xs
xsm
sm
md
lg

สรุปข่าวเด่นในรอบสัปดาห์ 17-23 ม.ค.2564

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



1.ศาลพิพากษาประหารชีวิต “บรรยิน” คดีฆ่า “เสี่ยชูวงษ์” หลักฐานชัดไม่ใช่อุบัติเหตุ!

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ศาลอาญาพระโขนง ได้อ่านคำพิพากษาคดีที่นางศิริรัตน์ แซ่ตั๊ง ภรรยาของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างระดับประเทศ และพนักงานอัยการ ร่วมกันเป็นโจทก์ที่ 1-5 ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีต ส.ส. เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฆ่านายชูวงษ์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2558 แต่ พ.ต.ท.บรรยิน ให้การปฏิเสธ อ้างเป็นอุบัติเหตุ รถชนต้นไม้

ทั้งนี้ ศาลได้อ่านคำพิพากษาให้ พ.ต.ท.บรรยิน จำเลย ฟังผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ไปยังเรือนจำบางขวาง ซึ่งจำเลยถูกจำคุกในคดีปลอมเอกสารโอนหุ้นของนายชูวงษ์และคดีอุ้มฆ่าพี่ชายของผู้พิพากษา

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ โดยโจทก์มีพยานกลุ่มพนักงานสืบสวนสอบสวนมานำสืบว่า จำเลยให้การในชั้นสอบสวนว่า วันเกิดเหตุ จำเลยขับรถพาผู้ตายออกจากสนามกอล์ฟเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. เพื่อไปส่งผู้ตายที่บ้าน โดยขับรถด้วยความเร็ว 80 กม./ชั่วโมง เมื่อถึงบริเวณ ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ระหว่างซอย 50 และซอย 48 มีรถยนต์จากฝั่งตรงข้ามวิ่งแซงสวนทางล้ำเข้ามาในช่องทางเดินรถที่ 2 จากซ้ายที่จำเลยใช้อยู่ จำเลยจึงต้องหักเลี้ยวรถหลบไปทางซ้าย รถยนต์กระแทกขอบทางเท้าและพุ่งผ่านรั้วลวดหนามเข้าไปตรงบริเวณที่รกร้างข้างทาง และชนเข้ากับต้นไม้ เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ส่วนนายชาญศักดิ์ คนสนิทของจำเลยให้การว่า ขับรถออกจากสนามกอล์ฟเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. เช่นกัน

แต่จากการสืบสวนสอบสวน พบภาพรถยนต์ของจำเลยขับผ่านกล้องวงจรปิดตรงบริเวณธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนบางนา-ตราด กม.18 ที่ตั้งอยู่ตรงปากทางเข้าออกสนามกอล์ฟเมื่อเวลา 20.11 น. จึงเชื่อว่า จำเลยขับรถพาผู้ตายออกจากสนามกอล์ฟเมื่อเวลาประมาณ 20.11 น. มิใช่ 21.00 น. อย่างที่จำเลยกล่าวอ้าง

และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตรงบริเวณใกล้กับจุดที่รถยนต์ชนต้นไม้พบว่า จำเลยใช้ช่องทางเดินรถที่ 1 จากซ้ายและขับรถที่ความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งโจทก์ยังมีกลุ่มพยานผู้เชี่ยวชาญผู้ทำการทดสอบการขับรถเบิกความยืนยันว่า จากการทดสอบพบว่าจำเลยใช้ความเร็วรถขณะชนทางเท้าและปะทะกับต้นไม้ที่ประมาณ 30 กม.ต่อชั่วโมง นอกจากนี้ พยานกลุ่มเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนำสืบว่า เมื่อไปถึงจุดที่รถยนต์ชนต้นไม้ ผู้ตายไม่มีสัญญาณชีพแล้ว ไม่สามารถปั๊มหัวใจจนกลับมามีสัญญาณชีพได้ และม่านตาขยาย

