xs
xsm
sm
md
lg

แฉ! ผอ.วิทยาลัยพยาบาลดัง จ.สุราษฏร์ธานี เบิกเงินหลวงซื้อเครื่องสำอางค์ ร่วมงานเลี้ยงแต่อ้างไปประชุมวิชาการ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน" แฉพฤติกรรมเห็นแก่ตัวของ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลแห่งหนึ่ง ใน จ.สุราษฏร์ธานี ใช้เงินหลวงซื้ออุปกรณ์เครื่องสำอางค์ ขนตา บลัชออน มูลค่าเกือบ 3,000 บาท เพื่อนำมาใช้ส่วนตัว และร่วมงานเลี้ยงเกษียณ แต่กลับอ้างว่าใช้ในการประชุมวิชาการ ชาวเน็ตจี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 17 ต.ค. เพจ "ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน" ได้ออกมาโพสต์ข้อความแฉ ผอ.วิทยาลัยพยาบาลดัง ในจังหวัดสุราษฏร์ธานี หลังทำเบิกงบหลวงเพื่อซื้อ ขนตาปลอม บลัชออน มูลค่ารวมประมาณ 600 บาท เพื่อใช้ส่วนตัว

ต่อมา เพจเดิม ได้ออกมาโพสต์ข้อความแฉ ผอ.วิทยาลัยพยาบาลดัง ในจังหวัดสุราษฏร์ธานี อีกครั้ง หลังพบหลังฐานเพิ่มเติมเป็นใบจ่ายสินค้า มูลค่ากว่า 2,000 บาท ที่ประกอบด้วยกิ๊บติดผม หวีหาง เน็ตคลุมผม เจลอายไลเนอร์แบบดินสอ ที่ปัดแก้ม พัฟเกลี่ยรองพื้นแบบแท่งตัด ยางรัดผม มาสคาร่า ดินสอเขียนคิ้วชนิดกันน้ำตาและมีกบเหลา เข็มกลัดซ่อนปลาย ชุดแปรงแต่งหน้า 12 ชิ้น อายไลเนอร์ และสติ๊กเกอร์ทำตาสองชั้น ซึ่งของใช้ทั้ง 12 ชิ้น มีเพียง 1 ชิ้นที่ใช้เงินตนเองซื้อ นอกจากนั้นล้วนใช้เงินหลวงจ่ายทั้งสิ้น

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 18 ต.ค. เพจ "ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน" ได้โพสต์รูปภาพบันทึกข้อความ เรื่อง ขอส่งหลักฐานเพื่อเบิกจ่ายค่าวัสดุอุปกรณ์ ซึ่งทางเพจได้ระบุข้อความว่า

"เบิกค่าเครื่องสำอาง อ้างใช้งานประชุมวิชาการ เปิดบิลมาแล้วสองใบ ค่าขนตาปลอมกับบลัชออน 696 บาท อีกใบเป็นชุดโบ๊ะหน้าครบเซ็ท ราคารวม 2,017 บาท นี่ก็คือรายการเบิกจ่ายใช้ส่วนตัวของ ผอ.วพบ.สุราษฏร์ธานี โดยให้อาจารย์คนสนิทที่เป็นมือขวาทำอนุมัติ ยอดเงินรวมทั้งหมด 2,713 บาท เหตุผลที่อ้าง คือ ใช้ในงานประชุมวิชาการพัฒนาเพื่อสร้างคนดีที่เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2559 ประชุมวิชาการอะไรที่เบิกค่าเครื่องสำอางได้ !! ซึ่งความจริงรายการทั้งหมดเป็นค่าโบ๊ะหน้างานเลี้ยงเกษียณในช่วงค่ำ ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับงานราชการเลย"

อย่างไรก็ตาม หลังเรื่องดังกล่าวไดถูกเผยแพร่ออกสู่โลกโซเชียล ได้มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมของ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษฏร์ธานี รายนี้เป็นจำนวนมาก พร้อมจี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบข้อเท็จจริงว่าการกระทำดังกล่าวสามารถทำได้หรือไม่








กำลังโหลดความคิดเห็น...