xs
xsm
sm
md
lg

ภารกิจ “เล็ก ฝันเด่น” จับมือกู้ภัย-นักดับเพลิง ส่งข้าวกล่อง “ใจถึงใจ” สู่ชุมชนกลุ่มเปราะบาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



มาดูภารกิจ “ฝันเด่น จรรยาธนากร” จับมือกู้ภัย-นักดับเพลิง ทำโรงครัวเคลื่อนที่ ส่งข้าวกล่อง “ใจถึงใจ” สู่ชุมชนกลุ่มเปราะบางผู้ได้รับผลกระทบตรงจากโควิด-19


รายงานพิเศษ

“เราลองตั้งสมมติฐานว่า ชุมชนหนึ่งมีประมาณ 100 ครอบครัว คิดคร่าวๆว่าครอบครัวหนึ่งมี 3 คน ก็เท่ากับข้าว 300 กล่องต่อมื้อ และลองคิดต่อว่า ข้าว 1 กล่อง ถ้าเขาต้องไปซื้อกิน กับข้าว 2 อย่าง ก็ประมาณ 40 บาท ครอบครัวหนึ่งมี 3 คน ก็เท่ากับ 120 บาทแล้ว ที่จะประหยัดไปได้ ถ้าเราทำข้าวไปช่วย ในภาวะที่คนไม่มีงานทำแบบนี้ เงิน 120 บาทต่อวัน ก็ถือว่าเยอะนะ”

“เล็ก” ฝันเด่น จรรยาธนากร นักร้องนักแสดงชื่อดัง ขวัญใจวัยรุ่นยุค 90 ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา ใช้เวลาของเขาทุ่มเทไปกับงานอาสากู้ภัยในนาม “อาสากู้ภัย ใจถึงใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” ได้เล่าถึงแนวคิดของเขาที่ชวนพี่น้องในวงการอาสากู้ภัยกลุ่มหนึ่ง ออกมาทำข้าวกล่องแจกประชาชนตามชุมชนแออัดต่างๆ ตลอด 2 เดือนที่มีการระบาดระลอกใหญ่ของโควิด-19

จำนวนข้าว 300 กล่องที่เขาพูดถึง คือช่วงแรกที่เริ่มลงไปทำ แต่ต่อมาเขาก็เห็นว่า การลงพื้นที่หนึ่งครั้ง จะต้องทำข้าวกล่องอย่างน้อย 800-1,000 กล่อง ถึงจะคุ้มกับเรี่ยวแรงที่ลงไป

“ข้าว 1 กล่อง มีกับข้าว 2 อย่างนะ เมนูง่ายๆ รสชาติกลางๆ เช่น กะเพราไก่ ไข่เจียว ไก่ยอ ไก่เทอริยากิ แต่ในทีมคุยกันจนเป็นข้อตกลงว่า เมื่อเราเลือกชุมชนได้แล้ว ก็จะต้องลงไปตั้งโรงครัวให้ใกล้ชุมชนมากที่สุด เพราะต้องการให้เขาได้กินอาหารปรุงสุกที่กำลังร้อนๆ และสะอาด” ฝันเด่น อธิบาย

การเลือกพื้นที่ที่จะลงไปให้ความช่วยเหลือ เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับงานจิตอาสาของพวกเขา ซึ่งในช่วงการระบาดรอบแรก รอบที่ 2 กลุ่มอาสากู้ภัยใจถึงใจฯ ร่วมช่วยสังคมด้วยหลากหลายวิธี ตั้งแต่ทำเฟซชิลด์ (Face Shield) สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ แจกถุงยังชีพให้กับชุมชนต่างๆ ที่คนส่วนใหญ่ว่างงาน ขาดรายได้จากมาตรการล็อกดาวน์

แต่ในรอบที่ 3 “ใจถึงใจ” ได้ตั้งห้องไลน์ “กลุ่มอาสาโรงครัว” ขึ้นมา โดยมีตัวแทนที่เป็นอาสาในพื้นที่ชุมชนต่างๆของกรุงเทพมหานครเข้ามาอยู่ร่วมกัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม “นักดับเพลิง” ที่มีฐานดับเพลิงตั้งกระจายอยู่ใกล้กับชุมชนแออัดที่เสี่ยงไฟไหม้อยู่แล้ว

คนเหล่านี้ยังเป็นกลุ่มคนที่มีบทบาทในชุมชนเหล่านั้น จึงมีข้อมูลสำคัญมากมาย เช่น ในชุมชนมีประชากรเท่าไหร่ กี่ครัวเรือน ลักษณะชุมชนเป็นอย่างไร มีกี่คนที่ต้องหยุดงาน สูญเสียรายได้