ด้านพยานกลุ่มแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนำสืบว่า จากการชันสูตรศพผู้ตาย พบบาดแผลบวมช้ำที่ศีรษะด้านหลังซ้ายพื้นที่ 8.6 เซนติเมตร บาดแผลถลอกบริเวณคาง กระดูกคอข้อที่ 6 และ 7 หัก และพบเศษเนื้อสัตว์และผักเต็มกระเพาะอาหาร และระบุสาเหตุการตายว่า เลือดออกใต้เยื้อหุ้มสมองชั้นใน สมองบวม จากการกระทบกระแทกของแข็ง

นอกจากนี้มีพยานกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการขับรถเบิกความว่า รถยนต์คันเกิดเหตุมีเบาะรองศีรษะ เมื่อเกิดอุบัติเหตุไม่น่าส่งผลให้กระดูกคอข้อที่ 6 และ 7 หัก และมีความเห็นทำนองว่า สภาพบาดแผลที่พบซึ่งเป็นสาเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ไม่สอดคล้องกับลักษณะการเกิดอุบัติเหตุ

อีกทั้งการที่ตรวจพบเศษอาหารเต็มกระเพาะอาหารของผู้ตาย แสดงว่าผู้ตายถึงแก่ความตายหลังจากรับประทานอาหารมื้อสุดท้ายประมาณครึ่งชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมง เมื่อจำเลยขับรถพาผู้ตายออกจากสนามกอล์ฟเมื่อเวลา 20.11 น. และเกิดเหตุรถยนต์ชนต้นไม้เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. จึงเป็นเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง จึงเชื่อว่าผู้ตายถึงแก่ความตายมาก่อนที่จะเกิดเหตุรถยนต์ชนต้นไม้ และบาดแผลบวมช้ำที่ศีรษะด้านหลังซ้ายของผู้ตาย กระดูกต้นคอผู้ตายข้อที่ 6 และ 7 หัก และรอยถลอกใต้คางของผู้ตาย ไม่ได้เกิดจากการที่รถยนต์ชนต้นไม้

โจทก์ยังมีพยานกลุ่มพนักงานสืบสวนสอบสวนเบิกความอีกว่า จำเลยมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล บุตรสาวของ น.ส.ศรีธรา และ น.ส.กัญฐณา และได้ร่วมกับ น.ส.อุรชา และ น.ส.กัญฐณา ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมเพื่อโอนหุ้นของผู้ตายไปยัง น.ส.ศรีธรา และ น.ส.กัญฐณา

ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า เพื่อมิให้ผู้ตายทราบถึงการกระทำความผิดที่จำเลยร่วมกับ น.ส.อุรชา และ น.ส.กัญฐณา ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมในการโอนหุ้นของผู้ตาย จำเลยจึงร่วมกับผู้อื่นที่ไม่ทราบชื่อและจำนวนที่แน่นอนวางแผนฆ่าผู้ตาย โดยสร้างเรื่องราวขึ้น

การกระทำของจำเลยกับพวก จึงเป็นการร่วมกันกระทำโดยเจตนาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิด เพื่อปกปิดความผิดของตน หรือเพื่อเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดที่ตนได้กระทำไว้ จำเลยกระทำความผิดด้วยความโลภอยากได้ในทรัพย์สินของผู้อื่นเป็นอย่างมาก โดยอาศัยโอกาสและความไว้เนื้อเชื่อใจในความเป็นเพื่อนสนิทระหว่างจำเลยกับผู้ตาย และคบคิดกับพวกด้วยการวางแผนและลงมือฆ่าผู้ตาย จากนั้นปกปิดการกระทำโดยสร้างเรื่องและอำพรางคดีว่า สาเหตุการตายของผู้ตายเกิดจากอุบัติเหตุ

