xs
xsm
sm
md
lg

"พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล" มือปราบสายธรรมะ เข้าใจสัจธรรมชีวิตเพื่ออนาคตที่สดใส

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“เรามีครูบาอาจารย์ การที่เราเข้าไปปฏิบัติธรรม แล้วครูบาอาจารย์สอน เราก็เอามาปฏิบัติ แล้วเราก็ได้สิ่งดีๆ ที่เราปฏิบัติ เราคิดดี เรามีจิตใจที่เป็นกุศล เราก็จะรู้ว่าเราควรที่จะทำอะไร เมื่อคิดดี จิตใจดี เราก็รู้หน้าที่ว่าเราต้องทำอะไร สิ่งเหล่านี้ตนก็อยากจะถ่ายทอด เมื่อผมประสบความสำเร็จจากสิ่งที่ทำก็จะถ่ายทอดใช้ธรรมะ ในการทำงาน คนที่มาอยู่กับผมทุกคน จะเอาไปบวชก่อนเพื่อลดอีโก้ก่อนออกมาทำงาน”




พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 นับเป็นนายตำรวจใหญ่คนหนึ่งที่ขึ้นมานั่งเก้าอี้สำคัญในฐานะหัวหน้าหน่วยตำรวจราชองครักษ์ของในหลวง และด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนอ่อนนอกแต่แข็งใน ทำให้หลังงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พลตำรวจตรี ต่อศักดิ์ สุขวิมล เฉิดฉายโด่งดังในโลก Social Media กับภาพนายตำรวจเต็มยศแต่ก้มกราบหญิงชราที่มาเฝ้ารับเสด็จริมถนน

พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ไม่ได้เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานเหมือนตำรวจใหญ่คนอื่นๆ ศิษย์จากรั้วรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้ามาเป็นตำรวจเมื่อวัยสามสิบเศษแล้ว ด้วยการเบนเข็มทิศชีวิตจากพนักงานบริษัทเอกชนเข้ามาเป็นตำรวจยศ ร้อยตำรวจตรี สังกัด กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ หรือตำรวจ 191 เนื่องจากมีความสามารถยิงปืนแม่นยำอยู่ในระดับครูฝึก กระทั่งได้รับยศร้อยตำรวจโท ก็ย้ายข้ามห้วยจากตำรวจนครบาล 191 มาอยู่หน่วยคอมมานโดกองปราบปราม และชีวิตของเขาก็อยู่กองปราบฯมาโดยตลอดในฐานะลูกหม้อจนก่อนขึ้นเป็นนายพลสีกากี

โดยทาง MGR Online ได้มีโอกาสเข้าสัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ เล่าให้ทางทีมข่าวฟังด้วยความภาคภูมิใจว่า ตอนเข้ามาเป็นตำรวจครั้งแรก ดำรงตำแหน่งเป็นรองสารวัตอยู่ที่กองกำกับการสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 ที่เรารู้จักกันในปัจจุบันรถสายตรวจ ก็อยู่ที่นั้นมาประมาณ 2 ปี พอติด ยศร้อยตำรวจโทก็ไปเรียนที่โรงเรียนสืบสวนที่วิทยาลัยการตำรวจ เป็นรุ่นที่ 71 เป็นรุ่นที่นครบาลล้วน เมื่อก่อนเค้าก็จะไปคัดตัวจากโรงเรียนสืบสวนมาพวกที่ได้ที่ 1,2,3 เพื่อมาอยู่กองปราบ ตนเองไปสอบได้ที่ 3 ที่ 1 เป็นกองปราบอยู่แล้ว ที่ 2 เป็นครูจากศูนย์ฝึกอบรมเค้าไม่มาก็เลยปรับได้มาเป็นรองสารวัตร แผนก 3 กอง 2 ย้ายจาก 191 มา อยู่ที่นี่ตั้งแต่ร้อยตำรวจโท ถ้านับเวลาแล้วมีอยู่ปีเดียว

