xs
xsm
sm
md
lg

“หมอชเนษฎ์” เผยสาเหตุไม่คิดเรื่องย้ายประเทศ พร้อมขอบคุณประเทศไทยที่ทำให้ตนมีวันนี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นพ.ชเนษฎ์ ศรีสุโข แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เผยสาเหตุที่ตนเองไม่มีความคิดที่จะย้ายประเทศ เผย เพราะประเทศไทยจึงทำให้ตนเองมีทุกวันนี้ พร้อมฝากข้อคิดไปถึงกลุ่มคนที่มีความคิดจะย้ายประเทศอีกด้วย

เมื่อวันที่ 4 พ.ค. นพ.ชเนษฎ์ ศรีสุโข แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว “ชเนษฎ์ ศรีสุโข” แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังในโลกออนไลน์ “ย้ายประเทศกันเถอะ” โดยได้ระบุข้อความว่า

“เวลาผมไปสวิส ผมกินอาหารไม่ได้รู้สึกแพงอะไร แต่พอข้ามมาเยอรมันจะรู้เลยว่าค่าอาหารต่างกัน ผมบินไปที่ไหนจองโรงแรม หรือร้านอาหาร ไม่ได้สนใจราคา แต่ชอบมาพบว่า บางครั้งเป็นที่ที่คนชอบไปถ่ายอวดกันว่าต้องเป็นคนประสบความสำเร็จในชีวิต ในการงาน จึงได้มา (อันที่จริงจองได้ก็ได้ ไม่น่าเกี่ยวกับใครสำเร็จไม่สำเร็จเท่าไร) ผมไปเรียน ไปฝึกงานดูงานต่างประเทศที่พัฒนาแล้ว อาจรู้สึกว่าเรามาจากประเทศที่ยังพัฒนาไม่เท่าเขาบ้าง ผมก็ไปยืนมองเมืองเขา และหวังว่าวันหนึ่งประเทศเราต้องก้าวหน้าให้ได้ ผมเคยยืนบน Mori Tower และเคยยืนที่ Marina Bay Sands มองประเทศเขา และฝันว่าไทยจะมีข้อดีมากขึ้นในอนาคต หลายจุดเราดีกว่าเขาอยู่แล้ว หลายจุดยังไม่เท่า ก็จะต้องตามไปให้ได้

ผมเลยไม่เคยคิดเรื่องย้ายประเทศใดๆ ไม่เคยน้อยเนื้อต่ำใจ เวลาเจอคนต่างชาติใดๆ มีแต่จะขอบคุณเมืองไทย ที่ทำให้ผมมีวันนี้ ขอบคุณ ครูอาจารย์ตั้งแต่เด็กจนโต ขอบคุณครอบครัว ญาติมิตร ที่ดูแลกัน ขอบคุณคนไทยที่ให้ชีวิตให้สังคม ให้งานทำ เป็นคนไข้ ลูกค้า เป็นเพื่อน ช่วยเหลือในยามยากต่างๆ ขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้โอกาส หลายๆ เรื่องในชีวิต

ผมตอนเด็ก มีพี่เลี้ยงเป็นชาวนา เขาเลี้ยงผมจนเติบใหญ่ ผมจึงมีชีวิตเพราะชาวนาไทย ผมวิ่งเล่นในบ้านพักข้าราชการ ที่มีแต่หนอง ทุ่งนาและบึง ตอนโตขึ้นมาหน่อยผมอยู่หอพัก เกิดโรคไส้เน่า ครูพงษ์ศักดิ์ ร.ร.นครสวรรค์ แบกผมไปโรงพยาบาล ครั้งแรกหมอวินิจฉัยไม่ได้ คุณพ่อหมอผ่าตัดขับรถจากพิจิตรไปรับกลับมาผ่า รพ.รัฐบาล พิจิตร ผมจึงเป็นหนี้บุญคุณบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขไทย และผมยังป่วยอีกหลายครั้ง หมอไทย พยาบาล เภสัชไทย ตั้งแต่ที่ รพ.ราชวิถี รพ.พิจิตร รพ.พุทธฯ สถาบันประสาท ฯลฯ อีกนับไม่ถ้วน รพ.ช่วยผมไว้