เมื่อถูกจับกุมดำเนินคดี ก็มิได้รู้สำนึกในการกระทำของตนและบรรเทาผลร้ายแต่อย่างใด แต่กลับปฏิเสธและต่อสู้คดีมาโดยตลอด อีกทั้งจำเลยยังเคยรับราชการเป็นเจ้าพนักงานตำรวจชั้นสัญญาบัตร มีความรู้ด้านกฎหมาย จึงควรต้องมีสำนึกและความรู้ผิดชอบชั่วดี แต่จำเลยกลับกระทำความผิดโดยมิได้ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง

พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) (7) ประกอบมาตรา 83 ให้ลงโทษประหารชีวิต

หลังฟังคำพิพากษา นางวันเพ็ญ ธนธรรมศิริ พี่สาวของนายชูวงษ์ เผยว่า รู้สึกพอใจคำตัดสินของศาล คุ้มค่ากับเวลาที่รอมานาน ขอบคุณองค์คณะผู้พิพากษาที่ให้ความเป็นธรรมกับครอบครัว และขอบคุณสื่อที่ติดตามคดีนี้มาโดยตลอด ส่วนตัวเชื่อว่า มีคนอื่นที่ร่วมกันฆาตกรรมน้องชายตนเอง เนื่องจากในคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาก็มีผู้ร่วมลงมือก่อเหตุ พร้อมกับขอแสดงความเสียใจไปยังผู้พิพากษาที่ต้องสูญเสียพี่ชายจากคดีโอนหุ้น


2.“ดีเจมะตูม-ผู้ประกาศข่าว NBT” ติดโควิด-19 ด้าน “หมอทวีศิลป์” แม้เสี่ยงต่ำ พร้อมตรวจ ปรากฏผลเป็นลบ!


สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มด้วยวันที่ 17 ม.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบค.) แถลงว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 374 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 364 ราย แบ่งเป็น ตรวจพบในระบบเฝ้าระวังและบริการ 43 ราย และจากการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 321 ราย กลุ่มที่มาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกันโรค 10 ราย

วันต่อมา 18 ม.ค. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 369 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 357 ราย แบ่งเป็น ตรวจพบในระบบเฝ้าระวังและบริการ 82 ราย และจากการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 275 ราย กลุ่มที่มาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกันโรค 12 ราย

วันต่อมา 19 ม.ค. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 171 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 158 ราย แบ่งเป็น ตรวจพบในระบบเฝ้าระวังและบริการ 33 ราย และจากการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 125 ราย ผู้ที่มาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกันโรค 13 ราย

วันต่อมา 20 ม.ค. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. แถลงว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 59 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 51 ราย แบ่งเป็น ตรวจพบในระบบเฝ้าระวังและบริการ 28 ราย และจากการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 23 ราย กลุ่มที่มาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกันโรค 8 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นหญิงอายุ 48 ปี เป็นผู้ป่วยใน จ.ตาก อาชีพขับรถส่งแรงงานเมียนมาที่ด่านสะพานสอง อ.แม่สอด

วันต่อมา 21 ม.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.แถลงว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 142 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 125 ราย แบ่งเป็น ตรวจพบในระบบเฝ้าระวังและบริการ 88 ราย และจากการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 37 ราย กลุ่มที่มาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกันโรค 17 ราย

วันต่อมา 22 ม.ค. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 309 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 297 ราย แบ่งเป็น ตรวจพบในระบบเฝ้าระวังและบริการ 80 ราย จากการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 217 ราย กลุ่มที่มาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกันโรค 12 ราย

ล่าสุด 23 ม.ค. พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษก ศบค. แถลงว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 198 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 180 ราย แบ่งเป็น ตรวจพบในระบบเฝ้าระวังและบริการ 69 ราย และจากการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 111 ราย กลุ่มที่มาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกันโรค 18 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นชายไทย อายุุ 81 ปี อยู่ที่ จ.พิจิตร สัมผัสผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากลูกชายที่เดินทางมาจาก จ.สมุทรสาคร