จากนั้นออกไปขึ้นสารวัตรที่รถสายตรวจท่องเที่ยวสถานี 3 กองกำกับการ 1 คุมฝั่งธนฯ เป็นรถสายตรวจท่องเที่ยว ทั้งชีวิตก็อยู่กับรถสายตรวจตลอด กลับมาเป็นสารวัตรคอมมานโด แต่เมื่อก่อนมีทั้งหมด 5 กองร้อย กองร้อยที่ 5 เป็นกองร้อยวิทยุรถสายตรวจของกองปราบในปัจจุบันที่เห็นรถลายสก็อต ตนเองมาอยู่กองร้อยที่ 3 เพราะกองร้อยที่ 5 เค้ามีคนดำรงตำแหน่งอยู่ ย้ายจากสายตรวจท่องเที่ยวมาดำรงตำแหน่งเป็นสารวัตรกองร้อยที่ 3 คุมเรื่องของการปราบจราจลม็อบมาอยู่ได้ไม่ถึงปีก็มีการเปลี่ยน ผบ.ตร. มีการสับเปลี่ยนตำแหน่ง ก็มาคุมรถสายตรวจ กองร้อยที่ 5 อยู่มา 5 ปี ก็เท่ากับเป็นสารวัตรอยู่ 7 ปีที่กองกำกับการหน่วยการพิเศษ แล้วก็ขึ้นเป็นรองกำกับการหน่วยการพิเศษ หลังจากนั้นเข้าเรียนโรงเรียนผู้กำกับเป็นรองผู้กำกับก็ได้รักษาการผู้กำกับ

พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ เล่าเพิ่มว่า อีกตอนนั้นมีปัญหาภายในกองบัญชาการสอบสวนกลาง ตนเองก็รักษาราชการผู้กำกับการหน่วยการพิเศษมาจนครบวาระของการเป็นผู้กำกับเท่ากับเป็นรองผู้กำกับมา 4 ปี ดำรงตำแหน่งผู้กำกับการ แล้วก็ขึ้นรองผู้การที่กองปราบปราม เพราคอมมานโดเป็นกองกำกับการนึงในกองบังคับการปราบปราม ตนเองมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ ขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศ เป็นพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรฯ ตนเองก็ทำหน้าที่ชุดอารักขาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทั้งหมดนี้คือกองกำกับการหน่วยการพิเศษ รับหน้าที่สำคัญมาตั้งแต่ตอนนั้น

จากนั้นตนเอง ก็มองว่ากองกำกับการกองเดียวจะไม่พอจะรองรับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในอนาคตก็เลยมีแนวความคิดที่จะขยับขึ้นเป็นกองบังคับการเพื่อที่จะได้มีกองกำกับในนี้เพิ่มขึ้นในกรณีที่ท่านจะปฏิบัติพระราชกรณียกิจในต่างจังหวัดและเราจะต้องใช้กำลังพลเยอะขึ้น อย่างเช่นท่านเสด็จพระราชดำเนินประทานปริญญาบัตรสถาบันราชภัฎที่เชียงใหม่และต่อเนื่องไปที่สุราษฎร์ธานี ตนเองไม่สามารถสับเปลี่ยนกำลังไปที่สุราษฎร์ธานีได้ จึงมีการวางโครงสร้างให้ขึ้นมาเป็นกองบังคับการ

ด้าน ผบ.ตร. ตอนนั้นให้ชื่อไว้ว่ากองบังคับการถวายความปลอดภัยและปฏิบัติการพิเศษ พอมาในวันที่ 27 มกราคม 2562 ทรงมีพระราชกิจจาพระราชทานชื่อให้ใหม่ว่า กองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 เพราะท่านทรงเห็นว่าหน่วยนี้ทำงานถวายพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิดเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยก็เลยทรงพระราชทานนามหน่วยมาให้ คล้ายๆกับที่สนามยิงปืนเมื่อก่อนเราคือ "สนามยิงปืนวังกานนท์" เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดพระเนตรกิจกรรม ทรงพระราชทานนามสนามมาให้เป็น "สนามราชสวัสดิ์มงคล" เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อครอบครัวคอมมานโดของเรากองกำกับการเล็กๆ

