xs
xsm
sm
md
lg

ไปรษณีย์ไทยแจงคนร้ายปล้นร้านทองกลางห้างดัง ไม่ใช่พนักงาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


คลิประทึกคนร้ายสวมชุดคล้ายบุรุษไปรษณีย์ ปล้นห้างเพชรทองออโรร่า ห้างไทวัสดุ จ.สมุทรปราการ โดยใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ก่อนหลบหนีลอยนวล ไปรษณีย์ฯ แจงตรวจสอบแล้วมิใช่พนักงานและลูกจ้างของไปรษณีย์ไทย

วันนี้ (19 ก.ย.) เพจ “สมุทรปราการ” ได้โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 0.36 วินาที ขณะมีคนร้ายแต่งกายคล้ายบุรุษไปรษณีย์เดินเข้าร้านทองโดยใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์สร้อยคอทองคำในห้างเพชรทองออโรร่า ตั้งอยู่ในห้างไทวัสดุ สาขาบางแก้ว ถ.บางนาตราด ขาเข้า หลักกิโลเมตรที่ 8 หมู่ 13 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ คนร้ายเดินมาพร้อมกับถึงกล่องพัสดุและวางลงบนเคาน์เตอร์ จากนั้นได้ให้พนักงานในร้านนำสร้อยคอทองคำใส่ถุงพลาสติกที่คนร้ายเตรียมมาก่อนหนีไป

ด้านผู้โพสต์ระบุว่า “#ด่วนปล้นทองในห้าง ใกล้เมกะบางนา เกิดเหตุปล้นร้านทองออโรร่า ภายในห้างไทวัสดุ สาขาบางนา-ตราด กม.6 ท้องที่ #บางเเก้ว ผู้ก่อเหตุสวมใส่ชุดพนักงานส่งของไปรษณีย์ แจ้งว่ามีระเบิดในกล่องพัสดุที่เอาไปวางตอนนี้กำลังติดตามหน่วย EOD เพิ่มเติม คนร้ายสวมใส่ชุดไปรษณีย์ไทย คนร้ายสวมหมวกกันน็อกเต็มใบ สูงประมาณ 170 ซม. ใช้รถไปรษณีย์ 1 ฒน 150 กทม.หลบหนี ถ.บางนา-ตราด ขาเข้า”

ล่าสุด ทวิตเตอร์ “ThailandPost” ไปรษณีย์ไทย ได้ออกมาทวีตชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุข้อความว่า “กรุงเทพฯ 19 กันยายน 2562 - บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด (ปณท) ชี้แจงกรณีสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ คลิปคนร้ายสวมใส่ชุดเจ้าหน้าที่นําจ่ายไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ของไปรษณีย์ไทยก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองใน ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง จังหวัดสมุทรปราการ แล้วหลบหนีไปนั้น

สําหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปรษณีย์ไทยมิได้นิ่งนอนใจ โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นการเร่งด่วน พบว่ารถขนส่งไปรษณีย์ทะเบียน 1 ฒน 150 กรุงเทพมหานคร ที่ใช้ก่อเหตุนั้นเป็นรถยนต์ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งให้ไปรษณีย์ไทยเช่าสําหรับใช้ในการขนส่งสิ่งของ โดยรถยนต์คันดังกล่าว ถูกขโมยไปจากไปรษณีย์บางพลีเมื่อคืนที่ผ่านมา (18 กันยายน 2562)

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าผู้ก่อเหตุซึ่งสวมชุดเจ้าหน้าที่นําจ่ายไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ของไปรษณีย์ไทยนั้น มิใช่พนักงาน/ลูกจ้างของไปรษณีย์ไทย ซึ่งไปรษณีย์ไทยอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติม รวมทั้งให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตํารวจเพื่อดําเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทําผิดต่อไป”








กำลังโหลดความคิดเห็น...