และที่สำคัญคือ คนกลุ่มนี้จะรู้ทันทีเมื่อในชุมชนมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 และรู้ทันทีว่ามีประชาชนกี่คนเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องกักตัว ขนาดของที่พักอาศัย มีความยากลำบากในการรักษาระยะห่างหรือไม่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถูกใช้เป็นประเด็นสำคัญเพื่อพิจารณาเลือกลงไปแจกข้าวกล่อง

แต่ก็ย้ำว่า ในการให้ความช่วยเหลือ ก็แจกจ่ายให้กับทุกคนในชุมชนให้ครบ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ก็ตาม และสิ่งสำคัญคือ พวกเขาศึกษาและดำเนินการตามมาตรฐานสากล เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มอาสาสมัครกลายเป็นผู้ติดเชื้อไปด้วย

“เราจัดการความเสี่ยงครับ ถ้าเป็นชุมชนที่เรามีข้อมูลแล้วว่ามีผู้ติดเชื้อ แม้ผู้ติดเชื้อจะถูกนำตัวไปโรงพยาบาลแล้วก็ตาม เราจะกำหนดจุดนัดพบไว้กับผู้นำชุมชน ไปตั้งโต๊ะไว้ และนำอาหารปรุงสุกที่เสร็จแล้วไปวางไว้ให้ จากนั้นจึงจะโทรศัพท์เรียกผู้นำชุมชนให้ออกมารับข้าวไป ส่วนบางพื้นที่ ที่ยังไม่เคยพบการติดเชื้อ แต่ได้รับผลกระทบเพราะคนในชุมชนสูญเสียรายได้ ก็สามารถใช้วิธีเข้าไปเดินแจก โดยนำถุงข้าวกล่องไปแขวนไว้ตามประตูบ้าน ทักทายกันได้ แต่ไม่สัมผัสตัว ไม่ใกล้ชิด และอาสาเองก็ต้องป้องกันตัวตามมาตรการ เราทำมาเกือบ 2 เดือนแล้ว ทีมเรายังไม่มีใครติดโควิดเลยนะ” ฝันเด่น เล่าวิธีการทำงานของพวกเขา

แน่นอนว่า เมื่อสิ่งที่พวกเขาทำถูกถ่ายทอดออกไปสู่สาธารณะในหลากหลายช่องทาง โดยเฉพาะในเพจ “ฝันดี-ฝันเด่น ใจถึงใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” ทำให้มีคนจำนวนหนึ่งต้องการมีส่วนร่วมช่วยเหลือประชาชน ส่งข้อความเข้ามาของร่วมบริจาคเงิน

แต่สิ่งที่ไม่ใครรู้เลยก็คือ แอดมินฝาแฝด ใหญ่-เล็ก หรือ ฝันดี-ฝันเด่น ไม่เคยตอบกลับข้อความเหล่านั้นเลย เพราะพวกเขาไม่ต้องการรับบริจาค

“จริงๆ เราก็ตอบรับความช่วยเหลือบ้างนะ แต่ส่วนใหญ่จะรับเฉพาะจากคนที่รู้จักกันอยู่แล้ว เช่นมีโรงงานทำเตียงทำฟูก จะบริจาคให้โรงพยาบาลสนาม เราก็เป็นคนกลางไปส่งให้ เพื่อนๆดาราบริจาคขอเป็นเจ้าภาพโรงครัวหนึ่งมื้อ เราก็คำนวนให้เลยว่าไปพื้นที่ไหน ต้องทำกี่ร้อยกล่องใช้เงินเท่าไหร่ หรือมีคนบริจาคหน้ากากอนามัยมาให้ทีมงานเราใช้ใส่ทำงาน ส่วนใหญ่ก็รับเฉพาะแบบนี้ แต่ถ้าเป็นคนทั่วไปทักมาขอบริจาคเงิน เรายังไม่เคยตอบกลับเลย เพราะเราไม่ได้เป็นองค์กรรับบริจาค เราเข้าใจและดีใจที่เห็นว่ามีคนอยากร่วมช่วยเหลือสังคม ถ้าได้เงินมาเยอะก็จะกลายเป็นปัญหาเรื่องการใช้เงินอีก เราก็เลยใช้วิธีหาเงินทำตามจำนวนที่ต้องแจกในแต่ละมื้อให้พอดี จบทุกมื้อ เราจะตีเงินเป็นศูนย์ไปเลย เทครัวไปให้หมดเลย ไม่มีเหลือไว้เป็นทุนทำมื้อต่อไป ส่วนมื้อต่อไปก็ค่อยว่ากันใหม่” ฝันเด่น ตอบคำถามว่าทำไม เขาถึงไม่เปิดรับบริจาค