ก่อนหน้านี้ เรียกสลัมคอมมานโดไม่มีใครอยากมาแต่สลัม ตอนนั้นตนเองบอกลูกน้องพวกเราเหมือนดิน ดินที่มีคุณภาพแต่คนไม่ได้เอาดินตรงนี้มาปั้นเป็นภาชนะ ตนเองเอาดินตรงนี้หอบไปให้ค่ายนเรศวรปั้น ปั้นโดยการเข้าเรียนหลักสูตรต่างๆ หลักสูตรนเรศวร 261 หลักสูตรสไนเปอร์ หลักสูตรวีไอพีโพเท็กชั่น หลักสูตรโดดร่มกลม หลักสูตรโดดร่มแบบกระตุกเองทุกอย่างนั้นคือก้อนดินที่ไม่เห็นคุณค่าพี่แบกก้อนดินก้อนนี้ไปที่ค่ายนเรศวรปั้นออกมาเป็นภาชนะที่สวยงาม แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้ภาชนะสิ่งนี้นั่นคือความภาคภูมิใจของหน่วยไม่ใช่ตนเอง เพราะเรามีวัตถุดิบที่ดีอยู่แล้วแต่ไม่มีใครขุดเขาออกมา วันนี้ตนเองดึงศักยภาพของเด็กที่มาอยู่กองปรามไม่มีใครที่ไม่มีศักยภาพ เชื่อคนมาอยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ต้องเป็นชั้นนำของรุ่น แต่เราไม่เคยขุดเอาศักยภาพของเขามาใช้ สมัยก่อนเป็นที่ทิ้งกำลังพลเสือแผนก 5 กอง 2 เวลาเมามีเรื่องก็จะมาทิ้งไว้ที่นี่ ตนเองก็พูดกับเค้าบอกว่าไม่เป็นไรเราอยู่กันแบบครอบครัวเราลองทำให้คนที่ทิ้งพวกเรา ว่าพวกเรา ลองให้เขาเสียดายดู จะต้องมานั่งเสียดายวันนี้ ตนเองพยามปลุกจิตสำนึกของเขาให้ขึ้นมา ในช่วงเวลา 4 ปีจากกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษเป็นกองบังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภฯ มันไม่ใช่เพราะเรามันเป็นเพราะลูกน้องครอบครัวคอมมานโดช่วยกันสร้างให้เรามีทัศนะคติที่ดีต่อสถาบันเป็นการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนจะเห็นว่า ตนเองพยายามพูดคุยกับพี่น้องประชาชนเป็นกันเอง พยามสร้างเซอร์วิสมายในตัวตำรวจพันธกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติวิสัยทัศน์ที่ผู้บังคับบัญชาการขั้สูงตั้งไว้คือ โพลิสมาย โพลิสมายคือจิตวิญญาณของการเป็นตำรวจในการที่จะให้บริการให้ดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนแต่มันจะไปได้ยังไงในเมื่อตัวเองยังไม่มีเซอร์วิสมายเลยมันต้องเริ่มที่ตัวตำรวจก่อน ถ้าไม่มีเซอร์วิสมายมันจะไปโพลิสมายได้ยังไง คนที่จะมาเป็นราชการไม่ใช่แค่ตำรวจหรอก การทำงานราชการคือการดูแลทำตามพระเนตรพระกันต์ของพระองค์ท่าน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นประธานมูลนิธิชัยพัฒนาตอนนั้นท่านให้ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ไปจดทะเบียนมูลนิธิที่กรมทะเบียนการค้า ประธานมูลนิธิคือพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขามีช่องให้เขีบนว่าอาชีพ ดร.สุเมธ เขียนไม่ได้ว่าเป็นอาชีพอะไรท่านต้องหอบเอกสารนี้กลับมาให้พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร แล้วถามว่าจะให้ข้าพระพุทธเจ้าลงว่าอาชีพอะไร พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีรับสั่งว่า อาชีพราชการ ราชแปลว่าราชา การแปลว่าการงาน ก็คืองานของพระราชาแล้วเราเป็นอะไร เป็นข้าราชการ เป็นข้ารับใช้ของพระราชาทำงานตามพระเนตรพระกันต์ทำงานการของพระราชาที่สั่งมานี่คือหน้าที่ของข้าราชการแต่พี่มองข้าราชการลืมคำว่า อาชีพของตัวเองว่าหน้าที่คืออะไร ทุกคนอยากมาได้ตำแหน่งมาแล้วก็ลืมหน้าที่ที่กำหนดไว้นั่นคือหน้าที่ของตัวเองนี่คือสิ่งที่ตนเองพยามถ่ายทอด

พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ เล่าต่อไปอีกว่า หน่วยงาน มีทั้งหมด 10 กองกำกับ จัดกองกำกับเหมือน บกป. 1-6 เหมือนกองปราบ 1. กรุงเทพฯ พื้นที่รับผิดชอบเวลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและ พระบรมศานุวงศ์ เสด็จในเขตกรุงเทพฯ 2. ภาค 1 กับ ภาค 2 กอง 3 ภาค 3 กับ ภาค 4 กอง 4 ภาค 4 กับ 5 ก็คือที่ภาคเหนือ กอง 5 ก็คุมภาค 7, 8 และ 9 กสชต.ก็คือกองกำกับการที่ 6 กองกำกับการที่ 7 ก็จะดูในเรื่องรถสายตรวจ กองกำกับการที่8 จะดูเรื่องอาวุธพิเศษอุปกรณ์เครื่องมือพิเศษเรียกกองวิเคราะห์ กองกำกับการ 9 คือกองกำกับการพิเศษเป็นหน่วยสวาท พวกนี้จะต้องจบหลักสูตร261จบหน่วยซีล แล้วก็กองกำกับการ 10 คือฝ่ายอำนวยการมี 10กองกำกับกำลังพลจริงๆเลยเนี่ยตามแผนที่เราตั้งจะมีอยู่ประมาณพันนาย แต่ตอนนี้อัตราที่ครองกันอยู่จริงๆ มีอยู่ 400 เพราะเรากำลังเปิดรับกำลังอบรมอยู่ที่ค่ายนเรศวรมี 174 นายเปิดรับใหม่อีก 500 มาดำรงตำแหน่งที่นี่

ทีมข่าว MGR Online ถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเล่าเรื่องราวธรรมะ ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก "Torsak Sukvimol" พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ เล่าว่า คือผู้ที่มาดำรงตำแหน่งที่นี่คือนายตำรวจ จะให้ ไปบวช ทุกคนต้องบวช พาไปบวชที่วัดป่าเพื่อให้ปฏิบัติธรรมมันเป็นการลดอีโก้ล ดความเป็นอัตราตัวตนของเขาลงจริงๆ แล้วการเป็นตำรวจหรือยศจะใหญ่ ทุกคนการเป็นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่ากันหมดวันที่คุณปลดเกษียณเครื่องแบบก็ไปวางไว้หน้าโลงศพก็คือประชาชนคนหนึ่ง เทียบเท่ากับลูกน้องที่เค้าเดินนายสิบจ่าพอเอาเครื่องแบบออกทุกคนเท่ากันหมด เครื่องแบบหรือยศเอาไว้ใช้แค่ให้รู้สายงานบังคับบัญชาแค่นั้นเอง แต่เวลาเราปกครองเราปกครองกันแบบพี่น้องที่นี่จะไม่มีเอามาให้สารวัตร เอามาให้ผู้การไม่มี มีแต่เอามาให้พี่มันก็จะปกครองกันแบบครอบครัวเขาก็จะรักที่นี่มาก ตนเองนั้นเป็นคนไม่เคยดุไม่เคยว่าหรือลงโทษรุ่นน้องแต่ลูกน้องเขากลัว เวลาเราเดินไปลูกน้องจะหลบเราก็สงสัยเขากลัวอะไร ลูกน้องบอก เขาไม่ได้กลัวพี่ลงโทษแต่ กลัวพี่ตำหนิเค้าจะรู้สึกเสียใจเพราะพี่เป็นคนไม่เคยตำหนิ นี่คือความรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน ถ้าใครที่โดน ตนเองว่าแล้ว จะมีความรู้สึกว่าผิดมากเพราะพี่ไม่เคยว่าใคร ที่นี่เสื้อผ้า หน้า ผม สวัสดิการฟรีหมด ตัดผมฟรี หมดเราเอาช่างมาให้เลยสามวันตัดทีที่นี่เราถือว่าเป็นหน่วยที่เป็นตัวอย่างให้กับหน่วยอื่นๆ ทุกคนจะมองเสื้อผ้าหน้าผมการแต่งตัวมีระเบียบวินัยอาวุธและเราก็ออกไปสอนให้เค้า