ผมเป็นคนที่เดินทางหลายจังหวัด เห็นความเหลื่อมล้ำในสังคมมากพอควร แต่ผมสามารถมีความสุขในต่างจังหวัดหลายจังหวัด และในมหานครได้ มีอาหารดีๆ ผลไม้ดี มีร้านกาแฟดี มีที่ให้ออกกำลังกาย มีที่ให้ทำงาน มีที่เที่ยว ให้ชอป ในราคาไม่แพงเหมือนเมืองนอก มีนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์น่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย ของไทยเองก็มาก ผมมีเครือข่ายเพื่อนหลายประเภท หลายคนก็จบนอกมหาวิทยาลัยระดับโลก บางคนเป็นอาจารย์ นักวิทยาศาสตร์ บางคนนักธุรกิจ บางคนหมอ เภสัช พยาบาล บางคนก็เป็น รปภ. เวรเปล ชาวบ้านทั่วไปก็มีมาก

ผมไม่เคยคิดเหมือนปวิน หรือใครที่บอกว่า เราไม่เป็นหนี้ใคร ประเทศชาติและสถาบันสิเป็นหนี้เรา เราเสียภาษีเรามีสิทธิ์วิจารณ์ด่าได้หมด และประเทศต้องตอบแทนเรา คนเราเท่าเทียมกัน ทำไมผมคิดต่างเหมือนคนละโลกกัน ผมมีหนี้บุญคุณคนมากมายในโลกนี้ที่ช่วยผมในแต่ละขั้นตอนชีวิต และหลายคนเหล่านั้นคือคนไทย ผมควรจะกล่าวชื่นชมและขอบคุณเขาเหล่านั้น มากกว่าไปด่าเขา บังคับให้เขาตอบแทนผมเพิ่มไปมากกว่าเดิม ภาษีที่ผมจ่าย ไม่ได้แปลว่าผมจะเป็นเจ้าของงบทั้งหมดของประเทศ ไม่ได้แปลว่าผมครอบครองอะไรหรือจะไปบังคับใครให้เป็นอย่างใจเราทุกเรื่องได้ คนทุกคนมีหน้าที่ต่างกัน เราทำของเราให้ดี และ เราควรส่งเสริมด้านดีของคน จุดแข็งของคน ไม่ใช่เพียงแค่รุมด่าจุดอ่อน จุดด้อยของคน เพราะแบบหลังมันทำง่าย คุณจะเอาบรรทัดฐานในอุดมคติอย่างไรก็ได้ต่อว่าคนอื่นให้เสียกำลังใจ แต่ถ้าคุณคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้ว่าเขาทำอะไรอย่างไร และหาทางสนับสนุน ส่งเสริมการพัฒนาคนให้เกิดด้านดีต่อตัวเขาเอง ต่อสังคมเขาอยู่ มีความสุขได้มากขึ้นในผลงานของเขา และชุมชนรอบข้าง โดยขัดแย้งกันน้อยๆ หน่อย จะไม่ดีกว่าหรือครับ

การเปลี่ยนแปลง ที่ยั่งยืน ควรมาจากจิตใจที่ยิ่งใหญ่ กว้างขวาง มีเมตตา เห็นค่าเพื่อนมนุษย์ทุกฝ่าย ไม่ใช่การแบ่งแยก ดูแคลน ด้อยค่า ฉันเก่งกว่า ฉลาดกว่า หัวก้าวหน้ากว่า เลยอยากไปอยู่ที่ๆ ดีเหมาะสมกับฉันมากกว่า ประเทศไทย และคนไทยคนอื่นดักดาน พอฉันไปได้ก็เย้ยหยันคนไทย หากใครคิดแบบนี้ ทำแบบนี้ ถูกหรือเปล่าครับ?

ชีวิตจริงที่เป็นกับมโนความฝันมันไม่เหมือนกัน...ใช่ คุณอาจย้ายประเทศได้ แต่ถ้าคุณเป็นคนมองโลกแคบๆ มองแต่เอาแต่ได้อย่างเดียว ตามใจคุณทุกอย่าง ไม่ยอมเสียบ้าง หรือปรับตัวใดๆ บ้างเลย จะเหมือนคำที่ไอน์สไตน์เขียนบนกระดาษทฤษฎีแห่งความสุข ที่ว่า ชีวิตที่เรียบง่ายและเงียบสงบจะนำความสุขมาให้ยิ่งกว่าการไล่ติดตามความสำเร็จ รวมทั้งความกังวลกระสับกระส่ายทั้งหลายที่มากับมันตลอดเวลาด้วย”


กำลังโหลดความคิดเห็น...