ในช่วงหลังเมื่อทีมโรงครัวของอาสากู้ภัยใจถึงใจ มีความเชี่ยวชาญในการทำข้าวกล่องแจก และสามารถคำนวณได้ว่า แต่ละมื้อต้องทำกี่กล่อง ต้องใช้เงินเท่าไหร่ ทำให้เมื่อได้ข้อมูลของชุมชนมาพวกเขาก็รวบรวมเงินกันเอง จากตัวเอง จากญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง เพื่อออกไปปฏิบัติภารกิจ

ถ้าจะทำข้าวกล่อง 800 กล่อง “เล็ก ฝันเด่น” คำนวณว่า ต้องใช้เงินประมาณ 15,000 บาท ซื้อไก่ 100 กิโลกรัม บวกกับค่าเครื่องเทศ เครื่องปรุงต่างๆ ค่ากล่อง ส่วนข้าวสารพวกเขาได้รับการสนับสนุนมาจากวัดโพธิ์ทอง

“สมมติผมได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนมาว่า จะช่วยข้าวกล่องมื้อนี้ 6,000 บาทนะ ผมก็ตอบเออ มาเลย แต่พอเรามาดูพื้นที่ก็ ... เห้ย ต้องใช้เงิน 15,000 บาท เราก็มองหน้ากัน ระดมทุนกันเพิ่มไปให้ครบ วางเงินตัวเองบ้างคนละพันสองพัน โทรหาเพื่อนคนอื่นบ้าง โทรหาญาติบ้าง เพราะเมื่อทำแล้ว ก็ต้องแจกให้ครบทุกคนในชุมชนนั้น แต่ถึงมันจะลำบาก มันก็แสดงให้เห็นนะว่าทุกคนในทีมเรา 8 -12 คน ที่มาร่วมมือกันในช่วง 2 เดือนนี้ เขาให้ใจเต็มที่” ฝันเด่น กล่าวพร้อมเสียงหัวเราะ

“ยากที่สุดคือ หุงข้าวครับ ตอนนี้มีหม้อข้าว 3 ใบแล้วนะ แต่หม้อ 3 ใบ หุงรอบนึงได้ประมาณ 280 กล่อง ถ้าเราทำพันกว่ากล่อง ก็ต้องหุง 3-4 รอบ ต้องเริ่มตั้งแต่ตี 4 นะ ไอ้รอบแรกไม่ยากหรอก หม้อข้าวยังสะอาดอยู่ แต่รอบต่อๆ มาเนี่ย ต้องขูดข้าวติดหม้อออก แช่น้ำ กว่าจะล้างเสร็จ ดังนั้นที่ต้องใช้คนเยอะเนี่ย คือ มาเพื่อหุงข้าวโดยเฉพาะเลย” เขาหัวเราะเมื่อเล่าถึงบรรยากาศในโรงครัว

ฝันเด่น ย้ำว่า การทำโรงครัวของอาสากู้ภัยใจถึงจคนไทยไม่ทิ้งกัน ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเพื่อนอาสามากมายที่กำลังช่วยกันต่อสู้กับสถานการณ์อันยากลำบากนี้ อย่างใจถึงใจก็ยังมีกลุ่มที่เดินทางมาจาก อ.พบพระ จ.ตาก มาช่วยเป็นทีมเคลื่อนที่ในการแจกอาหารสด ผัก ผลไม้ และประสานวิ่งเข้าไปในพื้นที่สีแดง ซึ่งพวกเขาต้องแยกกันทำงาน เพราะหากมีทีมใดจำเป็นต้องถูกกักตัวก็จะมีทีมอื่นทำงานได้ต่อไป

ยังไม่รวมอาสากลุ่มอื่นๆ ที่ทำหน้าที่อื่น ทั้งกลุ่มเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด กลุ่มรับฉีดพ่นฆ่าเชื้อ กลุ่มรับเผาศพโควิด กลุ่มสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์

“ผมก็ตอบไม่ได้นะ ว่าทำไมต้องออกไปทำ แต่เรามาอยู่ในวงการนี้แล้ว เราบอกตัวเองว่าเราเป็นอาสา เราบอกตัวเองว่าเราอยากออกไปทำอะไรเพื่อช่วยเพื่อนมนุษย์ เราก็แค่ทำตามนั้น” ฝันเด่น กล่าวทิ้งท้าย




























กำลังโหลดความคิดเห็น...