ทีมข่าว MGR Online ถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ฉายามือปราบธรรมะ พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าในเรื่องของการปราบปรามผู้มีอิทธิพลหรือมือปืนรับจ้างตอน ตนเองอยู่กองปราบ จะมียุทธการฟ้าสาง ยุทธการไพร่ฟ้าสายต่างๆ จะนำออกไปเสียงปืนดังที่ไหน มียาเสพติดที่ไหน ขึ้นเชียงใหม่ไปหมด เขาเลยเรียกว่าเป็นฉายามือปราบ แต่ว่างเว้นจากการทำงาน ตนเองจะขึ้นปฏิบัติธรรมที่วัดป่าภูทับเบิกพี่จะไปประจำ บางทีวันศุกร์ หลังจากที่เราถอดหัวโขน แล้วมันมีความสุข เราเคยขึ้นภูทับเบิกไหมเคยขึ้นอากาศดี ขึ้นไปอีกแค่ 3 กิโลเมตร มีที่ปฏิบัติธรรมอากาสดีเหมือนกันทำไมเราไม่ขึ้นไป ยิงกระสุนนัดเดียวได้นกสามตัว เวลาลูกน้องมาพี่ถึงให้ไปปฏิบัติธรรมที่นี่ต้องบวชทุกคนต้องบวช 9 วันแล้วขึ้นไปปฏิบัติธรรมให้ เขามีความรู้สึกว่าคุณธรรมมันต้องอยู่ที่ใจตำรวจ เรามาปกครองพี่น้องใต้บังคับบัญชาและพี่น้องประชาชนด้วยใจที่มีคุณธรรมนั่นคือสิ่งที่จะเรียกว่าจิตสัทธาให้มีทัศนคติที่ดีกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับตัวข้าราชการ ตอนนี้ความสัทธาที่มีต่อตำรวจของประชาชนมันน้อยเราจะทำยังไงต้องเริ่มก้าวที่ 1 เดี๋ยวก้าวที่ 2 จะดีเองและโครงการต่างๆ จะดีขึ้นแล้วมันเห็นชัดว่าเราทำอะไรแแล้วพี่น้องปะชาชนตอบรับ อย่างสนามยิงปืนมันชัดเจนที่สุด 30 ล้านไม่มีเงินหลวงแม้แต่บาทเดียวแต่ได้ความอนุเคราะห์จากบริษัทเอกชนทั้งนั้น มันเหมือนทีมบอล ถ้าเราเตะไม่ดีเตะแพ้มีเรื่องกับเค้าจะมีสปอนเซอร์ที่ไหนมาสนับสนุนเพราะมันมีผลกับบริษัทเค้าภาพลักษณ์บริษัทเค้า แต่ถ้าทีมฟุตบอลเราเตะดีสปอนเซอร์เข้ามากันเต็มไปหมด ก็เหมือนกันในเมื่อเราเป็นตำรวจดูแลพี่น้องประชาชนเค้าเห็นแล้วว่าเราเป็นที่พึ่งเค้าได้แล้วเราทำงานจริงๆว่างก็ไปทำงานสาธารณรัฐประโยชน์ ว่างเราก็ขึ้นปฏิบัติธรรมสิ่งเหล่านี้เราสร้างจนคนเค้าเห็นว่าเราเป็นทีมฟุตบอลที่เตะดีเค้ามาสปอนเซอร์เค้าก็ได้เครดิตกับบริษัทเค้าด้วย ใครมาถามสนามอยางดีเลยใครทำให้พี่ก็บอกบริษัทนี้ทำให้ไม่มีสักบาทที่เงินหลวงให้

