xs
xsm
sm
md
lg

(ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน) ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญมิตรภาพ กรมสมเด็จพระเทพฯ ประวัติศาสตร์ไทย-จีน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


MGR Online ขอนำเสนอ “Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน” สรุปข่าวเด่น ประเด็นฮอตที่พลาดไม่ได้ เป็นประจำทาง mgronline.com และเฟซบุ๊ก MGR Online Live แฮชแท็ก #MGROnline #MGRTOP7

(สรุปข่าวประจำวันที่ 29 ก.ย. - 5 ต.ค. 2562)

"สี จิ้นผิง" ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญมิตรภาพ "กรมสมเด็จพระเทพ" ฉลอง 70 ปีวันชาติจีน

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในนามของรัฐบาลและประชาชนจีน ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ รัฐมิตราภรณ์ แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเฉลิมฉลองครบ 70 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนครบรอบ 70 ปี ด้วยคุณูปการมหาศาลที่ทรงมีต่อการเสริมสร้างมิตรภาพ ระหว่างประเทศไทย กับสาธารณรัฐประชาชนจีน

เครื่องอิสริยาภรณ์ดังกล่าว เป็นเครื่องอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุด ที่ฝ่ายจีนจะมอบให้ชาวต่างประเทศ ที่สร้างคุณูปการสำคัญในการส่งเสริมมิตรภาพ และความร่วมมือกับสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยทรงเป็นบุคคลสำคัญต่างประเทศในจำนวน 6 คน ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ พระราชทานพระราโชวาท ความว่า ผู้ที่ได้รับรางวัลทั้ง 6 ท่านนั้นเป็นเพื่อนแท้ของจีน ซึ่งต้องการมีส่วนร่วมในมิตรภาพระหว่างประเทศของพวกเขาและจีน และอ้างถึงคำพูดของจางเจียหลิง กวีชื่อดังของราชวงศ์ถัง ความว่า "ระยะทางไม่สามารถแยกเพื่อนแท้ แม้จะห่างกันหลายพันลี้"

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ทรงมีพระราชจริยวัตรอันโดดเด่นในด้านจีน ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2523 และเสด็จครบถ้วนทุกมณฑลและมหานครเมื่อปี พ.ศ. 2547 รวมทั้งสิ้น 48 ครั้ง และทรงเป็นแบบอย่างในด้านการศึกษาภาษาและวัฒนธรรมจีน ทั้งทรงพระอักษรภาษาจีน การเขียนลายสือศิลป์จีน การวาดภาพแบบจีน ฝึกรำมวยไทเก๊ก ตลอดจนดนตรีจีน อีกทั้งได้ทรงพระราชนิพนธ์การเดินทางสู่ประเทศจีน และพระราชนิพนธ์แปลวรรณกรรมจีนยุคปัจจุบันออกมาเป็นฉบับภาษาไทยอย่างต่อเนื่อง

อันดับที่ 2 : "ท็อป" เสี่ยกำมะลอ หลอกพริตตี้แต่งงานแล้วหาย เหลือไว้เพียงหนี้สินนับล้าน

กลายเป็นเรื่องที่สังคมพากันอึ้ง สำหรับเสี่ยกำมะลอที่ไปหลอกจัดงานวิวาห์แล้วหายไป ทิ้งไว้แต่หนี้สิน เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 2 ต.ค. สาวพริตตี้รายหนึ่งวัย 30 ปี ถูกนายท็อป อ้างว่าเป็นเศรษฐีหมื่นล้าน หลอกให้แต่งงาน จดทะเบียนสมรส และจัดงานแต่งงานใหญ่โตที่โรงแรมอัลวาเรซ แต่ฝ่ายชายเบี้ยวไม่จ่ายเงิน ทำให้ฝ่ายหญิงต้องชดใช้หนี้แทนเกือบ 6 ล้านบาท นักสืบโซเชียลตรวจสอบพบว่าไม่ได้เป็นเศรษฐีจริง แต่เป็นพ่อค้าขายเห็ด เปลี่ยนชื่อ-นามสกุลไปเรื่อย อาทิ นายวโรดม ยามสุข นายธนพล รักติประกร นายธนณัฏฐ์ สิริปิยพร ฯลฯ

