดีใจมากๆ ครับ

ณัฐภูมิ : ผมก็รู้สึกขอบคุณคนไทย แล้วก็เรียนตามตรงว่า เราทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แล้วก็ไม่ได้คาดหวังว่าผลลัพธ์มันจะเป็นยังไงนะครับ มันทั้งไม่มีเวลาคิดว่ามันจะเป็นยังไง เหมือนเราทำงานให้ดีที่สุด ผมยกตัวอย่างทั้งสองท่านในทีมว่า เราก็เหมือนกับคนที่เขาให้ยิงปืนให้ตรง ให้เล็งให้ถูก แล้วเราทั้งสามเหมือนได้ทำหน้าที่ ทุกคอมเมนต์ในโซเชียลมีเดีย ที่พูดถึงเรา เราอ่านหมด เราก็น้อมรับทุกคำแนะนำนะครับ แล้วจะนำมาปรับปรุง ดีใจ แล้วก็อยากจะขอฝากค่ายเพลง Kit Music ให้กับทุกคนด้วยครับ

แบงค์-จุฑาคุณ รังสรรค์ Music Producer
มีความกังวลไหมเรื่องกระแสตอบรับมั้ยครับ เพราะเป็นมหกรรมกีฬาที่คนรอดูเยอะมากและทั้งการถ่ายทอดก็มีโฆษณาแค่ตัวเดียว

ไตรสิทธิ์ : ตอนที่รับงานมาในตอนแรก บอกตรงๆ เลยว่า ค่อนข้างกังวลมากครับ เพราะว่ามันเป็นรายการฟุตบอลที่คนทั้งประเทศดูทางทีวี มันเป็นสเกลใหญ่มาก เอาจริงๆ ก็ไม่เคยมีประสบการณ์นี้มาก่อน แต่พอได้รับมอบหมายหน้าที่ แถมเพื่อนยังไว้ใจเรา ก็ต้องพยายามทำให้ดีที่สุดละครับ แล้วก็ต้องขอบคุณเขาด้วย ที่เขาอุตส่าห์ให้ความมั่นใจกับเรา แล้วก็เต็มที่ครับ ก็พยายามคิดตามคอนเซปต์ที่เขาให้มาครับ ตอนนั้น แค่อยากจะให้มันผ่าน แล้วเขาชอบกับสิ่งที่ผมทำไป ถ้าเขาอนุมัติผ่านก็โอเคแล้ว

จุฑาคุณ : คือผมกับพี่ปอ ก็เคยรับทำงานทำเพลงโฆษณาด้วย ถ้าคิดในมุมของธุรกิจโฆษณา ก็ถือว่าตอบโจทย์ทุกอย่าง เพราะพอผมเห็นเนื้อร้อง ก็คิดในใจเลยว่า มันครบองค์ประกอบ เราทำยังไงก็ได้ให้ถึงคนได้ง่ายที่สุด ซึ่งอย่างที่พี่ต้นบอกคือ มันเป็นมหกรรมงานใหญ่ แต่ผมมองว่างานโฆษณา เราต้องทำให้มันครบองค์ที่สุด แล้วก็ให้ลูกค้าโอเคที่สุด แล้วก็มองว่า การที่เราทำเพลงแนวสามช่า หรือว่า ทำอะไรไป มันเหมือนสังคมไทยเขาชอบความสนุกสนานใช่มั้ยครับ ซึ่งตอนแรกจะไปอีกแบบ แต่ผมมองว่าต้องมาแบบนี้แหละ ผมก็เลยมุ่งทำ แล้วก็ทำให้ดีที่สุด ซึ่งผมไม่คิดว่ากระแสมันจะมาขนาดนี้