ทีมข่าว MGR Online พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ ฝากข้อความถึงประชาชน โดยระบุว่า อยากให้มองตำรวจใหม่ ตำรวจมีสองแสนกว่าคนเราอาจจะสัมผัสตำรวจที่ทำไม่ดีกับเราแล้วก็มองตำรวจทั้งหมดเป็นตำรวจที่ไม่ดี ตำรวจที่ดีอยู่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อยู่ตามชายแดนต่างๆ ตชด. ทั้งหมดทำงานเอาชีวิตเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อแลกเงินเดือนมาเลี้ยงครอบครัวอีกตั้งเยอะ ตนเองอยากให้เป็นกำลังใจกับตำรวจที่ดีบ้าง ตำรวจไม่ดีเดี๋ยวสังคมก็เอาออกไปด้วยโซเชียลมีเดียชั่วโมงนี้มันเร็วมากบางทีมันไม่ยุติธรรมกับคนที่ตั้งใจทำงาน คุณด่าตำรวจก็เหมือนด่าตำรวจสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งๆที่เขาอดหลับอดนอน ตากแดดตากฝนเพื่อให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีนอนหลับในเวลากลางคืน ทหารอีกตั้งเท่าไหร่เราไม่ได้ทำเฉพาะตำรวจทหารต่างๆ ข้าราชการต่างๆ สิ่งเหล่านี้คือกำลังใจให้หน่วยเหนือผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้เห็นความสำคัญของผู้ใต้บังคับบัญชาบ้างเบี้ยเลี้ยงต่างๆหรือว่าค่าตอบแทนต่างๆ บางคนบอกไม่ได้ก็ลาออกไปคุณไม่เข้าใจหรอกเงินเดือนตำรวจกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นตำรวจเงินเดือนต่ำที่สุดแล้วเราเศรษฐกิจพอเพียง ตนเองพอเพียงได้แต่ยุคสมัยมันเปลี่ยนโรงเรียนมีแบบไม่เสียเงินไหมข้าราชการก็ต้องเสียงแล้วจะเอาเงินที่ไหนให้ลูกเรียนดีๆเราก็ต้องห่วงครอบครัว พี่ถึงบอกว่าอยู่ที่นี่มีสวัสดิการลูกน้อง สภาพแวดล้อม เค้าจะมีขวัญกำลังใจออกไปทำงานให้พี่น้องประชาชน คุณให้ผลตอบแทนที่ดีแต่ถ้าเค้าไปคอรัปชั่นหรือไปทำอะไรให้ไม่ดีกับพี่น้องประชาชนเพิ่มโทษ 3 เท่าเลยมีใครบ้างที่มันจะไปทำพี่ว่าไม่มีหรอกแบบเมืองนอกเลยให้เงินเดือนเต็มที่แต่ถ้าคุรไปรีดไถประชาชนคุณโดนโทษเลยจาก 10 ปีเป็น 20 ปีใครมันจะกล้า ก็ภาษีพี่น้องประชาชนเค้าให้เต็มที่แล้วก็ต้องตอบแทนเต็มที่นี่คือสิ่งที่คิดว่าผู้บัญชาการระดับสูงจะเห็นบ้างเราทำงาน 24 ชั่วโมง จริงๆแล้วไม่ได้มีเลี้ยงทุกครั้งหรอกแต่เราไปด้วยใจ เราเลือกอาชีพนี้แล้วก็ต้องรับทางเดินตรงนี้ให้ได้แต่อยากจะฝากไว้ได้ไม่ได้เป็นเรื่องของอนาคต ฝากพี่น้องประชาชนด้วยว่าตำรวจดีๆ มีอีกเยอะเราทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนจริงๆเราเอาชีวิตเสี่ยงภัยแลกเงินเดือนเพื่อมาเลี้ยงครอบครัวจริงๆ














ทีมข่าว MGR Online ทราบมาว่าถูกลอตเตอรี่ รางวัลที่ 1 ความประทับใจในนี้เป็นอย่างไร พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า ตนเอง ไปเรียนร่มพี่เห็นความขาดแคลนของค่ายนเรศวร คนซื้อไม่ได้ใช้คนใช้ไม่ได้ซื้อการจัดซื้อเขาก็ซื้อตามลักษณะตามสเปคต่างๆ แต่คนใช้จะรู้เลยว่าอันนี้ดีมันดีสำหรับนักเรียนมากแต่ไม่มี ตอนตนเองจบ ทุกคนโดดปลอดภัยเซฟทุกอย่างแต่ร่มที่ใช้อีกรุ่นนึงมันไม่ได้เซฟ คือเค้าต้องเลือกที่สามารถจะเรียนได้และแข่งได้ด้วยแต่นักเรียนมันไม่สามารถเอาไปแข่งได้หรอก ตนเองก็ตั้งใจว่าถ้ามีโอกาสขอร่มกลมให้เพราะร่มกลมมันก็ใช้มาเป็น 10 ปีแล้ว