ที่ผ่านมานายท็อปมีคดีเช็คติดตัว 4 คดี หลอกผู้หญิงรายหนึ่งว่าเป็น CEO มีธุรกิจอยู่ที่ฮ่องกง คบกันมานาน 4 ปี หลอกเอารถยนต์ 4 คันไปจำนำ และแอบใช้ชื่อไปกู้รายวัน มีหนี้สินนับล้านบาท และยังมีอีกหลายวีรกรรม ได้แก่ หลอกคบผู้หญิงทำธุรกิจเช่าเหมาเครื่องบิน หลอกทำทีไปซื้อคอนโดมิเนียมแล้วเช็คเด้ง เพื่อนำสัญญาซื้อจะขายมาหลอกผู้หญิงว่าตนรวย หรือหลอกพระสร้างศาลาวัด 30 ล้าน ขณะที่นางญานี อายุ 72 ปี แม่นายท็อป ระบุว่า ไม่ได้อยู่กับลูกมา 5 ปี ที่ผ่านมามีนิสัยติดผู้หญิง เอาเครื่องประดับไปขายเอาเงินไปเที่ยวญี่ปุ่น ติดคุกให้แม่ไปประกัน

อันดับที่ 3 : ผู้พิพากษายิงตัวตาย หลังเสร็จนั่งบัลลังก์ศาล อ้างถูกแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

เรื่องราวสะเทือนกระบวนการยุติธรรมไทยครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ต.ค. นายคณากร เพียรชนะ อายุ 50 ปี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ใช้อาวุธปืนยิงใต้ราวนมซ้าย 1 นัด อาการสาหัส ถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา หลังขึ้นนั่งบัลลังก์พิพากษาคดี ต่อมาในโลกออนไลน์แชร์เอกสารคำแถลงการณ์ของ นายคณากร เกี่ยวกับพิจารณาคดีความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีจำเลย 5 คน เรียกร้องให้ออกกฎหมายห้ามตรวจร่างคำพิพากษาก่อนอ่านให้คู่ความฟัง และให้ความเป็นธรรมทางการเงินแก่ผู้พิพากษาทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ปฏิเสธว่าฝ่ายทหารไม่เคยก้าวก่ายกระบวนการยุติธรรม และที่ผ่านมาได้พิพากษายกฟ้องคดีความมั่นคงมากมาย ส่วนคดีที่เพิ่งตัดสินคือเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงราษฎรมุสลิมเสียชีวิตจำนวน 5 รายที่ อ.บันนังสตา เมื่อ 11 มิ.ย. 2561 แต่ไม่ใช่คดีความมั่นคง ขณะที่นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ยืนยันว่า อธิบดีไม่สามารถไปก้าวก่ายการตัดสินของผู้พิพากษาได้ โดยจะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมในวันที่ 7 ต.ค.นี้

อันดับที่ 4 : สลดกระบะนักศึกษาศรีสะเกษ กลับฉลองฝึกงานจบ ชนเสาไฟฟ้าเละ 13 ศพ

เหตุสลดบนท้องถนนจากการนั่งกระบะท้ายครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อตีหนึ่ง 29 ก.ย. รถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ แค็บ สีบรอนซ์ ทะเบียน ผจ 5322 ระยอง เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางพลิกคว่ำ บนถนนกิ่งแก้ว-ลาดกระบัง ปากซอยกิ่งแก้ว 21 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ คนที่นั่งท้ายกระบะกระจัดกระจาย เสียชีวิตทันที 12 ราย ที่โรงพยาบาล 1 ราย บาดเจ็บ 6 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา ปวส.แผนกช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ ฝึกงานที่อู่ทำสีรถแห่งหนึ่ง ก่อนเกิดเหตุได้เลี้ยงฉลองวันสุดท้าย ก่อนชักชวนไปดูคอนเสิร์ตหมอลำซิ่ง ขากลับจึงเกิดเหตุสลดดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม รถกระบะคันที่เกิดเหตุพบว่าประกันบุคคลที่ 3 ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถหมดอายุ จึงไม่ได้รับความคุ้มครอง แต่นักศึกษาได้รับเงินเฉพาะประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มของวิทยาลัย ขณะที่นายนิตยา สุขจันทร์ อายุ 27 ปี คนขับรถกระบะ ตำรวจได้ดำเนินคดี 4 ข้อหา ได้แก่ ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ขับรถขณะเมาสุรา ขับรถประมาทเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน และใช้รถยนต์ไม่ตรงประเภทรถที่จดไว้ สาเหตุเกิดจากขับแซงรถแท็กซี่กะทันหัน ทำให้รถเสียการทรงตัวและพลิกคว่ำ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

อันดับที่ 5 : หน้าตัวเมีย! ขู่ฆ่านักวิชาการแบน 3 สารพิษ "พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส-ไกลโฟเซต"

กลายเป็นประเด็นขัดแย้งในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำหรับการพิจารณายกเลิกใช้สารเคมีอันตราย พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ที่เกษตรกรไทยใช้กันมานานหลายสิบปี เมื่อกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร 2 คน คือ นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์สาขาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ น.ส.พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล ผอ.สถาบันวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ ถูกข่มขู่คุกคามถึงที่ทำงานในสถาบันการศึกษาอีกด้วย