อย่างไรก็ตาม ช่วงเย็น 23 ม.ค. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ อีก 148 ราย โดยพบจากการตรวจในโรงพยาบาล 76 ราย เป็นคนไทย 50 ราย ต่างด้าว 26 ราย และจากการคัดกรองเชิงรุก 72 ราย เป็นคนไทย 2 ราย ต่างด้าว 70 ราย

ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา มีบุคคลหลายแวดวงติดโควิด-19 เช่น ดีเจมะตูม “เตชินท์ พลอยเพชร” ซึ่งได้อัดคลิปผ่านอิสตาแกรมเมื่อวันที่ 20 ม.ค.เผยว่า ตนเองติดโควิด-19 พร้อมโทรแจ้งและบอกคนใกล้ตัวที่เจอตนในระยะ 14 วัน ซึ่งการติดโควิดของดีเจมะตูม ส่งผลให้ดาราและเพื่อนร่วมงานหลายคนพากันไปตรวจว่าติดโควิดหรือไม่ ซึ่งต่อมาพบว่า มีผู้ติดโควิดเพิ่มอีก 5 คน

นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกาศข่าวชายของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ (NBT 2 HD) ติดโควิด-19 ด้วย คือ นายกรกช ยอดไชย ซึ่งทาง ศบค.คาดว่า ไม่เกี่ยวกับกรณีดีเจมะตูมติดโควิดแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม การติดโควิดของผู้ประกาศดังกล่าว ส่งผลให้นายสุภนันท์ ฤทธิ์มนตรี ผู้ประกาศข่าวชาย และ น.ส.ปวีณา ฟักทอง ผู้ดำเนินรายการของ NBT ซึ่งทั้งคู่เป็นพิธีกรประจำการแถลงข่าวของ ศบค. และทำงานกับ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.บ่อยครั้ง ต้องไปตรวจโควิด ซึ่งผลออกมาเป็นลบ ขณะที่ นพ.ทวีศิลป์ แม้จะเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ แต่ก็เข้าตรวจโควิด โดยผลตรวจออกมาเป็นลบเช่นกัน ล่าสุด ผลตรวจข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ช่อง NBT จำนวน 818 คน ก็ออกมาเป็นลบทั้งหมด

ด้านนายกรกช ยอดไชย ผู้ประกาศซึ่งติดโควิด ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กเมื่อ 22 ม.ค. ขอโทษพร้อมชี้แจงกรณีมีข่าวว่า ตนติดเชื้อโควิดจากช่างแต่งหน้า ซึ่งแต่งหน้าให้กับ “ดีเจมะตูม” โดยยืนยันว่า ช่างแต่งหน้ารายดังกล่าวไม่ได้ติดโควิดแต่อย่างใด

3.กทม.ประกาศผ่อนปรน 13 สถานที่ ให้เปิดบริการได้ตั้งแต่ 22 ม.ค. ด้านสมุทรสาครเล็งเปิดตลาดกลางกุ้งปลายเดือนนี้!



เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร แถลงผลประชุมของคณะกรรมการโรคติดต่อ กรุงเทพมหานคร ถึงมาตรการผ่อนปรนหลังการแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่ว่า คณะกรรมการโรคติดต่อฯ ได้พิจารณาผ่อนปรนให้ 13 สถานที่กลับมาเปิดได้ และต้องมีมาตรการควบคุมและป้องกันตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข โดยเริ่มเปิดได้ตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค.เป็นต้นไป ประกอบด้วย

1. ตู้เกม ทําความสะอาดที่ต้องสัมผัสบ่อย ผู้ให้บริการ/ผู้ใช้บริการสวมหน้ากากตลอดเวลา 2. ร้านเกม ทําความสะอาดที่ต้องสัมผัสบ่อย ผู้ให้บริการ/ผู้ใช้บริการสวมหน้ากากตลอดเวลา 3. สถานที่ดูแลผู้สูงอายุ ลดเวลาในการทํากิจกรรม หลีกเลี่ยงการติดต่อสัมผัสกัน 4. สนามแข่งขัน ยกเว้นสนามมวย สนามม้า ห้ามมีผู้นั่งชมและปฏิบัติตามมาตรการ 5. ห้องจัดเลี้ยง รวมถึงสถานที่อื่นใดที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน จํานวนคนไม่เกิน 300 คน ดําเนินการตามมาตรการ จํานวนคน เกิน 300 คน ต้องขออนุญาตจากสํานักอนามัย กทม.