ด้าน ผบ.ตร. ก็เลยจัดร่มกลมมาให้ใหม่ แต่ครูเนี่ยร่มสปีดที่เค้าจะใช้แข่งขันมันไม่มี ฝรั่งเนี่ยเค้าก็ขายเรา 2 หมื่น แต่ครูเราโดดมาเป็นพันจั๊มยังใช้อยู่เลย นี่คือสิ่งที่ตนเองเห็น ก็อยากจะจัดหาสิ่งนี้ให้ครูและนักเรียนนักกีฬาที่จะได้ใช้ ให้พอกับนักกีฬาที่จะโดดไม่ต้องรอคิวกันเพราะร่มดีๆ มีแค่ไม่กี่ตัวพี่ก็ตั้งใจไว้อยู่แล้ว แล้วก็แทนด้ามที่ประกบหน้าลงมาอีกหน่อยไปได้ ตนเองจะซื้อตัวนี้ 8 แสนกว่าอีกหน่อยประกบกับครูจะได้ได้ฟิลของการโดดร่มตัวนี้พี่สั่งมาแล้ว ตั้งใจไว้ตอนนั้นอยากจะซื้อร่มตัวนี้พี่ถูกลอตเตอรี่มาได้เงินมา 5.97 ล้านบาท เพราะมันถูกหักภาษี 3 หมื่นบาท ตนเองนั้น แบ่งให้ลูกน้องที่เขาาซื้อลอตเตอรี่ให้ไปแบ่งกัน 2.5 ล้านบาท อีก 3.5 ล้านบาท ซื้อร่มไป 3 ล้าน แล้วก็เครื่องตัดถ่างเหลือเงินอยู่ 5 แสน วันนั้นไม่รู้ใครโทรศัพท์หา ตนเองบอกว่าอยากได้เครื่องตัดถ่างเวลาไปช่วยรถเกิดอุบัติเหตุ พอดีบริษัทที่เยอรมันมาเสนอเพื่อเอาไว้เปิดประตูแล้วมันเงีบยมากเพราะมันใช้มอเตอร์ไฟฟ้าของเยอรมันเพิ่งออกมาใหม่ยี่ห้อนี้ดีมากทุกคนอยากได้เพราะมันไม่มีสายไม่ต้องมีเครื่องไฮโดริก กู้ภัยชอบมากเพราะปัญหาเวลารถตกลงไปในไหลทางแล้วสายมันไปไม่ถึง ใช้ก้อนแบตเตอรี่ก้อนนึงได้ 45 นาที สามารถลงไปตัดถ่างได้เลยทันสำหรับผู้บาดเจ็บมากคนที่ติดอยู่ในรถแค่เสี้ยววินาทีสามารถให้ชีวิตรอดมาได้ บริษัทเขาไม่เอากำไรเลย เมื่อรู้ว่าตนเองจะเอามาทำบุญ ตนเองดีใจที่สุดตอนนั้นแค่ว่าได้ร่มแล้วแล้วครูก็แฮปปี้ทุกคนมีความสุขกัน ไม่ใช่ตนเองมีความสุขคนเดียวแต่ทำให้คนทั้งค่ายครูอีก 20-30 คน มีความสุขแล้วคนได้ใช้ร่มเรา คนที่จะรอดที่ได้ใช้เครื่องตัดถ่างผู้ประสบอุบัติเหตุอีกกี่ชีวิตที่จะรอดจากเงินตรงนี้ ตนเองอายุ 50 กว่าแล้ว พี่เดินทางมาในชีวิต 2.5 หมื่นกว่าวันแล้ วโลงศพไม่ได้มีไว้ใส่คนแก่โลงศพ เขามีไว้ใส่คนตายหนุ่มๆ สาวๆ อย่าประมาทกับชีวิตเราไม่รู้หรอก มันไม่มีอะไรแน่นอนมันไม่มีอะไรรักษาได้เลยเพราะชีวิตเรายังรักษาไม่ได้ทรัพย์สินเราจะไปรักษาได้ยังไง นี่แหละผลของการปฏิบัติธรรมเราต้องเป็นผู้ให้ เป็นผู้บังคับบัญชาหน่วยเราต้องให้เด็กก็จะให้ใจเรา ตนเองโชคดีที่ได้ผู้บังคับบัญชาดีเด็กดี


กำลังโหลดความคิดเห็น...