อย่างหลายๆ คอมเมนท์ที่บอกว่า ‘ติดหู ช่วยผมด้วย เอาไม่ออก’ ณ ตอนนี้ มาช่วยผมก่อนครับ (หัวเราะ) เพราะว่าเราเป็นคนสุดท้ายที่ทำมาสเตอร์ ซึ่งการทำมาสเตอร์นั้น มันจะต้องทำเป็นร้อยรอบ ก่อนที่จะส่งไป แล้วตอนทำ เราก็ฟังไป ทำธุระอื่นไปด้วย ก็เช็คไปด้วยว่ามันผิดพลาดตรงไหนมั้ย อะไรอย่างงี้ จนพอฟังแล้วเอาไม่ออก ผมถือว่าโอเคเลย แล้วก็มีท่อนที่ว่า ‘เชียร์ยูโร แอโรซอฟ’ ผมว่าโอเคเลย ยังไงก็มา มาแน่ๆ ขนาดผมนี่ยังแย่ ยังติดหูจนทุกวันนี้เลย พี่ปอบอกว่า โอเคงานจบเรียบร้อย ไปพักผ่อนได้ ขณะที่นอน ก็ยังนึกถึงสิ่งที่ตัวเองทำเพลงออกมาเลยครับ แต่ผมถือว่าโอเค เป็นอะไรที่ดีครับ

ณัฐภูมิ : ผมไม่มีความกังวลใดๆ ตั้งแต่ตอนที่ทางลูกค้าโทรมาบรีฟแล้วครับ เพราะผมมี mindset และคิดว่า ผมอยากจะขอบคุณทางแอโร่ซอฟมากกว่าที่เขาไปเอาลิขสิทธิ์นี้มาให้เราดู บ้านเมืองมันกำลังเครียดๆ น่ะครับ แล้วก็มันเป็นจังหวะที่ถูกต้องเหมาะสมพอดีที่คนไทยได้ผ่อนคลายบ้าง หายเครียดบ้าง แม้ว่าสถานการณ์ยังครึ่งๆ กลางๆ แต่ตรงนี้มันก็เหมือนน้ำหล่อเลี้ยงให้คนไทยมีความสุข โดยส่วนตัวผมคิดว่า ไม่ได้กังวลใดๆ ในกระแสตอบรับเลยครับ ก็เลยทำงานด้วย mindset นี้มาตลอดครับผม

แต่พอผลตอบรับที่เกินคาดมากๆ ก็ถือว่าเป็นหมุดหมายในชีวิตการทำงานของทั้งสามคนด้วย

ทั้งสามคน : ใช่ครับ เกินความคาดหวังไปเยอะครับ

 ต้น-ไตรสิทธิ์ มีสมศัพย์ ศิลปินและนักแต่งเพลง
สมมติว่าถ้าต้องทำงานท้าทายความสามารถแบบนี้อีก อยากทำเพลงแนวไหนและมีโจทย์เกี่ยวกับอะไร

ณัฐภูมิ : ถ้าโจทย์เป็นแบบนี้เลย ผมคงไม่ทำแล้วครับในชีวิตนี้ ผมขอทำครั้งเดียวครับ ถามว่าทำไมไม่ทำแล้ว เพราะว่าโปรเจกต์นี้ในความคิดของผม มันเป็นโปรเจกต์พิเศษที่ไม่ใช่การแต่งเพลงโฆษณาธรรมดา ใน mindset คือผมรู้สึกว่า ผมอยากขอบคุณเขาที่ซื้อมาให้คนไทยทั้งประเทศมากกว่า เพราฉะนั้น ผมก็เลยไม่ได้คิดเรื่องทางเศรษฐกิจ หรือคาดหวังอะไร เราก็แค่อยากตอบแทนเขา อันนี้คือหัวใจหลัก แล้วมันก็กลับมาว่า ถ้ามีโปรเจกต์นี้อีกจะทำมั้ย ผมบอกเลยว่าให้มาพันล้านก็ไม่ทำแล้ว เพราะว่าความรู้สึกหรือเรื่องราวมันไม่ใช่แล้วครับ หรือต่อให้ไม่ใช่เรื่องราวแบบนี้ ก็ไม่รับอยู่ดีนะ (หัวเราะเบาๆ)