6. สนามพระเครื่อง ควบคุมจํานวนผู้ใช้บริการห้ามไม่ให้แออัด 7. สถานเสริมความงาม (ไม่ได้รับอนุญาตเป็นคลินิกเวชกรรม) สถานที่สักหรือเจาะผิวหนัง ทําความสะอาดที่ต้องสัมผัสบ่อย ผู้ให้บริการ/ผู้ใช้บริการสวมหน้ากากตลอดเวลา จํากัดจํานวนผู้ใช้บริการ 8. สถานที่ออกกําลังกาย ฟิตเนส ไม่ให้มีเทรนเนอร์/ผู้ฝึกสอน งดเว้นการอบตัว อบไอน้ำแบบรวม เว้นระยะห่างระหว่างเครื่องออกกําลังกายอย่างน้อย 2 เมตร

9. สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สปา และสถานประกอบการนวดแผนไทย นวดฝ่าเท้า ผู้ให้บริการ/ผู้ใช้บริการสวมหน้ากากตลอดเวลา *ยกเว้นสถานประกอบกิจการอาบน้ำ/อาบอบนวด 10. สนามฝึกซ้อมมวย โรงยิม หรือค่ายมวย เปิดได้เฉพาะเพื่อการฝึกซ้อม การชกลม โดยไม่มีคู่ชก การชกมวยแบบล่อเป้า ห้ามจัดให้มีการแข่งขันและไม่มีข้อ 11. สนานที่เล่นโบว์ลิ่ง สเกต หรือโรลเลอร์เบลด หรือการละเล่นอื่นๆ ในทํานองเดียวกัน ห้ามจัดให้มีการแข่งขัน และห้ามมีผู้ชม 12. สถาบันลีลาศ หรือสอนลีลาศ ห้ามจัดให้มีการประกวดแข่งขัน และห้ามมีผู้ชม 13. โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ (ยิม) ห้ามไม่ให้มีการแข่งขัน และห้ามมีผู้ชม

ด้าน จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ได้มีตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มแรงงานข้ามชาติจำนวน 1,200 คน ภายในตลาดกลางกุ้ง ซึ่งเป็นกลุ่มก้อนสีขาวที่ยังไม่เคยพบเชื้อเลย โดยมีทีมงานของคณะแพทย์ พยาบาล รพ.สมุทรสาคร บุคลากรทางการแพทย์ สาธารณสุข เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และ อสต. ได้ร่วมกันดำเนินงาน เพื่อหาผู้ติดเชื้อเป็นครั้งสุดท้าย หากพบ จะได้นำออกมากักตัวอยู่ในศูนย์ห่วงใยคนสาคร ส่วนผู้ที่ไม่พบเชื้อและผู้ที่ผ่านการกักตัวครบ 10-14 วัน ตามระบบสาธารณสุขแล้ว ยังคงพักอาศัยอยู่ในตลาดกลางกุ้งต่อไป และสามารถที่จะใช้ชีวิต หรือทำงานได้ตามปกติเมื่อตลาดกลางกุ้งเปิดค้าขายได้อีกครั้งหนึ่ง

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าฯ สมุทรสาคร กล่าวว่า การตรวจหาเชื้อครั้งนี้เป็นรอบสุดท้ายที่ตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร เพื่อหาผู้ติดเชื้อที่ยังคงหลงเหลืออยู่ หลังจากนี้เมื่อเราคัดแยกผู้ติดเชื้อออกไปแล้ว ก็จะมีการพิจารณาให้ตลาดกลางกุ้งสามารถเปิดทำการค้าขายได้ตามปกติ แต่ต้องเป็นไปภายใต้มาตรการและหลักเกณฑ์เข้มข้นตามที่กำหนดไว้ เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดได้อีกครั้ง