เรื่องนี้ทำเอาสองรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยยอมไม่ได้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ที่สนับสนุนให้ยกเลิกสารเคมีอันตราย ประกาศว่าคนที่ไปขู่นักวิชาการคือพวกหน้าตัวเมีย เป็นคนกระจอก ถ้าแน่จริงให้มาขู่ตน ขณะที่ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่ออกมาตรวจสอบเรื่องนี้อย่างไม่ลดละ ยอมรับว่าถูกขู่ไม่ให้ยกเลิกสารพิษ และจะใช้กำลังภายในปลดออกจากรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กลับให้ น.ส.มนัญญาไปแก้ปัญหาในการหาสารทดแทน และให้รัฐมนตรีที่คัดค้านมาแถลงข่าวพร้อมกัน

อันดับที่ 6 : งานบวชตลาดล่าง! โจ๋วัดสิงห์พังสนามสอบ GAT/PAT เจอติดคุกสูงสุด 19 ปี

ศาลอาญาธนบุรี มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ให้จำคุกคณะกระตั้วกลองยาวศิษย์หลวงพ่อขาว ทีมงานลูกพ่อเปี๊ยก รวม 16 คน ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย รปภ. ครู และนักเรียนที่กำลังสอบ GAT/PAT ภายในโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ เขตจอมทอง กรุงเทพฯ ได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย เมื่อวันที่ 24 ก.พ. โดยให้จำคุกนายวัลลภ หรือ เอกไฝ นุชแฟง อายุ 32 ปี หัวหน้าวงที่ทำอนาจารด้วยการกอดและหอมแก้มนักเรียนหญิง 17 ปี 5 เดือน ส่วนผู้ที่รับโทษสูงสุดคือ นายขวัญชัย หรือ ขวัญ สุขเสมอ อายุ 29 ปี จำคุก 19 ปี 3 เดือน นอกนั้นลดหลั่นกันไป เริ่มต้นที่ 11 ปี

โดยศาลเห็นว่า จำเลยมีเจตนาร่วมกันก่อความวุ่นวายขึ้นภายในโรงเรียน เพื่อขัดขวางการสอบและตอบโต้ที่ไม่สามารถใช้เครื่องเสียงในงานบวชได้ อันเป็นการข่มขืนใจผู้อื่นถือเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษฐานร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย พร้อมกับฐานทำให้เสียทรัพย์อีกกระทง กับความผิดทำร้ายผู้เสียหาย และกระทำอนาจารนักเรียนหญิงด้วย ขณะที่นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นการท้าทายสังคมและกฎหมาย ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐาน

อันดับที่ 7 : ปิดบัญชี! ธารน้ำใจช่วยบิณฑ์ ยอดบริจาคน้ำท่วม 422 ล้าน-หนุ่มกู้ภัยดับติดเชื้อขึ้นสมอง

หลังจากที่นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นักแสดงชื่อดังและอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เปิดบัญชีรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานี หลังประเดิมควักเงินส่วนตัว 1 ล้านบาท กระทั่งมีธารน้ำใจหลั่งไหลจำนวนมาก หลังผ่านไปครึ่งเดือน ในที่สุดเมื่อวันที่ 2 ต.ค. แถลงข่าวปิดบัญชี โดยมียอดรับบริจาครวม 422,496,026 บาท เบิกไปแล้ว 82 ล้านบาท ช่วยเหลือไป 6 อำเภอ โดยจะช่วยเหลือให้ครบภายในวันที่ 15 ต.ค.นี้ ต่อด้วย 5 จังหวัดภาคอีสาน ส่วนสถานการณ์ยังมีน้ำท่วมขัง 3 อำเภอคือ อ.สว่างวีระวงศ์ อ.วารินชำราบ และ อ.เมืองอุบลราชธานี

อีกด้านหนึ่ง สถานการณ์น้ำท่วมยังตามมาด้วยความสูญเสียของอาสากู้ภัย เมื่อนายอนุ สุขสมอรรถ อายุ 30 ปี อาสากู้ภัยมูลนิธิพุทไธสวรรย์จุดกิตติ ชาว อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ไปช่วยผู้ประสบภัยที่ อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ระหว่างนั้นมีไข้ตัวร้อน หนาวสั่น กระทั่งอาการหนักขึ้น รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลมานานกว่า 1 เดือน เสียชีวิตเย็นวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา ส่วนสาเหตุเกิดจากติดเชื้อราที่กระเพาะอาหาร ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพวงมาลาวางหน้าหีบศพ และพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษด้วย
กำลังโหลดความคิดเห็น...