จุฑาคุณ : อย่างที่พี่ปอบอกครับ โจทย์แบบนี้ มันก็ท้าทายครับ แล้วก็ เราก็ได้ผ่านจุดที่ท้าทายที่สุดในชีวิตมา ซึ่งถ้ามีอีก ขอเวลานิดนึง แค่นั้นเองครับ ขอหายใจซักนิดนึง เพราะทุกคนในทีมคือเหนื่อยมาก ผมเข้าใจเลย โดยเฉพาะพี่ปอที่ต้องวิ่งทั้งสามขา คือสัมภาษณ์ด้วย คุยกับลูกค้าด้วย แล้วก็มาดูแลในเรื่องเพลงอีก ซึ่งมันเหนื่อยมาก แล้วผมกับพี่ต้น ก็คอยมาทำเพลงตลอด ก็นั่งทำงานไป มือนึงนั่งทำงาน อีกมือก็รับโทรศัพท์ มันก็เหนื่อยพอสมควร ผมว่าพวกเราสามคนกอดคอไป แล้วก็ทำให้งานประสบความสำเร็จได้ดีครับ ผมรู้สึกว่าโอเคแล้วครับ

อย่างงานที่พี่ปอรับ ถ้างานที่พี่เขารู้สึกว่ามันได้มันโดน มันจะมีคำพูดของพี่ปออยู่คำนึง ต่อให้มันยากยังไง ก็คือ “มึงทำได้” ซึ่งผมจะได้ยินประจำจากแกเวลาที่ทำงานในแต่ละครั้งครับ ซึ่งแกก็ดูด้วยนะครับว่าในแต่ละชิ้นงานมันควรมั้ย ต่อให้ทำทันหรือไม่ทันยังไง ก็มีคำๆ นี้ มาก่อนตลอด

ไตรสิทธิ์ : สำหรับผม เอาจริงๆ คือแล้วแต่เลยครับ ถ้าเกิดมีงานมา แล้วผมพอไปด้ ก็รับได้ครับ ผมไม่ได้มีปัญหา เพียงแต่ว่าถ้ามีเวลาให้คิดมากกว่านี้ มันน่าจะดีกว่านี้ แต่ก็ดูด้วยครับว่าเราทำได้หรือเปล่า

ในมุมมองของทั้งสามคน คิดว่าทีมไหนจะคว้าแชมป์ยูโรในครั้งนี้ เพราะอะไรครับ


ไตรสิทธิ์ : ตามความคิดผม ครั้งนี้ฝรั่งเศสดูพร้อมมากๆ ถ้าดูตามฟอร์มของผู้เล่นแต่ละคนที่ค่อนข้างพีคอยู่ ผมว่าโอกาสที่ทีม โดยเฉพาะก็องเต้ ถ้ามีเขาตัดเกม โอกาสที่คู่ต่อสู้ทำเกมได้ค่อนข้างจะลำบาก แล้วมีเอ็มปั๊บเป้ที่เป็นกองหน้าที่มีความเร็วแล้ว ผมว่าปีนี้ฝรั่งเศสมีโอกาสสูงที่จะได้แชมป์ครับ ผมฟันธงเลย

จุฑาคุณ : ผมมองว่าเบลเยียม เพราะปีนี้พวกเขาเตรียมทีมมาดีพอสมควร แล้วลูกากูก็อยู่ในฟอร์มที่กำลังเข้าฝัก แล้วก็มี เดอ บรอยน์ คือทีมเขาไม่ได้หวือหวามาก ผมมองว่าเขาเล่นฟุตบอลเป็นทีมมากกว่า น่าจะมีสิทธิ์ถึงแชมป์ครับ

ณัฐภูมิ : ผมแทงสวนว่าเป็น สวิสเซอร์แลนด์ ครับ เพราะผมเชียร์มวยรองครับ (หัวเราะ)


เรื่อง : สรวัจน์ ศิลปโรจนพาณิช
ภาพ : Kit Music



กำลังโหลดความคิดเห็น...