นายธีรพัฒน์ กล่าวด้วยว่า การประกาศเปิดตลาดกลางกุ้งอีกครั้ง ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ที่ยากกว่าคือ ถ้าเปิดแล้วจะทำอย่างไรให้คนอื่นเชื่อมั่นและมั่นใจว่า ตลาดกลางกุ้งมีความปลอดภัยจริง แล้วกลับมาซื้อขายสินค้าที่ตลาดกลางกุ้งกันอีกครั้ง หรือซื้อสินค้าจากตลาดกลางกุ้งไปบริโภคต่อ ดังนั้น การคุมระบบตลาดให้ได้มาตรฐานภายใต้มาตรการ News Normal และคุมคนที่พักอาศัยให้อยู่กันอย่างถูกสุขลักษณะ จึงมีความสำคัญ จึงเป็นการบ้านที่สำคัญว่า เราจะทำกันในรูปแบบไหน และเมื่อได้รูปแบบที่ชัดเจนแล้ว ก็ให้ส่งตัวแทนไปนำเสนอต่อรองผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณา ซึ่งถ้าช้ากว่าวันที่ 26 หรือ 27 ม.ค. ก็อาจจะต้องเลื่อนการเปิดไปอีกเล็กน้อย ตามวันและเวลาที่เหมาะสม

4.ครม. ไฟเขียวเยียวยาโควิดระลอกใหม่ แจก 7,000 บาท ผู้ได้สิทธิ 31 ล้านคน!



เมื่อวันที่ 19 ม.ค. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ครม.ได้อนุมัติโครงการเราชนะ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ คาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิ 31.1 ล้านคน ใช้งบประมาณ 2.12 แสนล้านบาท จาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ในการเยียวยาผลกระทบ โดยจะเริ่มโอนเงินได้ในช่วงต้นเดือน ก.พ. และสิ้นสุดโครงการ 31 พ.ค.2564

สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับสิทธิเยียวยาโควิดระลอกใหม่ในโครงการเราชนะ คือ 1.เป็นผู้ที่มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ 2.ไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคม ตามมาตรา 33 3.ไม่เป็นข้าราชการและพนักงานราชการ 4.ไม่เป็นข้าราชการการเมือง 5.ไม่เป็นผู้ที่รับบำนาญหรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ 6.ไม่เป็นผู้มีเงินได้พึงประเมินเกิน 3 แสนบาทในปีภาษี 2562 และ 7.ไม่มีเงินฝากรวมทุกบัญชีเกิน 5 แสนบาท ณ วันที่ 31 ธ.ค.2562

นายอาคม กล่าวว่า “จะใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลทั้งหมดในการดำเนินโครงการในครั้งนี้ รวมทั้งการโอนเพื่อความสะดวกรวดเร็ว และลดปัญหาการต่อคิวที่ยาวกดเงินผ่านเครื่องกดเงินอัตโนมัติ หรือเอทีเอ็ม โดยแบ่งรูปแบบวิธีการดำเนินการเป็น 3 กลุ่ม ที่ได้รับเงิน 7,000 บาท โดยแบ่งจ่ายเป็นรายสัปดาห์จนกว่าจะครบวงเงิน และไม่มีการกำหนดวงเงินที่จะใช้จ่ายต่อวัน”

สำหรับวิธีการรับเงินเยียวยา แบ่งเป็น 3 กลุ่ม 1.กลุ่มที่เข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14 ล้านราย ระบบจะโอนเงินเข้าในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี ที่ได้รับเงิน 800 บาทต่อเดือน จะได้วงเงินช่วยเหลือเพิ่ม 675 บาทต่อคนต่อสัปดาห์ รวมเป็น 2,700 บาทต่อคนต่อเดือน หรือรวมได้เงิน 5,400 บาท ตลอดระยะเวลาโครงการ

