xs
xsm
sm
md
lg

“พิชาย” ให้คะแนนนายกฯ 5 เต็ม 10 อภิปรายนโยบายรัฐ ชี้ไร้รูปธรรม กิริยาสะท้อนอำนาจนิยม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“พิชาย” ให้คะแนนนายกฯ 5 เต็ม 10 อภิปรายนโยบายรัฐ ชี้ไร้รูปธรรม น้ำเสียง-กิริยาสะท้อนตัวตนออกแนวอำนาจนิยมชายเป็นใหญ่ ส่วน “สมคิด” ได้แค่ 6 คะแนน แม้ท่าทีน้ำเสียงได้ใจประชาชน แต่เนื้อหาสาระไม่มีอะไรใหม่เลย



วันที่ 30 ก.ค. รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ร่วมสนทนาในรายการ “คนเคาะข่าว” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่อง “นิวส์วัน” ในหัวข้อ “เรื่องดี-เรื่องแย่ ในเวทีแถลงนโยบาย”

โดย ดร.พิชายกล่าวว่า แถลงนโยบายในสภาตนให้คะแนน พล.อ.ประยุทธ์ 5 เต็ม 10 นายกฯไม่ค่อยให้ความสำคัญในการแถลง คงเห็นว่าเป็นเพียงพิธีกรรม ไม่ได้มีการซ้อมอ่านมาเลย

ปกตินโยบายมี 2 ส่วน คือ ระยะสั้นเร่งด่วน กับระยะยาว ระยะสั้นพอพูดปั๊บคนจะจำได้เลย ในลักษณะที่มีเป้าเวลาชัดเจน แต่ครั้งนี้ทั้งนโยบายระยะสั้นและยาว เป็นนามธรรมหมดเลย ไม่มีเป้าปริมาณ เวลา ที่เป็นรูปธรรม

ดร.พิชายกล่าวอีกว่า เวลาแถลงนโยบายจะเป็นข้อผูกมัดชัดเจนว่ารัฐบาลทำหรือไม่ได้ทำ แสดงถึงความรับผิดชอบของรัฐบาลว่าอยากหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบหรืออย่างไร ตรงนี้ขาดตกบกพร่องมาก

ดร.พิชาย กล่าวต่ออีกว่า สิ่งสำคัญเรื่องท่าทีน้ำเสียงที่ใช้ในการชี้แจงบางช่วงไม่เหมาะสม หลายคำพูดสะท้อนบุคลิกภาพที่ฝังอยู่ในจิตใจ เช่น การชม ช่อ พรรณิการ์ ว่าสวย แล้วมีการทักคนนึงว่าทำไมนั่งหน้าแดงแล้วเอามือชี้หน้าเขาด้วย ลักษณะเหมือนพูดกับลูกน้อง การพูดเล่นทำได้ แต่ควรใช้คำเหมาะสมและไม่ให้มากเกินไป แบบนี้มันสะท้อนอำนาจนิยมชายเป็นใหญ่ สะท้อนตัวตนที่เป็นลักษณะไม่สอดคล้องกับประชาธิปไตยมากนัก

ดร.พิชายกล่าวว่า ส่วนนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ตนให้แค่ 6 คะแนน แม้ท่าทีน้ำเสียงฟังดูดีจนคนชื่นชม วันแรกพูดแก้ข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลทำอะไรไปบ้าง พูดความสำเร็จของตัวเองในอดีตเป็นหลัก ไม่มีอะไรใหม่เลย แต่สิ่งที่ต้องการฟังคำชี้แจง คือ เรื่องความเหลื่อมล้ำ นายสมคิด อ้างอิงดัชนีจีนี (Gini Index) ซึ่งไทยอยู่ที่ 0.365 เป็นระดับกลางๆ ตอนหลังมีอีกคำคือสัดส่วนการถือครองทรัพย์สิน 10 เปอร์เซ็นต์แรกของประเทศ มาเป็นองค์ประกอบในการวัดด้วย ซึ่งก็เห็นชัดว่าไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงจริง ซึ่งจีดีพีเพียงอย่างเดียวใช้วัดได้ไม่ดีนัก นอกจากนี้ ยังไม่บอกด้วยว่าข้างหน้าจะดำเนินการกำจัดความเหลื่อมล้ำอย่างไร ส่วนที่พูดวันที่ 2 ผิดพลาดมาก มองฝ่ายค้านเป็นนักศึกษามานั่งฟังเลกเชอร์ มีการพูดทักทายโยงญาติ ทำเหมือนสภาเป็นชมรมเครือญาติ ใช้ภาษาไม่เหมาะสม ตนจึงให้คะแนนรองแย่จาก พล.อ.ประยุทธ์

ดร.พิชายกล่าวต่ออีกว่า ฝ่ายค้านมี 2 กลุ่ม ส.ส.รุ่นใหม่จากพรรคอนาคตใหม่ ทำการบ้านมาดี อภิปรายเนื้อหาสาระ ปัญหา แนวทางการแก้ ทำหน้าที่ได้ดี ส่วน ส.ส.ชุดเดิมจากเพื่อไทย และเสรีรวมไทย เน้นอภิปรายคุณสมบัติ แต่ทำแบบตื้นเขิน ไม่มีหลักฐาน พูดแต่สิ่งที่คนรู้กันแล้ว ใช้ภาษาก็ไม่สุภาพ หลายคนมีทัศนคติไม่ดีต่อประชาธิปไตย



กำลังโหลดความคิดเห็น...