ส่วนกลุ่มที่มีรายได้เกิน 30,000 บาทต่อปี แต่ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี ซึ่งได้รับเงิน 700 บาทต่อเดือน จะได้วงเงินช่วยเหลือเพิ่ม 700 บาทต่อคนต่อสัปดาห์ รวมเป็น 2,800 บาทต่อคนต่อเดือน หรือรวมเป็นได้รับเงินเพิ่ม 5,600 บาท ซึ่งผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเงินช่วยเหลือทุกๆ วันศุกร์ของแต่ละสัปดาห์ เริ่มครั้งแรกวันที่ 5 ก.พ.2564 จนกว่าจะครบวงเงิน

2.กลุ่มผู้อยู่ในระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ (จี-วอลเล็ต) ที่เป็นผู้รวมโครงการคนละครึ่งและโครงการเที่ยวด้วยกัน 16.8 ล้านคน จะมีการคัดกรองคุณสมบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ โดยผู้ที่ผ่านเกณฑ์ไม่ต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ สามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ได้ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.2564 ซึ่งหากผ่านเกณฑ์ จะได้รับเงินเป็นรายสัปดาห์ๆ ละ 1,000 บาท ทุกวันพฤหัสบดีของสัปดาห์ จนครบ 7,000 บาท เริ่มกดยืนยันสิทธิรับเงินผ่านแอพเป๋าตัง ครั้งแรก 18 ก.พ.2564

3.กลุ่มที่ไม่มีข้อมูลอยู่ในฐานข้อมูลกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและกลุ่มผู้มีแอพเป๋าตัง จะเปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราชนะ.com และผ่านคัดกรองตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยจะต้องยืนยันตัวตนผ่านจี-วอลเล็ตบนแอพเป๋าตังก่อน จึงจะได้รับวงเงินช่วยเหลือเป็นรายสัปดาห์จำนวน 1,000 บาทต่อสัปดาห์ จำนวน 7,000 บาท โดยกลุ่มนี้สามารถตรวจสอบสิทธิผ่านเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ได้ตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.2564 หากผ่านเกณฑ์ จะได้รับวงเงินช่วยเหลือทุกๆ วันพฤหัสบดี เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.จนกว่าจะครบวงเงิน

ส่วนการใช้จ่ายเงินเยียวยา สามารถใช้ได้ที่ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง และร้านค้าที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการเราชนะ รวมทั้งบริการขนส่งสาธารณะและขนส่งส่วนบุคคล เช่น รถแท็กซี่ และรถจักรยานยนต์รับจ้าง สำหรับร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ลงทะเบียนผ่าน www.เราชนะ.com ตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค.-31 มี.ค.2564

นายอาคม ยังชี้แจงเหตุที่รัฐบาลจ่ายเงินช่วยเหลือผ่านจี-วอลเล็ต บนแอพเป๋าตังด้วยว่า เป็นการสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อผลักดันให้ไทยกลายเป็นสังคมไร้เงินสดในอนาคต รวมท้งลดการสัมผัสเงินสด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโควิด-19 “ส่วนกลุ่มที่มีปัญหาไม่มีโทรศัพท์มือหรือมีแต่ไม่สามารถใช้แอพได้นั้น ส่วนใหญ่กลุ่มนี้เป็นผู้ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว และขณะนี้โทรศัพท์มือถือที่ใช้อินเทอร์เน็ตก็ราคาถูกแล้ว ดังนั้นน่าจะไม่มีปัญหากรณีดังกล่าว”

5.ศาลพิพากษาจำคุก “อัญชัญ” อดีต ขรก.ซี 8 กรมสรรพากร 29 ปี 174 เดือน ผิด ม.112 ใช้ยูทูบแพร่ข้อมูลหมิ่นเบื้องสูง!



เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ได้อ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้องนางอัญชัญ ปรีเลิศ อดีตข้าราชการกรมสรรพากร เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14

คดีนี้ โจทก์ฟ้องสรุปว่า ระหว่างวันที่ 12 พ.ย. 2557 - 24 ม.ค. 2558 จำเลยได้กระทำผิดกฎหมายหลายบทหลายกรรมต่างกัน ด้วยการใช้นามแฝง anchana siri, un un และ Petch Prakery ส่งข้อความเสียงของผู้ใช้นามแฝงว่า “บรรพต” ผ่าน www.youtube.com ที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งมีเนื้อหาดูหมิ่น ใส่ความ หมิ่นประมาท แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ หลายครั้งหลายหน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมจำเลยได้ พร้อมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้กระทำผิดหลายรายการ จึงยึดเป็นของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพ

สำหรับคดีนี้ ก่อนหน้านี้ถูกพิจารณาในศาลทหารตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ให้จำเลยพลเรือนในคดีความมั่นคงขึ้นศาลทหาร ก่อนมีการยกเลิกคำสั่งดังกล่าว และโอนย้ายมาพิจารณายังศาลอาญา ซึ่งเป็นศาลพลเรือนตามปกติ

ทั้งนี้ นางอัญชัญ จำเลย ซึ่งได้รับการประกันตัว เดินทางมาศาลเพื่อฟังคำพิพากษา โดยเผยก่อนขึ้นห้องพิจารณาคดีว่า ที่ผ่านมาในชั้นศาลทหาร ตนปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เพราะโทษของศาลทหารหนักและรุนแรงเกินไป จึงขอสู้คดีก่อน แต่เมื่อโอนย้ายคดีมาที่ศาลอาญา ตนก็รับสารภาพ เพื่อขอให้ศาลเห็นใจและเมตตา เพราะตนเป็นเพียงแค่คนแชร์ ไม่ได้เป็นคนโพสต์ และไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ โดยระหว่างการสอบสวนของดีเอสไอ ตนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทำให้ถูกดำเนินคดีทั้งหมด 29 กรรม แต่คนโพสต์โดนแค่กระทงเดียว ที่ผ่านมาตนก็ถูกจำคุกเกือบ 4 ปีแล้ว ตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค. 2558 จนถึงวันที่ 2 พ.ย. 2561 หวังว่าศาลจะเมตตา

นางอัญชัญ ระบุด้วยว่า ตอนนั้นตนเห็นมีการแชร์กันอย่างแพร่หลาย ถึงไม่คิดว่าจะเป็นความผิด เพราะมั่นใจในตัวเองและไม่คิดให้รอบคอบ ทำให้ต้องเสียงานที่ทำมา 40 ปี อดีตตนเคยรับราชการระดับซี 8 ที่กรมสรรพากร และต้องรอรับคำตัดสินนำไปส่งที่กรมฯ เพื่อรอการสอบวินัยตนอีก ก็หวังว่าทางกรมฯ จะเห็นใจและไม่ไล่ตนออก

ด้านศาลพิจารณาพยานหลักฐานแล้ว พิพากษาว่า นางอัญชัญ จำเลย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) (3) (5) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ฐานดูหมิ่น หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ พระราชินีหรือรัชทายาท กับฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นเท็จ และเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร เผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90

จำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 29 กระทง รวมจำคุก 87 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ 1 ปี 6 เดือน รวม 29 กระทง เป็นจำคุกทั้งสิ้น 29 ปี 174 เดือน

ต่อมา ญาติของนางอัญชัญ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพยเป็นเงินสด สลากออมทรัพย์ และโฉนดที่ดิน มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ยื่นขอประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ ด้านศาลพิจารณาแล้ว เห็นควรส่งเรื่องให้ศาลอุทธรณ์ เป็นผู้พิจารณามีคำสั่งต่อไป

ทั้งนี้ ระหว่างรอการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่ นางอัญชัญ ได้ถูกนำตัวไปคุมขังตามคำพิพากษาของศาลอาญา ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง


กำลังโหลดความคิดเห็น...